วันศุกร์ ที่ 16 ตุลาคม 2569

Login
Login

"Covid-19" ระบาดหนัก

รอซื้อช่วงอ่อนตัวโดยเน้นเข้าลงทุนในกลุ่มที่มีปัจจัยสนับสนุนเฉพาะตัว

ตลาดหุ้นวานนี้

SET Index รีบาวด์ขึ้น +3.54 จุด (+0.25%) ปิดที่ 1,439 จุด ด้วยมูลค่าการซื้อขาย 8.1 หมื่นล้านบาท ตาม sentiment เชิงบวกตลาดหุ้นรอบบ้านที่ดีดตัวขึ้นหลังทรุดลงแรงเมื่อวันก่อน อย่างไรก็ตามความกังวลเศรษฐกิจทั่วโลกชะลอตัวจากการแพร่ระบาดเชื้อไวรัส Covid-19 ที่ขยายไปในหลายประเทศนั้นยังคงเป็นแรงกดดันให้ดัชนีดีดตัวขึ้นเพียงเล็กน้อย ทั้งนี้เป็นแรงซื้อในกลุ่ม ETRON, FIN และ TRANS ส่วนนักลงทุนต่างชาติเป็นฝั่งขายสุทธิ 1,257 ล้านบาท และขายสุทธิในตลาดพันธบัตร 3,230 ล้านบาท แต่ Net Long TFEX 23,831 สัญญา

แนวโน้มตลาดหุ้นวันนี้

เรามีมุมมองเป็นลบคาด SET Index ปรับตัวลงทดสอบ 1,415 - 1,420 จุด ตามความกังวลเชื้อไวรัส Covid-19 ที่แพร่ระบาดไปทั่วโลกโดยล่าสุดศูนย์ CDC ของสหรัฐออกมาเตือนให้ชาวอเมริกันเตรียมพร้อมรับมือกับเชื้อไวรัสที่อาจแพร่ระบาดอย่างหนักในสหรัฐ รวมถึงพบผู้ติดเชื่อเพิ่มขึ้นในฝั่งยุโรปทั้งสเปน สวิตฯ โครเอเชียและออสเตรีย ซึ่งจะส่งผลกระทบอย่างหนักต่อเศรษฐกิจทั่วโลก นอกจากนี้ราคาน้ำมันดิบที่ทรุดตัวลงแรงจากความกังวล Demand ที่หดตัวตามภาวะเศรษฐกิจจะเป็นแรงกดดันต่อกลุ่มพลังงานและดัชนีอีกด้วย จึงแนะนำ รอซื้อช่วงอ่อนตัวโดยเน้นเข้าลงทุนในกลุ่มที่มีปัจจัยสนับสนุนเฉพาะตัว

กลยุทธ์การลงทุน: Selective Buy

  • กลุ่มส่งออก Elec (KCE, HANA, DELTA)  Food (CPF, TU) อานิสงส์ทิศทางเงินบาทอ่อนค่า
  • กลุ่มไฟแนนซ์ (MTC, SAWAD, KTC ) ได้อานิสงส์ต้นทุนการเงินลดลงหลังกนง.ลดดอกเบี้ย 0.25%
  • หุ้นกลุ่ม Defensive ที่จ่ายปันผลระดับสูง ADVANC, INTUCH, TTW
  • MSCI เพิ่มน้ำหนัก AWC, BTS และ BDMS มีผลวันที่ 28 ก.พ. 

หุ้นแนะนำวันนี้

  • ADVANC (ปิด 207 ซื้อ/เป้า 247 บาท) ได้รับผลกระทบจากไวรัส Covid-19 น้อยสุดเมื่อเทียบกับกลุ่มอุตสาหกรรมอื่นๆ ขณะที่ ADVANC เริ่มเปิดให้บริการ 5G เชิงพาณิชย์เป็นรายแรกของไทยช่วยหนุนกิจกรรมการตลาดและช่วยดึงลูกค้าเข้ามาใช้บริการเครือข่ายของ ADVANC มากขึ้น
  • TU (ปิด 15.9 ซื้อ/เป้า 17.5) ได้ Sentiment บวกค่าเงินบาทกลับมาอ่อนค่าเมื่อเทียบกับ US dollar และ Euro คาด TU ได้ประโยชน์มากสุดเพราะมีสัดส่วนรายได้จากการส่งออกมากที่สุดของกลุ่มคิดเป็น 75% ของรายได้รวม แนวโน้มกำไรสุทธิ 1Q20 โตต่อเนื่องจากมาร์จิ้นและปริมาณขายเพิ่มขึ้น หลังจากราคาทูน่ากลับมาเร่งตัวขึ้นจาก USD900/ตันในช่วง 3Q19 เป็น USD1,300/ตัน ในปัจจุบัน

