จากสถิติพบว่าหาก SET Index เหลืออัพไซด์น้อยกว่า 3% จากเป้าหมายของเรา ก็จะเริ่มขึ้นไม่ไหว
KGI ประเมิน SET Index วันพฤหัสฯ ปรับขึ้นต่อเป็นวันที่ 3 ติดต่อกัน หนุนโดยความกล้าเสี่ยง หรือrisk-on mode ของนักลงทุนที่ดีขึ้น ตามตัวเลขเศรษฐกิจสหรัฐฯ และความหวังเกี่ยวกับการป้องกันและรักษาไวรัสโคโรนา... ขณะที่เมื่อวานนี้ ดัชนีฯ ฟื้นตัวต่อ (ตามคาด) นำโดยแรงซื้อ กลับจากฝั่งสถาบันในประเทศเป็นหลัก... ขณะที่ปัจจัยบวกสำหรับวันนี้ ได้แก่ i) ตลาดหุ้นหลักอย่างสหรัฐฯ ฟื้นตัวต่อ หนุนโดยตัวเลข ISM ภาคบริการ และตัวเลขจ้างงานภาคเอกชนของ ADP เดือน ม.ค. ซึ่งทั้งสองตัวเลขออกมาสูงกว่าที่ consensus คาด ii) นักลงทุนตอบสนองเชิงบวกต่อรายงานข่าวที่ว่าทางการจีนอาจคิดค้นสูตรยารักษาไวรัสฯ ได้ และนักวิทยาศาสตร์อังกฤษอาจคิดค้นวัคซีนป้องกันไวรัสฯ ได้ ขณะที่การปรับลดดอกเบี้ยนโยบายของ กนง. เมื่อวานนี้ แม้จะผิดจากที่เราคาด แต่ตลาดเงินได้รับรู้มาในระดับหนึ่งแล้ว และการตอบสนองของราคาหุ้นธนาคารไม่ได้เป็นลบมากนักเมื่อวานนี้.. ทั้งนี้นักเศรษฐศาสตร์ KGI คาด กนง. จะลดดอกเบี้ยนโยบายอีกในการประชุมวันที่ 25 มี.ค. เหลือ 0.75% (อ่านเพิ่มเติมในบทวิเคราะห์วันนี้)
อย่างไรก็ดี ฝ่ายวิจัยฯ มองว่าการรีบาวด์ของ SET Index สัปดาห์นี้เหลือทางขึ้นไม่มากแล้ว ด้วยเหตุผลเชิงปัจจัยพื้นฐานเป็นสำคัญ ล่าสุด EPS ปี 2563 ของหุ้นใน KGI universe ลดลงมาเหลือ 97.0 และส่งผลให้เป้าหมายดัชนีฯ ปี 2563 ลดลงเหลือ 1,600 จุด (อิงเป้าพีอีเดิม 16.5 เท่า) ซึ่งมีอัพไซด์จากระดับปัจจุบันเพียง 4.3% และเราเห็นถึงความเสี่ยงว่า EPS จะลดลงไปกว่าปัจจุบันหลังจากผลประกอบการไตรมาส 4/2562 รายงานออกมา... ทั้งนี้จากสถิติพบว่าหาก SET Index เหลืออัพไซด์น้อยกว่า 3% จากเป้าหมายของเรา ก็จะเริ่มขึ้นไม่ไหว เราจึงเชื่อว่าดัชนีฯ ที่สูงกว่าระดับ 1,550 จุด จะมีความเสี่ยงเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ
หุ้นเด่นวันนี้ ตามปัจจัยพื้นฐาน
เก็งกำไร STEC*, JMART, BCPG*
