ดัชนีตลาดหุ้นไทยปิดที่ 1,496.06 จุด ลดลง 18.08 จุด หรือ 1.19% มูลค่าการซื้อขาย 53,178.96 ล้านบาท โดยถือว่าดัชนีฯที่หลุดระดับ 1,500 จุด เป็นครั้งแรกในรอบ 3 ปี 2 เดือน
วันนี้ดัชนีตลาดหุ้นไทยปิดที่ 1,496.06 จุด ลดลง 18.08 จุด หรือ 1.19% โดยมีมูลค่าการซื้อขาย 53,178.96 ล้านบาท โดยถือว่าดัชนีฯที่หลุดระดับ 1,500 จุด เป็นครั้งแรกในรอบ 3 ปี 2 เดือน นับจากวันที่ 29 พ.ย.2559 ที่อยู่ระดับ 1,497.18 จุด
หลักทรัพย์ที่มีการซื้อขายสูงสุด 5 อันดับได้แก่1.CPALL ปิดที่ 68.00 บาท ลดลง -2.75 บาท มูลค่าการซื้อขาย 4,127.49 ล้านบาท,2.GPSC ปิดที่ 81.25 บาท ลดลง -2.75 บาท มูลค่าการซื้อขาย 3,896.75 ล้านบาท,3.AOT ปิดที่ 70.25 บาท ลดลง -0.25 บาท มูลค่าการซื้อขาย 2,605.10 ล้านบาท,4.CPF ปิดที่ 28.00 บาท ลดลง -2.00 บาท มูลค่าการซื้อขาย 2,128.22 ล้านบาท และ5.BAM ปิดที่ 25.75 บาท ลดลง -0.75 บาท มูลค่าการซื้อขาย 2,081.39 ล้านบาท
นางสาวธีรดา ชาญยิ่งยงค์ ผู้ช่วยผู้อำนวยการฝ่ายวิเคราะห์หลักทรัพย์ บล.ฟิลลิป (ประเทศไทย) กล่าวว่าตลาดหุ้นยังถูกปกคลุมจากปัจจัยเชิงลบจากโรคระบาดเชื้อไวรัสโคโรน่า ซึ่งนักลงทุนวิตกกังวลว่าอาจลุกลามต่อภาวะเศรษฐกิจทั้งภาคการท่องเที่ยวและการส่งออก ประกอบกับตลาดหุ้นจีนปรับตัวลดลงรุนแรง หลังเปิดซื้อขายเป็นวันแรกจากช่วงหยุดเทศกาลตรุษจีน ซึ่งส่งผลกระทบต่อภาวะการลงทุนในภูมิภาคและตลาดหุ้นไทยด้วย
ส่วนแนวโน้มตลาดหุ้นไทยพรุ่งนี้ (4ก.พ.63) คาดว่าคลาดยังมีแรงกดดันจากปัจจัยเชิงลบที่ยังไม่คลี่คลาย ซึ่งระหว่างวันอาจเห็นแรงซื้อกลับมากระตุ้นตลาดบ้างเป็นระยะๆ แต่เชื่อว่าไม่มากนักนัก เพราะปัจจัยลบยังคงกดดันตลาดอย่างต่อเนื่อง ทั้งนี้ให้กรอบดัชนีฯไว้ที่ระดับ 1,485-1,510 จุด








