แนวโน้มตลาดหุ้นไทย (3-7 ก.พ.): ยังรับแรงกดดันจากประเด็นการระบาดของไวรัสโคโรนา และผลลบต่อเศรษฐกิจไทย
มุมมองตลาดสัปดาห์นี้: เรายังคงมองลบกับแนวโน้มดัชนี SET สัปดาห์นี้ และมองว่ามีโอกาสสูงที่ SET จะย่อลงมาทดสอบระดับจิตวิทยาที่ 1,500 หรือต่ำกว่านั้น โดยจำนวนผู้ป่วยและเสียชีวิตจาก Coronavirus ที่เร่งตัวขึ้น และผลกระทบต่อภาคท่องเที่ยว และเศรษฐกิจไทยยังคงเป็นเหตุผลสำคัญที่ทำให้เรามองภาพลบในระยะสั้น โดยประเด็นนี้จะทำให้แนวโน้ม GDP ปี 2563 มี downside มากขึ้น และเพิ่มแรงกดดันต่อประมาณการกำไรปี 2563 ซึ่งแม้จะไม่มีประเด็นเรื่องโรคระบาดก็อ่อนแออยู่แล้ว แต่ในอีกมุมหนึ่ง เราคิดว่าการ correction ของ SET ในช่วงที่ผ่านมาสะท้อนปัจจัยพื้นฐานที่อ่อนแอลงไประดับหนึ่งแล้ว และตลาดอาจจะ rebound ได้ถ้าหากมีสัญญาณว่าการติดเชื้อถึงจุดสูงสุดแล้วแม้เราจะมองว่าโอกาสที่จะเกิดขึ้นภายในปลายสัปดาห์นี้
ธีมการลงทุน:
(เป็นลบกับตลาด) – จำนวนผู้ติดเชื้อ และเสียชีวิตจาก Coronavirus ยังคงเพิ่มขึ้นแบบก้าวกระโดด: จำนวนผู้ติดเชื้อ และเสียชีวิตจาก Coronavirus ยังคงเร่งตัวขึ้นอย่างต่อเนื่องเมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมานอกจากนี้ เราพบว่าทั้งจำนวนผู้ติดเชื้อ และเสียชีวิตเพิ่มขึ้นแบบก้าวกระโดด (exponential growth) ในขณะที่จำนวนประเทศที่พบผู้ติดเชื้อก็เพิ่มขึ้นด้วยในช่วงสุดสัปดาห์ที่ผ่านมา ซึ่งทำให้เราเชื่อว่าตลาดน่าจะยังคงอ่อนแอต่อเนื่องในระยะสั้น ในขณะเดียวกัน เรายังคงเชื่อผลการศึกษาของเราที่เปรียบเทียบรูปแบบของตลาดกับช่วงที่ SARS ระบาดในปี 2545-46 ซึ่งแสดงว่าตลาดหุ้นโลกผ่านจุดต่ำสุดในช่วงหนึ่งเดือนหลังจากที่เกิดการระบาดไปยังประเทศต่าง ๆ
(ไม่มีผลกับตลาด/เป็นลบกับตลาดเล็กน้อย) – การตัดสินใจของ กนง. ในการประชุมวันที่ 5 กุมภาพันธ์ 2563: คณะกรรมการนโยบายการเงิน (กนง.) จะประชุมกันในวันพุธนี้ โดยนักเศรษฐศาสตร์ของเราคาดว่า กนง. จะคงอัตราดอกเบี้ยนโยบายเอาไว้ที่ 1.25% ในขณะที่นักเศรษฐศาสตร์ในตลาดยังคง 50:50 ว่า กนง. จะคงดอกเบี้ย หรือลดดอกเบี้ยลง 25bps เพราะการระบาดของ Coronavirus ทำให้เกิดความเสี่ยงด้าน downside กับเศรษฐกิจไทย อย่างไรก็ตาม เนื่องจาก yield curve ของพันธบัตรรัฐบาลไทยสะท้อนความเป็นไปได้ที่จะมีการลดดอกเบี้ยไประดับหนึ่งแล้ว ในขณะที่เงินบาทก็อ่อนค่าลงมา
อย่างมากในช่วงหลายวันที่ผ่านมา ดังนั้น ต่อให้ กนง. ลดดอกเบี้ยลงในสัปดาห์นี้ก็ไม่น่าจะส่งผลกระทบกับตลาดเงินมากนัก
หุ้นที่เราสนใจ:
เนื่องจากตลาดถูกกดดันจากปัจจัยลบที่รุมเร้าอย่างเช่น i) ผลกระทบจาก Coronavirus ต่อเศรษฐกิจ ii) โอกาสที่จะมีการปรับลดประมาณการกำไรบริษัทจดทะเบียน และ iii) กระแสเงินทุนไหลออก ดังนั้น เราจึงยังคงเน้นหุ้น alpha play และหุ้น mid-cap โดยกลุ่มแรก เราแนะนำหุ้นส่งออกที่จะได้อานิสงส์
จากบาทอ่อน อย่างเช่น CPF*, HANA* และ TU* ถัดมาคือหุ้นรับเหมาก่อสร้างที่เกี่ยวข้องกับภาครัฐ อย่างเช่น CK* และ STEC* เนื่องจากเรามองว่าพรบ. งบประมาณปี 2563 น่าจะเกิดความชัดเจนในแง่กฎหมายในเร็ว ๆ นี้ โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อภาวะเศรษฐกิจถูกคุกคามจากประเด็นการระบาดของ Coronavirus อย่างที่เป็นอยู่ กลุ่มที่สามที่เราเลือกคือหุ้นปันผลอย่างเช่น TISCO* ซึ่งมีความเสี่ยงด้านผลประกอบการต่ำเมื่อเทียบกับหุ้นธนาคารใหญ่ถ้าหาก กนง. ลดดอกเบี้ยลงอีกในระยะต่อไป