- STEC* (เป้าพื้นฐาน 21.4 บาท) 1) ประเมินแนวรับ 15.1 บาท / แนวต้าน 15.9 - 16.1 บาท (Trailing stop 14.8 บาท) 2) ประเมินการที่ศาลรัฐธรรมนูญรับวินิจฉัยร่าง พ.ร.บ.งบฯปี 2563 โดยไม่ไต่สวนพยาน พร้อมนัดลงมติช่วงบ่าย 7 ก.พ. จะเป็นการปลดล๊อกงบลงทุนภาครัฐฯ ซึ่งจะเป็น Sentiment บวกมาที่หุ้นในกลุ่มรับเหมาฯ (ซึ่งการที่ศาลฯนัดลงมติเร็ว จะทำให้งบลงทุนภาครัฐฯสามารถเริ่มเดินหน้าได้เร็ว) 3) คาด STEC* จะมีกำไรใน 4Q62 = 337 ล้านบาท (-11.8% YoY,+3.9% QoQ) ดีกว่า CK* ที่คาดว่าจะรายงานผลขาดทุนสุทธิใน 4Q62
- JMART (เป้า Consensus 12.3 บาท) 1) ประเมินแนวรับ 9.05 บาท / แนวต้าน 9.5 บาท (Stop loss 8.55 บาท) 2) ประเมิน Valuation laggard โดย PE ปีนี้ต่ำเพียง ±13 เท่า ขณะที่คาดกำไรยังโต+10% YoY (ข้อมูล Bloomberg consensus) 3) คาดแนวโน้มผลการดำเนินงาน 4Q62 ยังเติบโต
จาก i) ยอดขายสมาร์ทโฟนโต QoQ ในช่วง High season และ ii) คาดกำไรของ บ.ลูก JMT โตเด่น YoY และ SINGER ไม่เป็นตัวถ่วง และคาดได้อานิสงส์จากการที่ที่ประชุม กนง วานนี้ ลดอัตราดอกเบี้ยนโยบายลง 0.25% 4) ประเมินรับ Sentiment บวกจากการประมูล 5G โดยหากเริ่มใช้ 5G เร็วคาดจะมีดีมานด์การเปลี่ยนสมาร์ทโฟนและอุปกรณ์
- BCPG* (เป้าพื้นฐาน 21 บาท) 1) ประเมินแนวรับ 15.2 บาท / ประเมินราคาหุ้น Oversold มีโอกาสรีบาวด์ แนะนำพิจารณาแนวราคา 16.1 บาท หากผ่านได้ประเมินแนวต้านถัดไป 17.2 บาท (Stop loss 14.2 บาท) 2) ประเมิน Valuation ถูกโดย Forward PE ลงมาตํ่าเพียง 13 เท่า แตะระดับ
-2 เท่าของส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐานในอดีต และ Dividend yield สูงราว 4 - 5% ต่อปี สูงสุดในกลุ่มโรงไฟฟ้า 3) สำหรับประเด็นที่นักลงทุนกังวลเรื่องอัตราการเติบโตของกำไรในอนาคต ฝ่ายวิจัยฯประเมินการเข้าลงทุนโรงไฟฟ้าพลังน้ำ ที่ลาวล่าสุดจะทำให้กำไร 4Q62 โต YoY, QoQ และปีนี้โต+26% YoY คาดว่าจะยังทยอยลงทุนเพิ่มอีกในอนาคตตามแผนลงทุน 5 หมื่นล้านบาทใน 5 ปีของกลุ่มฯ โดย 60-70% ของงบลงทุนจะลงทุนในโรงไฟฟ้าของ BCPG*
หุ้นเชิงปริมาณ & พื้นฐาน "Quantamental"