บทวิเคราะห์วันนี้

AP (ปิด 6.75 ซื้อ/เป้า 8.6), ERW (ปิด 3.96 ซื้อ/เป้า 4.7), GFPT (ปิด 11 ถือ/เป้าใหม่ 12.3 เดิม 14), SPALI (ปิด 16.4 ถือ/เป้าใหม่ 18.6 เดิม 19), TOP (ปิด 47.5 ซื้อ/เป้า 68)

ประเด็นสำคัญวันนี้

  • (-) Covid-19 เขย่าโลก - ดาวโจนส์ร่วงอีก 879 จุด จากข่าวสหรัฐเตือนชาวอเมริกันเตรียมรับมือไวรัส Covid-19 ระบาดหนัก: ดัชนีตลาดหุ้นดาวโจนส์ร่วงแรงต่อเนื่องเป็นวันที่ 2 อีก 879 จุด (-3.15%) ปิดที่ระดับ 27,081 จุด หลังจากศูนย์ควบคุมและป้องกันโรคแห่งสหรัฐ (CDC) ออกมาเตือนให้ชาวอเมริกันเตรียมพร้อมรับมือกับการแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 ในสหรัฐซึ่งการแพร่ระบาดอาจเข้าสู่ขั้นร้ายแรง แม้ปัจจุบันจะมีผู้ติดเชื้อดังกล่าวในสหรัฐเพียง 57 รายก็ตาม ขณะที่สถานการณ์การแพร่ระบาดนอกประเทศจีนยังขยายตัวเป็นวงกว้างมากขึ้น ล่าสุดมีรายงานว่า สเปน, สวิตเซอร์แลนด์, โครเอเชีย และออสเตรีย ได้ยืนยันการพบผู้ติดเชื้อโควิด-19 รายแรกในประเทศแล้ว โดยอิตาลีเป็นประเทศที่มีการระบาดมากที่สุดในยุโรป โดยมีผู้ติดเชื้อ 260 คน และมีผู้เสียชีวิต 10 คน
  • (-) กลุ่มธุรกิจน้ำมัน - น้ำมันดิบ WTI ร่วงหลุดระดับ 50 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล เป็นลบต่อผลกำไรและ Sentiment การลงทุนของหุ้นในกลุ่มธุรกิจน้ำมัน: ราคาน้ำมันดิบ WTI ลดลง 1.53 ดอลลาร์ (-3%) ปิดที่ระดับ 49.9 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล กังวลเศรษฐกิจโลกชะลอตัวกระทบดีมานด์พลังงานหลังพบการแพร่ระบาดของไวรัส Covid-19 นอกประเทศจีนมากขึ้น ราคาน้ำมันดิบในระดับปัจจุบันจะส่งผลลบต่อผลกำไรของหุ้นในกลุ่มธุรกิจน้ำมันโดยตรงโดยเฉพาะกลุ่มโรงกลั่นซึ่งคาดว่าจะมี Stock loss เกิดขึ้นอีกในไตรมาสนี้ ซ้ำร้ายยังมีผลกระทบทางอ้อมจากค่าเงินบาทที่อ่อนค่าลงอย่างรวดเร็ว ทำให้หุ้นในกลุ่มพลังงานซึ่งมีหนี้เป็นเงินสกุลต่างประเทศมีผลขาดทุนจากอัตราแลกเปลี่ยนเพิ่มขึ้น
  • (-) ผลตอบแทนพันธบัตร 10 ปีของสหรัฐยังลดลงต่อเนื่อง เพิ่มความกลัวให้ตลาดต่อการเกิดภาวะเศรษฐกิจถดถอย: ล่าสุดอัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลอายุ 10 ปีของสหรัฐลดลงสู่ระดับ 1.33% ต่ำกว่าอัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลอายุ 3 เดือนที่ 1.53% สะท้อนความผิดปกติในตลาดพันธบัตรของสหรัฐหรือเกิดภาวะ Invert yield curve ซึ่งจากสถิติในอดีตการเกิดภาวะ Invert yield curve มักเป็นสัญญาณเตือนถึงการเกิดภาวะเศรษฐกิจถดถอยตามมาในอนาคต ซึ่งเฉลี่ยอยู่ประมาณ 20-24 เดือนหลังเกิดสัญญาณเตือนดังกล่าว(Invert yield curve ของอัตราผลตอบแทนพันธบัตร 10 ปี – 2 ปี จะให้ผลทำนายแม่นยำที่สุด)