วันเสาร์ ที่ 17 ตุลาคม 2569

Login
Login

คงมุมมองหุ้นไทยมีโอกาสฟื้นตัวในระดับ 200 จุด ทดสอบ 1200-1250 จุด

ตลาดหุ้นทั่วโลกปรับตัวขึ้นจากสภาพคล่องและคาดหวังมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจ

โดยเฉพาะมาตรการของสหรัฐฯ ในการเยียวยาประชาชนและภาคธุรกิจที่ได้รับผลกระทบจากไวรัสโคโรนา (Covid-19) ซึ่งใกล้จะได้ข้อตกลง ส่งผลให้ตลาดหุ้นดาวโจนส์ สหรัฐฯ เพิ่มขึ้น 2,112 จุด หรือ 11% เป็นการเพิ่มขึ้นวันเดียวมากที่สุดนับจากปี 1993 เป็นต้นมา ทั้งนี้ดัชนีชี้ความเสี่ยงระยะสั้น อาทิ อัตราผลตอบแทนพันธบัตร, VIX Index, ค่าเงินเหรียญสหรัฐฯ เริ่มทรงตัวหรือมีทิศทางที่ดีขึ้น ทำให้ตลาดคาดว่าจะเริ่มมีความผันผวนที่ลดลง

ประกาศมาตรการเยียวยาฯ และใช้พ.ร.ก.ฉุกเฉิน  ครม.เห็นชอบมาตรการดูแลและเยียวยาผลกระทบจากไวรัสโคโรนา (Covid-19) ซึ่งนอกจากมาตรการสนับสนุนผู้ประกอบการ ยังมีมาตรการช่วยเหลือลูกจ้าง ได้แก่ 1) ชดเชยรายได้แรงงานและลูกจ้างที่ไม่อยู่ในระบบประกันสังคม โดยช่วยเหลือรายละ 5,000 บาท 3 เดือน (คาด 3 ล้านราย) 2) สินเชื่อส่วนบุคคลฉุกเฉินดอกเบี้ย 0.10% ระยะเวลา 2 ปี 6 เดือน ปลอดดอกเบี้ย 6 เดือนแรก ไม่เกินรายละ 10,00 บาท 3) สินเชื่อส่วนบุคคลพิเศษ สำหรับผู้มีรายได้ประจำและมีหลักประกัน ระยะเวลาไม่เกิน 3 ปี รายละ 50,000 บาท 4) สินเชื่อดอกเบี้ยต่ำสำหรับสถานธนานุบาล (โรงจำนำ) 5) มาตรการเสริมความรู้ เพิ่มทักษะอาชีพ 6) การเลื่อนระยะเวลาชำระภาษีเงินได้บุคคลเป็น 31 ส.ค.63 7) เพิ่มวงเงินลดหย่อนเบี้ยประกันสุขภาพ เป็น 25,000 บาท (จาก 15,000 บาท) แต่เมื่อรวมประกันชีวิตไม่เกิน 100,000 บาท 8) ยกเว้นภาษีให้แพทย์และเจ้าหน้าที่ สำหรับค่าตอบแทนเกี่ยวกับ Covid-19

เก็งกำไรหุ้นที่แข็งแกร่งกว่าตลาด นักลงทุนยังคงกังวลเกี่ยวกับแนวโน้มผลการดำเนินงานไตรมาส 1/63 ที่หุ้นหลายกลุ่มคาดจะรายงานผลการดำเนินงานอ่อนแอลงอย่างมาก ไม่ว่าจะเป็น สายการบิน ท่องเที่ยว การเงิน (กังวลหนี้เสียและ NPL) ศูนย์การค้าและกลุ่มที่มีรายได้ค่าเช่า ส่งผลให้กลุ่มที่แข็งแกร่งหรือฟื้นตัวดีกว่าตลาด ยังค่อนข้างจำกัดอยู่ในหุ้นที่กระแสเงินสดมั่นคง หรือได้ประโยชน์จากสถานการณ์ช่วงนี้ อาทิ ค้าปลีก, อาหาร, สื่อสาร, ไฟฟ้า เป็นต้น หากอิงการเคลื่อนไหวราคาปิดวันที่ 13 มี.ค.ที่ตลาดปรับขึ้นมาแรง จนถึง 24 มี.ค. หุ้นใน SET50 ปรับลดลง 4.90% โดยมีหุ้นที่มีความแข็งแกร่งกว่าตลาด (ปิดสูงกว่า 13 มี.ค.) ตามลำดับ ได้แก่ BJC, TU, DTAC, BGRIM, ADVANC, TRUE, PTT, GULF, RATCH, GPSC, SCC, CPF, BH, EA, INTUCH, EGCO, PTTEP, PTTGC, KTB, IRPC, OSP, CPALL, BANPU, WHA, TOA

