วันศุกร์ ที่ 16 ตุลาคม 2569

Login
Login

สรรพสามิตเผย ความต้องการแอลกอฮอล์พุ่ง 5 เท่า

สรรพสามิตเผย โควิด-19 ทำให้ความต้องการใช้แอลกอฮอล์ เพื่อฆ่าเชื้อโรคของหน่วยงานการแพทย์และสาธารณสุขในกรุงเทพมหานครเพิ่มขึ้น 5 เท่าจากก่อนหน้านี้

นายพชร อนันตศิลป์ อธิบดีกรมสรรพสามิตเปิดเผยหลังการประชุมกับผู้แทนของกระทรวงสาธารณสุข โรงพยาบาล องค์การเภสัชกรรม และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องด้านการแพทย์และสาธารณสุข ถึงสถานการณ์การใช้แอลกอฮอล์ทางการแพทย์ในปัจจุบัน เพื่อวางแผนการบริหารจัดการแอลกอฮอล์เพื่อเตรียมความพร้อมรองรับความรุนแรงของสถานการณ์แพร่ระบาดไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่(โควิด-19)ในอนาคตว่า ความต้องการใช้แอลกอฮอล์ เพื่อฆ่าเชื้อโรคของหน่วยงานการแพทย์และสาธารณสุขในกรุงเทพมหานคร เพิ่มขึ้น 5 เท่าจากก่อนหน้านี้

"แม้ความต้องการแอลกฮอล์ที่ใช้ฆ่าเชื้อโรคจะสูงขึ้นก็ตาม  แต่กำลังการผลิตแอลกอฮอล์บริสุทธิ์ในประเทศ ยังมีความเพียงพอ"

ทั้งนี้ หน่วยงานด้านสาธารณสุขและการแพทย์ใน กรุงเทพมหานครนั้น เดิมก่อนที่จะเกิดปัญหาการระบาดโควิด-19 มีการใช้แอลกอฮอล์ฆ่าเชื้อเพียง 5 พันลิตรต่อเดือน  แต่ปัจจุบันเพิ่มขึ้นเป็น 25,000 ลิตรต่อเดือน  ขณะที่ จังหวัดที่อยู่ปริมณฑลของกรุงเทพ คือปทุมธานี เพียงวันที่ 16 มี.ค.นี้วันเดียว มีคำสั่งซื้อแอลกอฮอล์รวมถึงถึง 2.4 แสนลิตร

อย่างไรก็ตาม เขาย้ำว่า ปริมาณกากรผลิตแอลกอฮอล์บริสุทธิ์ภายในประเทศมีเพียงพอต่อความต้องการ โดยปัจจุบันองค์การสุรา รัฐวิสาหกิจในสังกัดกรมสรรพสามิต บริษัทผู้ผลิตสุรา 7 โรงในประเทศ และบริษัทผู้ผลิตเอทานอล 26 โรงในประเทศ มีกำลังการผลิตแอลกอฮอล์ 7.39 ล้านลิตรต่อวัน  ขณะที่ มี สต็อกอยู่ในประเทศรวมกัน ณ สิ้นก.พ.ที่ผ่านมาจำนวน 133 ล้านลิตร

"จากการสอบถามหน่วยงานด้านการแพทย์และสาธารณสุขในกรุงเทพที่มาประชุมร่วมกับกรมในวันนี้ ระบุว่าคาดความต้องการใช้ในปัจจุบันของทุกหน่วยงานรวมกัน ประมาณ 1.3 ล้านลิตร/ปี ดังนั้นจึงไม่มีปัญหาในเรื่องการขาดแคลนแอลกอฮอล์ฆ่าเชื้อโรค"

ทั้งนี้ แม้ว่าแอลกอฮอล์ ซึ่งเป็นส่วนสำคัญในการผลิตเจลล้างมือ จะมีเพียงพอ แต่ปัจจุบันการที่เจลล้างมือขาดตลาด นายพชร กล่าวว่า เป็นเพราะกำลังการผลิตของเอกชนที่ผลิตเจลล้างมือในประเทศที่มีราว 2 พันแห่ง ไม่พอต่อความต้องการของประชาชนในขณะนี้