วันศุกร์ ที่ 16 ตุลาคม 2569

Login
Login

Fed อัดยาแรง

Fed ที่ประกาศใช้ QE แบบไม่จำกัดวงเงินและเพิ่มวงเงิน 3 แสนล้านดอลลาร์ปล่อยกู้ภาคธุรกิจเพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจครั้งใหญ่สุด

ตลาดหุ้นวานนี้

SET วานนี้ทรุดตัวลงแรงใช้ Circuit Breaker อีกครั้งก่อนจะปิดที่ 1,024.46 จุด (-102.78 จุด) หรือ -9.12% ด้วย Volume ซื้อขายราว 6 หมื่นล้านบาท จากความกังวลกทม.ประกาศปิดสถานที่เสี่ยงเพื่อควบคุมการแพร่ระบาดไวรัส Covid-19 นอกจากนี้ความไม่แน่นอนมาตรการฟื้นฟูเศรษฐกิจวงเงิน 1 ล้านล้านดอลลาร์ของสหรัฐที่ยังไม่ผ่านอนุมัติจากวุฒิสภายิ่งกดดันต่อทิศทางดัชนีนำโดยแรงขายในกลุ่มหลัก Energy, Petro และ Bank ส่วนนักลงทุนต่างชาติยังคงขายสุทธิ 4,235 พันล้านบาท และขายสุทธิในตลาดพันธบัตร 2,666 ล้านบาท แต่ Net Long TFEX 13,666 สัญญา

แนวโน้มตลาดหุ้นวันนี้     

เรามีมุมมองบวกคาด SET รีบาวด์ขึ้นทดสอบ 1,065 – 1,080  จุด แม้ว่าภาวะตลาดจะยังมีความกังวลการแพร่ระบาดไวรัส Covid-19 ที่จะกดดันให้เศรษฐกิจทั่วโลกถดถอย อย่างไรก็ตาม action ของธนาคารกลางและรัฐบาลทั่วโลกที่ออกมาตรการรับมือสถานการณ์ดังกล่าวทำให้ทิศทางการลงทุนเป็นบวก โดยเฉพาะ Fed ที่ประกาศใช้ QE แบบไม่จำกัดวงเงินและเพิ่มวงเงิน 3 แสนล้านดอลลาร์ปล่อยกู้ภาคธุรกิจเพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจครั้งใหญ่สุด รวมถึงความคาดหวังว่าวุฒิสภาสหรัฐจะบรรลุข้อตกลงมาตรการเยียวยาชาวอเมริกาและภาคธุรกิจวงเงิน 2 ล้านล้านดอลล่าร์ในเร็วๆนี้ นอกจากนี้ความคาดหวังการประชุมครม.ของไทยช่วงบ่ายวันนี้จะออกมาตรการช่วยเหลือผู้ที่ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์ Covid-19 ทั้งการแจกเงินและการปล่อยกู้ดอกเบี้ยต่ำซึ่งเป็นแรงหนุนต่อ่บรรยากกาศการลงทุนด้วยเช่นกัน

กลยุทธ์การลงทุน: Selective Buy

  • กลุ่ม ICT (ADVANC, INTUCH, DTAC)  ได้อานิสงส์ Work from home
  • กลุ่มค้าปลีก (CPALL, BJC) ประชาชนเร่งกักตุนสินค้าเพื่อรองรับสถานการณ์ Covid-19
  • กลุ่มอาหาร (CPF, TU) ได้ประโยชน์จากแนวโน้มเงินบาทอ่อนค่า

 หุ้นแนะนำวันนี้

  • CPALL (ปิด 58.5 ซื้อ/เป้า IAA Consensus 88 บาท) ได้อานิสง์ประชาชนแห่กักตุนสินค้าหนุนยอดขาย CPALL และ MAKRO (ถือหุ้น 38%) เพิ่มขึ้น และคาดว่า CPALL จะได้ประโยชน์มากสุดจากมาตรการกระตุ้นกำลังซื้อของภาครัฐ (คืนค่าประกันมิเตอร์ไฟฟ้า 21 ล้านครัวเรือนมูลค่า 30,000 ล้านบาท) เนื่องจากมีสาขากระจายครอบคลุมทุกพื้นที่ของประเทศ
  • TU (ปิด 13.9 ซื้อ/เป้า 17.5) ได้ Sentiment บวกค่าเงินบาทอ่อนค่าเมื่อเทียบกับเงิน Dollar และ Euro เพราะ TU มีรายได้จากการส่งออกคิดเป็น 75% ของรายได้รวมและส่วนใหญ่ส่งออกไปในกลุ่มประเทศในยุโรป ทุกๆ 1 บาทที่เงินบาทอ่อนค่าเมื่อเทียบกับ Euro จะเพิ่มกำไรให้กับ TU ประมาณ 600 ล้านบาท นอกจากนี้ยังมีปัจจัยบวกจากข่าวบริษัทประกาศซื้อหุ้นคืนไม่เกิน 200 ล้านหุ้นมูลค่า 3 พันล้านบาท

