วันอาทิตย์ ที่ 18 ตุลาคม 2569

Login
Login

วอลุ่ม ‘ชอร์ตเซล’ ดิ่งหนัก 50% อานิสงส์ ตลท. ปรับเกณฑ์

วอลุ่ม “ชอร์ตเซล” ดิ่งหนัก 50% หลัง ตลท. ปรับเกณฑ์ขายชอร์ตใหม่ พร้อมขอความร่วมมือโบรกเกอร์ระวังการทำธุรกรรม “เอสบีแอล” ด้าน “ภากร” ยันไม่พบการทำ “แนคเก็ต ชอร์ต” ขณะหุ้นไทยวานนี้สุดผันผวน ก่อนรีบาวด์ท้ายตลาดปิดบวกเกือบ 13 จุด

มูลค่าการทำ "ชอร์ตเซล" ปรับลดลงต่อเนื่อง นับตั้งแต่วันที่ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย(ตลท.) ปรับเกณฑ์การขายชอร์ต โดยผู้ที่จะทำชอร์ตเซล จะขายชอร์ตได้เฉพาะในราคาที่สูงกว่าราคาซื้อขายครั้งสุดท้าย จากเดิมที่สามารถขายชอร์ตได้ในราคาที่ไม่ต่ำกว่าราคาซื้อขายครั้งสุดท้าย ซึ่งภายหลังปรับเกณฑ์ดังกล่าว ทำให้มูลค่าการขายชอร์ตตั้งแต่ช่วงต้นสัปดาห์นี้ (16-17มี.ค.) ปรับลดลงเหลือเพียงวันละ 2,156.84 ล้านบาท และ 1,553.39 ล้านบาท ตามลำดับ

แหล่งข่าวจากโบรกเกอร์ กล่าวว่า หลัง ตลท. ปรับเกณฑ์ขายชอร์ตชั่วคราว ทำให้มูลค่าการขายชอร์ตลดลงไปค่อนข้างมาก และจำนวนหลักทรัพย์ที่ถูกชอร์ตเซลก็ลดลงเหลือเพียง 119 หลักทรัพย์ จากเดิมที่เคยสูงถึง 140 หลักทรัพย์ขึ้นไป โดยมูลค่าการขายชอร์ตที่ลดลงอย่างมาก นอกจากเป็นเพราะ ตลท. ปรับเกณฑ์การขายชอร์ตแล้ว ยังเป็นผลจากการที่ ตลท. ขอความร่วมมือโบรกเกอร์ให้ระมัดระวังการทำธุรกรรมการให้ยืมหุ้น(SBL) ด้วย

ส่วนในช่วงที่ราคาหุ้นปรับลดลงแรง มีผู้ตั้งข้อสังเกตว่า นักลงทุนบางส่วนใช้วิธี Naked Short หรือ เป็นการขายโดยที่ไม่ได้มีหุ้นนั้นอยู่ในมือหรือไม่ ซึ่งเรื่องนี้ นายภากร ปีตธวัชชัย กรรมการและผู้จัดการ ตลท. กล่าวยืนยันว่า ไม่พบข้อมูลว่า นักลงทุนเทขายหุ้นโดยที่ไม่มีหลักทรัพย์นั้นอยู่ในครอบครอง

ส่วนความเคลื่อนไหวของดัชนีหุ้นไทยวานนี้(18มี.ค.) พบว่า ผันผวนรุนแรง โดยช่วงเช้าดัชนีปรับเพิ่มขึ้น 40 จุด ก่อนจะย่อตัวลงมาติดลบ 8 จุด ก่อนจะรีบาวด์ในช่วงท้ายตลาดมาปิดที่ระดับ 1,048.15 เพิ่มขึ้น 12.98 หรือ 1.25% มูลค่าการซื้อขาย 59,147.13 ล้านบาท โดยนักลงทุนสถาบันในประเทศวานนี้ซื้อสุทธิ 3,046.44 ล้านบาท ส่วนนักลงทุนต่างประเทศยังขายสุทธิอีก 3,997.49 ล้านบาท ซึ่งเป็นการเทขายต่อเนื่องวันที่ 10

158453840896

นายกิติชาญ ศิริสุขอาชา ผู้อำนวยการอาวุโส ฝ่ายวิเคราะห์หลักทรัพย์รายย่อย บล.ซีจีเอส-ซีไอเอ็มบี (ประเทศไทย) กล่าวว่า ดัชนีหุ้นไทยผันผวนค่อนข้างมาก ซึ่งช่วงเช้าดัชนีปรับขึ้นเกือบ 40 จุด ก่อนจะถูกเทขายลงมา เพราะดัชนีดาวโจนส์ฟิวเจอร์ ติดลบไปค่อนข้างมาก แต่สุดท้ายดัชนีหุ้นไทยก็สามารถรีบาวด์กลับมาได้ หลังมีข่าวว่า รัฐบาล เตรียมออกมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจ และได้จัดมาตรการเตรียมความพร้อมรับมือการแพร่ระบาดของ โควิด-19 ที่อาจเข้าสู่ระยะ 3 รวมไปถึงการเตรียมจัดตั้งกองทุนพยุงหุ้น 

"ตลาดหุ้นไทยวานนี้ที่ปรับตัวเพิ่มขึ้นเชื่อว่าเกิดจากปัจจัยภายในประเทศมากกว่าการขึ้นตามตลาดหุ้นสหรัฐ เพราะ ตลาดหุ้นเอเชียส่วนใหญ่ปรับตัวลดลง ส่วนทิศทางตลาดหุ้นไทยวันนี้คาดว่าจะผันผวนตามสถานการณ์แพร่ระบาดโควิด-19 และมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจ  โดยมองกรอบแนวรับที่ 1,000-1025 จุด แนวต้านที่ระดับ 1,068-1,088 จุด"

นายอภิชาติ ผู้บรรเจิดกุล ผู้อำนวยการอาวุโส สายงานวิเคราะห์เชิงกลยุทธ์ บล. ทิสโก้ กล่าวว่า ทิศทางตลาดหุ้นไทยวันนี้ คาดว่าจะผันผวนตามสถานการณ์แพร่ระบาดโควิด-19 โดยมองแนวรับที่ระดับ 970-1,000 จุด แนวต้านที่ระดับ 1,070-1,080 จุด

สำหรับการลงทุนช่วงนี้ หากเป็นนักลงทุนระยะยาวสามารถทยอยสะสมหุ้นขนาดใหญ่พื้นฐานดี และเป็นหุ้นเป้าหมายที่กองทุนรวมเพื่อการออม (SSF)วงเงินพิเศษที่จะมีการจัดตั้งในเดือนหน้า เช่น บมจ. ท่าอากาศยานไทย (AOT), บมจ.กรุงเทพดุสิตเวชการ(BDMS ),บมจ.ซีพี ออลล์ (CPALL), บมจ.บริษัทบริหารสินทรัพย์ กรุงเทพพาณิชย์ (BAM), บมจ.บีทีเอส กรุ๊ป โฮลดิ้งส์ (BTS )และบมจ. วีจีไอ (VGI )