- หุ้นเด่น Quantamental: แนะนำ นักลงทุนแบ่งเป็น 2 กลยุทธ์ 1) ซื้อหุ้นที่ Downside การปรับลดประมาณการฯน้อย และแนวโน้มกำไรเติบโตดี เลือก TPCH (Stop loss 11.6 บาท) และ JMT (Stop loss 20 บาท) / 2) Wait&see รอซื้อหุ้นที่พร้อมรีบาวด์หากปลดล๊อก 2 ปัจจัยลบได้แก่ ERW* และ STEC*
- กลยุทธ์ Pair trade:
1) Long BBL* / Short KBANK* สำหรับในเชิงพื้นฐานเราประเมินมีโอกาสที่ BBL* จะปรับ Payout ratio สำหรับการจ่ายปันผลรอบนี้ หลังจากที่ KBANK* ทำการปรับมาแล้วก่อนหน้า ... เริ่มแนะนำวานนี้กำไรรวม -0.7%
2) Long EGCO* / Short RATCH* สำหรับในเชิงพื้นฐานเราประเมินแนวโน้มผลการดำเนินงาน EGCO* ใน 4Q62 จะเด่นกว่า RATCH* ... เริ่มแนะนำวานนี้กำไรรวม +3.0%
หุ้นมีข่าว
(+) เอกชนชงเพิ่ม 'ยาแรง' ขอแสนล.ฟื้นท่องเที่ยว (กรุงเทพธุรกิจ) กกร.ชงรัฐบาลเพิ่ม 5 มาตรการพยุงเศรษฐกิจ เร่งคลอดใน ก.พ.นี้ หลังโคโรนากระทบท่องเที่ยวหนัก 1-2 แสนล้าน "สทท." ระดมสมองเล็งเสนอนายกฯ ผ่อนปรนเงื่อนไขภาษี-การเงินเอสเอ็มอีไซส์เล็ก กันเงิน 1 แสนล้าน หนุนท่องเที่ยว
"สมคิด" สั่งคลังเพิ่มมาตรการไทยเที่ยวไทย
(0) KTB ลุ้นตัดสินคดี AQ ก.พ.นี้ ชนะบุ๊กกำไร-แพ้สำรองอื้อ (ข่าวหุ้น) กรุงไทยลุ้นระทึก ศาลตัดสินคดี AQ กลางเดือนกุมภาพันธ์นี้ หากชนะเอคิวต้องจ่ายดอกเบี้ย 4 พันล้าน แต่ถ้าแพ้กรุงไทยต้องสำรองอื้อ โบรกฯคาด KTB มีโอกาสบันทึกกำไรพิเศษปีนี้ด้านผู้บริหารตั้งเป้าสินเชื่อปีนี้โต 3-5%NPL ใหม่น้อยมากเพียง 0.84% ของสินเชื่อรวมราคา KTB มีอัพไซด์สูง จากพื้นฐาน 19 บาท มี P/BV ปี 63 เพียง 0.6 เท่า
(+) PTTEP คาดปีนี้สตาร์ต โรงไฟฟ้าก๊าซที่เมียนมา (ข่าวหุ้น) “ปตท.สผ.” เตรียมเดินหน้าโครงการนำก๊าซธรรมชาติจากแหล่งปิโตรเลียมต่อยอดผลิตไฟฟ้า หรือโรงไฟฟ้า Gas to Power ในเมียนมาภายในปีนี้ ขณะที่ GPSC เร่งเจรจาลูกค้า วางแผนรับมือดีมานด์ใช้ไฟฟ้าลดช่วงไวรัสโคโรนาระบาด
(+) GPSC คืบหน้าตั้งรง.แบตเตอรี่จ่อสรุป 19 ก.พ.นี้ (ทันหุ้น) GPSC เผยความคืบหน้าตั้งโรงงานแบตเตอรี่ ได้ข้อสรุปวันที่ 19 กุมภาพันธ์นี้ แย้มแผนศึกษาลงทุนโครงการใหม่ในอาเซียน-เอเชียตะวันตกทั้งพลังงานทดแทนและก๊าซธรรมชาติ เดินหน้าจ่ายไฟฟ้าโครงการนวนคร ส่วนโครงการ Gas to Power
ในเมียนมา คาดชัดเจนและก่อสร้างภายในปีนี้







