วันเสาร์ ที่ 17 ตุลาคม 2569

Login
Login

Industrial Estate Sector (13 มี.ค.63)

การลงทุนสะดุดเพราะภาวะเศรษฐกิจแย่ลง

Event

Industry outlook

lmpact

ภาวะเศรษฐกิจที่อ่อนแอจะทำให้การลงทุนถูกเลื่อนออกไป

จากบทวิเคราะห์เศรษฐกิจของ KGI Economic report: "GDP ปี 2563: COVID-19 ทำให้ภาวะเศรษฐกิจอ่อนแอลง" ที่เผยแพร่เมื่อวันที่ 12 มีนาคม 2020 นักเศรษฐศาสตร์ของเรามีมุมมองที่ค่อนข้างเป็นลบกับเศรษฐกิจไทยจากการระบาดของ Covid-19 ซึ่งคาดว่าจะฉุดให้ GDP ของไทยใน 1Q63-2Q63 หดตัว ~3% และ ~2% ตามลำดับ โดยคาดว่าจะฟื้นตัวกลับขึ้นมาได้บ้างใน 2H63 และทำให้ GDP ปี 2563 ยังคงขยายตัวได้ +0.1% (Figure 1) ทั้งนี้ จากภาวะเศรษฐกิจที่อ่อนแอ บวกกับดัชนีการลงทุนภาคเอกชนที่ลดลง (Figure 2) และอัตราการใช้กำลังการผลิตที่ลดลงเหลือ 63.9 จากค่าเฉลี่ยระยะยาวที่ 8.0 (Figure 3) เราจึงคาดว่าการลงทุนน่าจะถูกเลื่อนออกไป และจะฉุดให้ยอดขายที่ดินในนิคมอุตสาหกรรมลดลงอย่างมากเช่นเดียวกับในปี 2552 (ยอดขายที่ดินลดลงจาก ~4,200 ไร่ในปี 2551 เหลือเพียง ~900 ไร่ในปี 2552) ดังแสดงใน Figure 4 ทั้งนี้ เนื่องจากการระบาดของ COVID-19 ส่งผลกระทบกับภาคเศรษฐกิจจริงทั้งโลก ดังนั้นการฟื้นตัวอาจจะต้องใช้เวลานาน

การเลื่อนลงทุนทำให้เราปรับลดประมาณการกำไรของ AMATA ลง ~11% และของ WHA ลง ~45%

AMATA Corporation (AMATA.BK/ AMATA TB)*: เราปรับลดประมาณการกำไรปี 2563 ลง 11% และปี 2564 ลง 18% เพื่อสะท้อนการปรับลดสมมติฐานยอดขายที่ดินในปี 2563 ลง 20% เหลือ 400 ไร่ และปี 2564 ลง 13% เหลือ 700 ไร่ ทั้งนี้ เราคาดว่ากำไรของบริษัทในปีนี้จะลดลง 30% ก่อนที่จะฟื้นตัวขึ้น 21% ในปี หน้า ซึ่งก่อนหน้านี้ เราได้ปรับประมาณการของกำไรของ AMATA ไปแล้วหลังจากที่บริษัทประกาศผลประกอบการปี 2562 ซึ่งหากรวมการปรับประมาณการรอบที่แล้วด้วย ก็หมายความว่าเราปรับลดประมาณการกำไรปีนี้ไปแล้ว 35%

WHA Corporation (WHA.BK/ WHA TB)*: เราปรับลดประมาณการกำไรปี 2563 ลง 45% และปี 2564 ลง 20% เพื่อสะท้อนถึงการปรับสมมติฐานดังต่อไปนี้ i) ปรับลดสมมติฐานยอดขายที่ดินปี 2563 ลง 57% เหลือ 600 ไร่ และ ปี 2564 ลง 29% เหลือ 1,200 ไร่ และ ii) การเลื่อนธุรกรรม E-commerce 130,000 ตรม. ออกไปเป็นปี 2564 โดยสรุปแล้ว เราคาดว่ากำไรของ WHA จะหดตัว 28% ในปี 2563 ก่อนที่จะฟื้นตัวถึง 52% ในปี 2564

ราคาหุ้นมี downside จำกัด

เรายังคงมุมมองการย้ายฐานการผลิตทั้งจากประเด็นสงครามการค้าระหว่างจีนกับสหรัฐ และการระบาดของ Covid-19 ซึ่งทำให้นักลงทุนตื่นตัวเกี่ยวกับการพึ่งพาจีนอย่างมาก แต่อย่างไรก็ตาม สถานการณ์เศรษฐกิจที่ไม่เอื้ออำนวยในปัจจุบันก็อาจจะทำให้การตัดสินใจลงทุนล่าช้าออกไป ทั้งนี้ ราคาหุ้นของ AMATA และ WHA ร่วงลงมาแรงถึง ~50% ตั้งแต่ต้นปีนี้ โดยราคาปิ ดล่าสุดอยู่ที่ 10.50 บาท (AMATA) และ 2.16 บาท (WHA) ซึ่งเราเชื่อว่าราคาหุ้นทั้งสองตัวมี downside จำกัดเมื่อเทียบกับมูลค่าทางบัญชี (มูลค่าสินทรัพย์ที่ปรับแล้วหักด้วยหนี้สินรวม) ซึ่งเมื่อคำนวณด้วยวิธีนี้จะทำให้ได้มูลค่าเหมาะสมของ
AMATA ที่ 9.0 บาท และ WHA ที่ 1.90 บาท คิดเป็น ~13% จากราคาปิดล่าสุด (Figure 15)

Valuation & Action

ถึงแม้ว่าเราจะยังคงมองว่าจะมีการย้ายฐานการผลิตมาไทย แต่การฟื้นตัวก็น่าจะยังต้องใช้เวลาอีกระยะหนึ่ง ซึ่งเมื่อบวกกับสถานการณ์ทางการเมืองในปัจจุบันแล้ว ก็น่าจะทำให้กิจกรรมทางเศรษฐกิจชะลอตัวลง ดังนั้นเราจึง de-rate PER ของหุ้นกลุ่มนิคมอุตสาหกรรมลงเหลือ 12.0X (-0.5 S.D.) เพื่อสะท้อน
ถึงภาวะเศรษฐกิจที่ไม่เอื้ออำนวย เราปรับลดน้ำหนักหุ้นกลุ่มนิคมอุตสาหกรรมลงจาก "มากกว่าตลาด" เป็น "เท่ากับตลาด" และปรับลดคำแนะนำหุ้น WHA จาก "ซื้อ" เป็น "ถือ" โดยให้ราคาเป้าหมายใหม่ที่ 3.10 บาท จากเดิมที่ 5.0 บาท แต่ยังคงคำแนะนำ "ซื้อ" สำหรับ AMATA ราคาเป้าหมาย 15.60 บาท จาก
เดิมที่ 19.0 ด้วย pure play asset ที่มี risk-reward ratio ที่น่าสนใจเมื่อเทียบกับมูลค่าทางบัญชี (มูลค่าสินทรัพย์ที่ปรับแล้วหักด้วยหนี้สินรวม) ด้วย upside จากราคาเป้าหมายที่ 49% เทียบกับ downside จากมูลค่าทางบัญชีที่ -14%

Risks

ความเสี่ยงด้านภูมิรัฐศาสตร์ (Geopolitical risks) เศรษฐกิจชะลอตัวลง ภัยธรรมชาติ การซื้อที่ดิน การกระจุกตัวของกลุ่มอุตสาหกรรม และเงินทุนไม่เพียงพอ