พาณิชย์ ต่อยอดตลาดออนไลน์ ดึงแพลตฟอร์มดังเจรจาผู้ส่งออกผลไม้ ลดผลกระทบโควิด-19 ทำตลาดชะลอสั่งซื้อ ด้านผู้ส่งออก เชื่อพ้นวิกฤตโรคระบาดพร้อมส่งออกผลไม้ลุยตลาดจีน แจงราคาตลาดปลายทางยังสูงลดผลกระทบค่าขนส่งเพิ่ม
นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ เป็นประธานในพิธีเปิดโครงการจับคู่ธุรกิจสินค้าผลไม้สดและผลิตภัณฑ์ผลไม้แปรรูป และพิธีลงนามข้อตกลงการซื้อขาย (MOU) ว่ากระทรวงพาณิชย์ ได้จัดกิจกรรมเชิงรุก ดึงผู้นำเข้า และตัวแทนจำหน่ายจากทั่วโลก อาทิ ญี่ปุ่น อินเดีย สหรัฐ จีน รวมถึงผู้ประกอบการแพลตฟอร์มรายใหญ่ระดับโลก อาทิ ทีมอลล์โกลบอล ในเครืออาลีบาบา ประเทศจีน บิ๊กบาสเก็ตดอทคอม ประเทศอินเดีย มาเจรจาสั่งซื้อผลไม้โดยตรงกับผู้ส่งออกไทย เน้นส่งออกสู่ตลาดออนไลน์อีกทางหนึ่ง มีผู้ประกอบการเข้าร่วมกิจกรรม 70 บริษัท
นอกจากนี้ยังจัดพิธีลงนามข้อตกลงการซื้อขาย เอ็มโอยู ระหว่างผู้ส่งออกไทยกับคู่ค้าจากประเทศสิงคโปร์และฮ่องกง ในการซื้อขายสินค้าผลไม้สด (ทุเรียน ส้มโอ มะม่วง ลำไย สละ) ผักสด (มะนาว หน่อไม้ฝรั่ง กระเจี๊ยบ ข้าวโพดอ่อน พริก) และผลไม้อบแห้งต่างๆ กว่า 10,000 ตัน รวมมูลค่าซื้อขายกว่า 1,095 ล้านบาท ซึ่งคาดว่า มียอดเจรจาซื้อขายทันทีอีก 400 ล้านบาท รวมมูลค่าการซื้อขายจากการจัดกิจกรรมนี้ประมาณ 1,500 ล้านบาท
สำหรับแผนผลักดันการส่งออกผลไม้ในปีนี้ จะเน้นการซื้อขายผ่านตลาดออนไลน์ให้มากขึ้น และเชิญผู้ซื้อมาจับคู่ธุรกิจในไทยแทน เพราะปัญหาการระบาดของโรคโควิด -19 ที่อาจจะกระทบการสั่งซื้อให้ชะลอลง โดยเฉพาะตลาดใหญ่ อยู่ที่ประเทศจีน
รวมทั้งจะต้องอาศัยตลาดในประเทศ ช่วยกันบริโภคผลไม้ ด้วยการเชื่อมโยงไปยังตลาดใหญ่ๆ และห้างค้าปลีก การให้ผู้โดยสารเครื่องบิน หิ้วผลไม้ขึ้นเครื่องได้ฟรี 20 กิโลกรัม และมีกล่องบรรจุให้ฟรีด้วย รวมทั้งกำลังประสานให้หิ้วผลไม้ฟรี ในเส้นทางบินต่างประเทศด้วย แต่ยังติดปัญหาจากการระบาดของโรคโควิด-19 ที่ยังไม่สามารถดำเนินการได้
นายจิระ พยุงภร บริษัทเอเจ อินเตอร์เทรด ผู้ส่งออกทุเรียนไทย กล่าวว่า บริษัทส่งออกทุเรียนสดและแปรรูปไปประเทศจีน ญี่ปุ่น เกาหลี ฮ่องกง ซึ่งแต่ละปีส่งออกไปประมาณ 250 ตู้คอนเทรนเนอร์ มูลค่ากว่า 100 ล้านบาท โดยการส่งออกทุเรียนจะเน้นเรื่องคุณภาพเป็นหลักและตรงกับความต้องการของลูกค้า
อย่างไรก็ตาม เมื่อเกิดเหตุการณ์ระบาดของโควิด -19 ก็กระทบการส่งออกของเราบ้างเล็กน้อย ในเดือนม.ค. ที่จะต้องส่งออกทุเรียน แต่ที่หนักคือ เดือนก.พ.โดยเฉพาะจีนมีการปิดการขนส่งทางบกและเรือทำให้ต้องชะลอการส่งออก เพราะต้องดูสถานการณ์ควบคู่ไปด้วย
“เรามีการส่งออกทุเรียนทางเครื่องบินแทนการการส่งไปกับตู้คอนเทรนเนอร์ ซึ่งเพิ่มต้นทุนการขนส่ง 70หยวนต่อกล่องๆละ 18 กก. แต่ก็อยู่ในวิสัย เพราะปลายทางยังจำหน่ายได้ในราคาที่ต้นทุนเพิ่มขึ้น เพราะสินค้าขาดตลาด ที่เป็นปัญหาที่หนักอีกคือปัญหาภัยแล้งทำปริมาณทุเรียนออกมาน้อย“
นายบารมี ธีรคุณวงศ์ เจ้าของบริษัท ณ นครฟูดส์ กล่าวว่า บริษัทส่งออกส้มโอทับทิมสยาม ซึ่งเป็นสินค้าจีไอของจังหวัดนครศรีธรรมราช ตลาดสำคัญคือจีน ฮ่องกง อาหรับเอมิเรตส์ ซึ่งขณะนี้ผู้บริโภคชาวจีนเริ่มบริโภคส้มโอมากขึ้น
โดยการส่งออกส้มโอจะเป็นผลไม้พรีเมี่ยม ราคาสูง ส่งออกปริมาณ 4-5 ตันต่อปี ซึ่งเราจะะเน้นเรื่องคุณภาพเป็นหลัก ทำให้มีราคาสูง ซึ่งลูกค้าของเราเป็นลูกค้าที่มีกำลังซื้อจึงไม่มีปัญหาเรื่องราคา
ส่วนปัญหาโควิด -19 ที่ระบาดไปทั่วโลกยังไม่กระทบเพราะผลผลิตส้มโอในช่วงนี้ยังไม่ออกสู่ตลาด ซึ่งได้มีการติดต่อประสานงานกับผู้นำเข้าตลอด และได้เตรียมการรับมือไว้แล้ว โดยเฉพาะเรื่องของการขนส่ง
“เราส่งส้มโอไปกับเครื่องบินแต่เมื่อไฟท์บินยกเลิกได้มีการติดต่อการจองไฟล์บินล่วงหน้าไว้ หากมีการเปิดการบินเมื่อไรก็จะสามารถส่งส้มโอได้ทันกับความต้องการของผู้นำเข้าได้ทันที”
ในปี 2562 ที่ผ่านมา ไทยมีมูลค่าการส่งออกผลไม้สด 113,124 ล้านบาทแบ่งเป็น ผลิตภัณฑ์ผลไม้แปรรูป 50,606 ล้านบาท และตลาดมีแนวโน้มการเติบโตอย่างต่อเนื่อง สูงสุด 5 ลำดับ ได้แก่ จีน เวียดนาม ฮ่องกง สหรัฐอเมริกา และอินโดนีเซีย ส่วนสินค้าที่มียอดส่งออกสูงสุด 3 ลำดับ ได้แก่ ทุเรียน ลำไย และมังคุด