บทวิเคราะห์วันนี้

Commerce sector (Top pick: CRC)

ประเด็นสำคัญวันนี้

  • (+) Fed อัดสภาพคล่องเข้าสู่ระบบชุดใหญ่ โดยประกาศทำ QE แบบไม่จำกัด (Unlimited): เพื่อสร้างความเชื่อมั่นให้กับประชาชนและนักลงทุน โดยเฉพาะปัญหาสภาพคล่องตึงตัว และปัญหาการผิดนัดชำระหนี้ของภาคเอกเชน (Default) Fed จึงประกาศทำโครงการ QE แบบไม่จำกัด โดยจะครอบคลุมการเข้าซื้อพันธบัตรรัฐบาล หุ้นกู้ภาคเอกชนและภาคอสังหาฯ นอกจากนี้เฟดจะเพิ่มวงเงินอีก 3 แสนล้านเหรียญฯ เพื่อปล่อยกู้ให้กับภาคธุรกิจและโครงการสินเชื่อที่มีหลักทรัพย์ค้ำประกัน รวมถึงการเข้าซื้อกองทุน ETFs อย่างไรก็ตามตลาดหุ้นดาวโจนส์ตอบสนองกับปัจจัยนี้ในข่วงสั้นเท่านั้น เนื่องจากนักลงทุนมองว่ามาตรการนี้อาจจะเป็นเครื่องมือสุดท้ายของเฟดในการรับมือกับไวรัส Covid-19 และตลาดยังผิดหวังที่วุฒิสภาสหรัฐยังไม่สามารถผ่านร่างกฏหมายเพื่อช่วยลดผลกระทบจากไวรัส Covid-19 มูลค่า 1 ล้านล้านเหรียญ ซึ่งเป็นมาตรการด้านการคลังที่จะผลักดันดีมานด์ให้กลับมาฟื้นตัว
  • (-) ส่งออกไทยเดือน ก.พ.พลิกเป็นหดตัว 4.5% จากที่ขยายตัว 3.4% ในเดือน ม.ค. และคาดว่าจะหดตัวมากขึ้นในเดือน มี.ค.: กระทรวงพาณิชย์รายงานยอดส่งออกของไทยเดือน ก.พ.พลิกเป็นหดตัว 4.5% จากที่ขยายตัว 3.4% ในเดือน มี.ค.และเมื่อหักรายการที่เป็นทองคำและน้ำมันการส่งออกจะหดตัวเพิ่มขึ้นเป็น 8.7% เนื่องจากเริ่มได้รับผลกระทบจากการแพร่ระบาดของไวรัส Covid-19 ที่มีจุดเริ่มต้นการระบาดมาจากจีน โดยเราคาดว่าการส่งออกของไทยจะหดตัวมากขึ้นอีกในเดือน มี.ค. เพราะเป็นช่วงที่ไวรัส Covid-19 ระบาดหนักไปในหลายประเทศทั่วโลก และแต่ละประเทศมีคำสั่ง Lock down ส่งผลให้กิจกรรมเศรษฐกิจหยุดชะงัก เพื่อสะท้อนผลกระทบดังกล่าวล่าสุดฝ่ายวิจัยธนาคารกรุงศรีปรับลดคาดการณ์ตัวเลขส่งออกปีนี้เป็น -6% จากเดิม -1%
  • (+) วันนี้ ติดตาม ครม. อนุมัติมาตรการลดผลกระทบจากไวรัส Covid-19 ชุดที่ 2: หลังจากสัปดาห์ที่ผ่านมา ครม.ได้อนุมัติมาตรการช่วยเหลือและเยียวยาผู้ที่ได้รับผลกระทบจากการระบาดของไวรัส Covid-19 ในเบื้องต้น (ชุดที่ 1 เน้นผู้ประกอบการ) ไปแล้ว สัปดาห์นี้คาดว่า ครม.จะอนุมัติมาตรดังกล่าวเพิ่มเติม (ชุดที่ 2) ซึ่งเป็นผลจากจำนวนผู้ติดเชื้อในไทยที่เร่งตัวขึ้น และมีมาตรควบคลุมการระบาดจากภาครัฐที่เข้มงวดขึ้น  ซึ่งมาตรการชุดที่ 2 คาดว่าจะเน้นไปที่ประชาชนและกลุ่มแรงงาน อาทิ ลดค่าครองชีพ (ราคาน้ำมันและก๊าซหุงต้ม), ช่วยค่าครองชีพกับแรงงานจากคำสั่งปิดสถานบริการ (แจกเงิน 2,000 บาทต่อราย 2 เดือน , และให้เงินสินเชื่อสำหรับลูกจ้างวงเงินรวมประมาณ 4-5 หมื่นล้านบาท  โดยจะปล่อยกู้ให้ 1-2 หมื่นบาทต่อราย อัตราดอกเบี้ย 0.1% ปลอดชำระเงินต้นและดอกเบี้ย 6 เดือน ระยะเวลาผ่อนชำระหนี้ 2 ปี