ภาพรวมกลยุทธ์ ลุ้นฟื้นตัวระดับ 200 จุด การลงทุนเน้นทยอยสะสมกลุ่มรายได้มั่นคง ที่มีผลตอบแทนปันผลจับต้องได้ อาทิ สื่อสาร ไฟฟ้า ซึ่งมีโอกาสเป็นเป้าหมายการเพิ่มน้ำหนักของนักลงทุนสถาบัน  การเก็งกำไร เน้นหุ้นที่ “แข็งกว่าตลาด” และกำหนดจุดตัดขาดทุนทุกครั้ง // หุ้นแนะนำวันนี้ ซื้อ ADVANC*, SCC* / ทยอยสะสม BPP*, INTUCH, CPF*, CPALL*

แนวรับ 1,020 / แนวต้าน : 1,081-1,133 จุด สัดส่วน : เงินสด 70% : พอร์ตหุ้น 30%.

ประเด็นการลงทุน

PMI เยอรมนี-อังกฤษ ร่วงหนักในเดือน มี.ค. – ไอเอชเอส มาร์กิต รายงาน ดัชนีผู้จัดการฝ่ายจัดซื้อรวม (PMI) ของเยอรมนี ปรับลงสู่ระดับ 37.2 ในเดือน มี.ค. จาก 50.7 ในเดือน ก.พ. ทำจุดต่ำสุดในรอบ 133 เดือน ขณะที่ ดัชนี PMI ของอังกฤษ ลงทำจุดต่ำสุดเป็นประวัติการณ์ที่ 37.1 รับผลกระทบ Covid-19

จำนวนผู้ติดเชื้อทั่วโลกเพิ่ม 2 เท่า ภายในเวลาไม่ถึง 1 สัปดาห์ – อัพเดทตัวเลขผู้ติดเชื้อไวรัส Covid-19 ทั่วโลกล่าสุด มากกว่า 407,485 ราย เพิ่มขึ้น 2 เท่าภายในเวลาไม่ถึง 1 สัปดาห์ ขณะที่ ตัวเลขผู้เสียชีวิตมีอย่างน้อย 18,000 ราย

หุ้นลิสซิ่งร่วงหนัก – หุ้นกลุ่มลีสซิ่งร่วงหนัก หลังโดนแบงก์รัฐฯ แย่งลูกค้า กดดอกเบี้ยต่ำ 0.1% ขณะที่ หนี้เสียพุ่ง สภาพคล่องหาย รวมถึง กรณีแบงก์ชาติลดเพดานดอกเบี้ยสินเชื่อบุคคลจาก 28% เหลือ 23%

ค่าระวางเรือ – ล่าสุดอยู่ที่ 603 เปลี่ยนแปลง -14.00 หรือ -2.27%

ประเด็นติดตาม: 25 มี.ค. – ประชุม กนง. / 26 มี.ค. – BOE meeting / 31 มี.ค. – ธปท.รายงานภาวะเศรษฐกิจไทย

(* หมายถึง หุ้นทางกลยุทธ์ ซึ่งอาจมีคำแนะนำต่างกับพื้นฐาน หรือที่ไม่ ได้อยู่ในการวิเคราะห์ของ UOBKH ซึ่งนักลงทุนควรพิจารณาตั้งจุดตัดขาดทุน 3-5% ของราคาที่เข้าซื้อ)