“จุรินทร์” สั่งให้กรมการค้าภายในตรวจสอบกรณีคนใกล้ชิด รมต.เกี่ยวข้องขายหน้ากาก 200 ล้านชิ้น ยันพร้อมใช้กฎหมายจัดการหากผิด ด้านอธิบดีกรมการค้าภายในส่งทีมงานตรวจสอบแล้ว
นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยว่า กรณีที่มีการกักตุนหน้ากากอนามัย 200 ล้านชิ้น และขายใน 14 บาท ซึ่งเป็นคนใกล้ชิดทีมงานของรัฐมนตรีในรัฐบาลนั้น ได้สั่งการกรมการค้าภายในเข้าไปตรวจสอบแล้ว เบื้องต้นยังไม่ทราบว่ามีการกักตุนที่ไหนอย่างไร แต่ถ้ามีเบาะแสที่ชัดเจนแจ้งมาที่กรมการค้าภายในได้
“ที่ผ่านมาก็มีการร้องเรียนเข้ามามาก โดยเจ้าหน้าที่รัฐได้เข้าไปตรวจสอบและจับกุมเกือบทุกวัน และยืนยันว่าจะดำเนินการตามกฎหมายไม่มีข้อยกเว้นแม้จะเป็นคนใกล้ขิดของรัฐมนตรีก็ตาม”
อ่านข่าว-'ธรรมนัส' แจง 4 ข้อ ปัดเอี่ยวกักตุนหน้ากากอนามัย 200
นายวิชัย โภชนกิจ อธิบดีกรมการค้าภายใน กล่าวว่า ได้ส่งทีมงานเข้าไปตรวจสอบกรณีดังกล่าวแล้วตั้งแต่เช้า หลังจากที่มีข่าวขึ้นมา แต่อยากให้สังคมพิจารณาเรื่องนี้อย่างรอบคอบ เพราะเท่าที่ตรวจสอบบุคคลที่ตกเป็นข่าวขณะนี้แทบไม่มีความเกี่ยวข้องกับกระทรวงพาณิชย์ และกระทรวงเกษตรและสหกรณ์
รวมทั้งการออกมาโพสต์ขายว่ามีหน้ากาก 200 ล้านชิ้น ในขณะที่กำลังการผลิตต่อวันของไทยแค่ 1.2 ล้านชิ้น เท่ากับว่าจะต้องมีการสต๊อกสินค้าโดยใช้ระยะเวลามากกว่า 1 ปี ถึงได้จำนวน 200 ล้านชิ้น จึงมองว่าเป็นการโพสต์ขายล่วงหน้า และรับสินค้ามาขายหลังจากมีออเดอร์ หรืออาจมีการนำเข้าหน้ากากอนามัยจากประเทศเวียดนาม ซึ่งต้องตรวจสอบว่าได้คุณภาพหรือไม่ โดยเคยเกิดเหตุการณ์ลักษณะนี้ขึ้นมา คือ มีการจออนุญาตส่งออกหน้ากาก 10 ล้านชิ้น แต่พอไปตรวจสอบ กลับไม่ปรากฎว่ามีสินค้า เป็นการทำออเดอร์ขึ้นมาล่วงหน้าเท่านั้น
นอกจากนี้ ยืนยันว่าประกาศคณะกรรมการกลางว่าด้วยราคาสินค้าและบริการ (กกร.) มีผลบังคับใช้ในเรื่องของการควบคุมราคาไม่เกิน 2.50 บาท ต่อ ชิ้น และการครอบครองจำหน่าย ซึ่งหากมีการขายเกินราคาจะมีโทษจำคุก 5 ปี ปรับ 1 แสนบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ









