วันศุกร์ ที่ 16 ตุลาคม 2569

Login
Login

ยิ้มรับมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจ

ตลาดได้ปัจจัยบวกภายในประเทศหลังก.คลังเตรียมเสนอมาตรการเยียวยาผลกระทบไวรัสโควิด-19 ชุดที่ 1 วงเงินกว่า 1 แสนล้านบาทในวันพรุ่งนี้ (6 มี.ค.)

ตลาดหุ้นวานนี้

SET Index ดีดตัวขึ้น +3.59 จุด (+0.26%) ปิดที่ 1,378 จุด ด้วยมูลค่าการซื้อขาย 5.8 หมื่นล้านบาท ตอบรับ Fed ประกาศปรับลดอัตราดอกเบี้ยแบบฉุกเฉินลง 0.5% สู่ระดับ 1% เพื่อรับมือกับการแพร่ระบาดไวรัส Covid-19 รวมถึงคาดหวังมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจในประเทศในการประชุมครม.เศรษฐกิจ โดยเป็นแรงซื้อกลุ่ม Prop , Cons และ Fin ส่วนนักลงทุนต่างชาติพลิกเป็นซื้อสุทธิ 1,246 ล้านบาท แต่ขายสุทธิในตลาดพันธบัตร 6,397 ล้านบาท และ Net Short TFEX 5,993 สัญญา

แนวโน้มตลาดหุ้นวันนี้

เรามีมุมมองเป็นบวกคาด SET Index ปรับตัวขึ้นทดสอบ 1,390 – 1,400 จุด ตาม sentiment เชิงบวกตลาดหุ้นรอบบ้านที่ดีดตัวขึ้นจากความคาดหวังว่าธนาคารกลางอื่นๆ เช่น ECB และไทยจะปรับลดอัตราดอกเบี้ยลงตาม Fed ที่ลดดอกเบี้ยลง 0.5% สู่ระดับ 1% เพื่อรับมือกับการแพร่ระบาดไวรัส Covid-19 นอกจากนี้ภาวะตลาดยังได้ปัจจัยบวกภายในประเทศหลังก.คลังเตรียมเสนอมาตรการเยียวยาผลกระทบไวรัสโควิด-19 ชุดที่ 1 วงเงินกว่า 1 แสนล้านบาทในวันพรุ่งนี้ (6 มี.ค.) เช่น มาตรการแจกเงิน 1 – 2 พันบาทให้ผู้มีรายได้น้อย , Soft loan ดอกเบี้ยต่ำมากเพื่อเป็นทุนหมุนเวียนแก่ SME และผู้ประกอบธุรกิจภาคท่องเที่ยว รวมถึงการปรับเกณฑ์กองทุน SFF ให้เหมือนกองทุน LTF ซึ่งเป็นบวกต่อทิศทางการลงทุนในช่วงนี้

กลยุทธ์การลงทุน: Selective Buy

  • กลุ่มพลังงาน (PTT PTTEP TOP PTTGC ) คาดการประชุมกลุ่มโอเปกและพันธมิตรในวันที่ 5 – 6 มี.ค.จะปรับลดกำลังการผลิตน้ำมันลงอีก 1 ล้านบาร์เรล/วัน
  • กลุ่มโรงแรม (MINT CENTEL ERW) กลุ่มค้าปลีก (CPALL HMPRO BJC)  กลุ่มรับเหมา (STEC CK)  6 มี.ค.ที่ประชุมครม.เศรษฐกิจเตรียมพิจารณามาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจและโครงการ PPP รวม 7.5 แสนล้านบาท
  • กลุ่มไฟแนนซ์ (MTC, SAWAD, KTC) ตอบรับต้นทุนการเงินลดลงจากแนวโน้มอัตราดอกเบี้ยที่ปรับลง

หุ้นแนะนำวันนี้

  • CPALL (ปิด 69 ซื้อ/เป้า IAA Consensus 88) เข้าสู่ Stage ของการกระตุ้นการลงทุนและกระตุ้นเศรษฐกิจของภาครัฐ วันศุกร์นี้คาดที่ประชุมรัฐมนตรีเศรษฐกิจเสนอมาตรการกระตุ้นการบริโภคในประเทศ และมาตรการบรรเทาผลกระทบให้กับผู้ประกอบการที่ได้รับผลกระทบจาก Covid-19 ส่งผลดีต่อ Sentiment การลงทุนของหุ้นที่เกี่ยวข้อง อาทิ ค้าปลีก เราเลือก CPALL เป็น Top pick ของกลุ่มค้าปลีก
  • PTTEP (ปิด 110 ซื้อ/เป้า 146 บาท) ได้ Sentiment บวกราคาน้ำมันดิบฟื้นตัว คาดหวัง OPEC+ ลดกำลังการผลิต 1 ล้านบาร์เรลต่อวันมากกว่าข้อเสนอเดิมที่ 6 แสนบาร์เรลต่อวัน คาดพยุงและหนุนราคาน้ำมันดิบ WTI กับไปซื้อขายเหนือระดับ USD50/bbl ได้เป็นบวกต่อผลประกอบการของ PTTEP

บทวิเคราะห์วันนี้

-

ประเด็นสำคัญวันนี้

  • (+) ดาวโจนส์บวกแรง 1,173 จุด ตอบรับ โจ ไบเดน มีโอกาสได้เป็นตัวแทนพรรคเดโมแครตลงชิงตำแหน่งประธานาธิบดีสหรัฐ กับ โดนัล ทรัมป์ : ซูเปอร์ทิวส์เดย์ คือวันที่พรรครีพับลิกันและพรรคเดโมแครต จัดการเลือกตั้งขั้นต้นภายในพรรคหรือ primary election เพื่อหาตัวแทนลงสู้ศึกประธานาธิบดีในช่วงเดือน พ.ย.ซึ่งปีนี้นักลงทุนให้ความสนใจไปที่พรรคเดโมแครตว่าใครจะได้เป็นตัวแทนระหว่าง นาย โจไบเดน และนายเบอร์นี แซนเดอร์ส ซึ่งผลคัดเลือกต้นปรากฏว่า โจ ไบเดน ชนะผลโหวตใน 9 รัฐจาก 14 รัฐจึงมีโอกาสชนะสูง ซึ่งปัจจัยนี้ส่งผลให้ตลาดตอบรับในเชิงบวกเป็นอย่างมากเนื่องจากนโยบายของไบเดน เน้นทางสายกลาง ตรงข้ามกับ นายเบอร์นี แซนเดอร์ส ที่เน้นนโยบายเข้มงวดในการทำธุรกิจ(เป็นลบโดยตรงต่อกำไรธุรกิจและตลาดหุ้น) และมีนโยบายที่พุ่งเป้ารีดภาษีคนรวย รวมถึงคัดค้านระบบประกันสุขภาพของสหรัฐ (อยากให้ลดค่ายาและเวชภัณฑ์)
  • (+/-) ราคาน้ำมันพักตัวรอดูการประชุมของกลุ่ม OPEC+ ที่จะมีขึ้นในวันนี้ (5-6 มี.ค.) คาดลดกำลังการผลิต 1 ล้านบาร์เรลต่อวัน : เราเปลี่ยนแนวทางการวิเคราะห์ผลประชุมของกลุ่ม OPEC+ใหม่แต่ยังแบ่งเป็น 3 แนวทางเช่นเดิม คือ Base case ลดกำลังการผลิตที่ระดับ 6 แสนบาร์เรลต่อวัน ราคาน้ำมันดิบจะตอบรับกลางๆ WTI เคลื่อนไหวในกรอบ 45-50 $/bbl, 2)Worst case ลดกำลังการผลิตน้อยกว่า 6 แสนบาร์เรล แนวทางนี้จะสร้างความผิดหวังให้กับตลาดมีโอกาสสูงที่ราคา WTI จะลดลงไปซื้อขายในกรอบ 40-45$/bbl และ 3)Best case ลดกำลังการผลิตมากกว่า 6 แสนบาร์เรลต่อวัน แนวทางนี้จะเป็นบวกต่อตลาดน้ำมันโดยคาดว่าราคาน้ำมันดิบ WTI จะไปซื้อขายเหนือระดับ 50$/bbl ได้
  • (+) กลุ่มค้าปลีก และ ท่องเที่ยว - มาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจของภาครัฐเริ่มเห็นความชัดเจน ส่วนใหญ่เน้นกระตุ้นการบริโภค และช่วยบรรเทาผลกระทบจากไวรัส Covid-19 ระบาด : วานนี้มีกระแสข่าวว่าในวันที่ 6 มี.ค. จะมีการประชุมรัฐมนตรีเศรษฐกิจเพื่อพิจารณาชุดมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจ เบื้องต้นเน้นกระตุ้นการบริโภคในประเทศ อาทิ แจกเงินเพื่อเพิ่มกำลังซื้อให้กับประชาชนประมาณ 1-2 พันบาทต่อคนประมาณ 14 ล้านคน มาตรการนี้จะกระตุ้นการจับจ่ายใช้สอยเป็นบวกต่อกลุ่มค้าปลีกและบริการ Top pick CPALL MAKRO นอกจากนี้ยังเตรียมออกมาตรการบรรเทาผลกระทบให้กลุ่มธุรกิจและภาคท่องเที่ยวที่ได้รับผลกระทบจากไวรัส Covid-19 อาทิ สินเชื่อดอกเบี้ยต่ำ (ซอฟท์โลน) นอกจากนี้ยังมีมาตรการอื่นๆเพิ่มเติมอาทิ มาตรการภาษีเพื่อให้นายจ้างจ้างลูกจ้างต่อ การลดภาษีหัก ณ ที่จ่ายให้กับพนักงาน รวมไปถึงมาตรการช่วยเหลือตลาดทุนผ่านการผ่อนคลายเกณฑ์กองทุน SSF เป็น LTF เป็นการชั่วคราว