วันศุกร์ ที่ 16 ตุลาคม 2569

Login
Login

คลังชี้ชิมช้อปใช้กระตุ้นเชื่อมั่น

คลังประเมินชิมช้อปใช้สร้างความเชื่อมั่นในประเทศ โดยปิดเฟสสามมียอดใช้จ่าย 2.9 หมื่นล้านบาท จากผู้เข้าร่วมโครงการถึง 12 ล้านคน เตรียมต่อยอดพัฒนานโยบายให้ตรงจุด ส่วนเฟสสี่ชิมช้อปใช้ยังอยู่ระหว่างพิจารณา ขณะที่ หนุนมาตรการช่วยท่องเที่ยวเข้าครม.พรุ่งนี้

นายอุตตม สาวนายน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังเปิดเผยว่า โครงการชิมช้อปใช้ในเฟสที่สามได้ปิดตัวลงแล้วเมื่อสิ้นเดือนม.ค.ที่ผ่านมา ผลของโครงการถือว่า น่าพอใจ โดยมียอดการใช้จ่ายรวม 2.9 หมื่นล้านบาท มีผู้เข้าร่วมโครงการถึง 12 ล้านคน ส่วนจะเดินหน้าเฟสที่สี่ต่อไปหรือไม่ อยู่ระหว่างการพิจารณาในรายละเอียด

“เราได้เริ่มต้นชิมช้อปใช้มาตั้งแต่ปลายปีที่แล้ว ถึง 31 ม.ค.ปีนี้ วันนี้(3ก.พ.)เป็นการจับรางวัลครั้งสุดท้าย ถือว่า โครงการประสบความสำเร็จ ถ้าจำกันได้ โครงการนี้ ออกมาช่วงเราเริ่มเห็นว่า เศรษฐกิจโลกน่าจะส่งผลกระทบกับเศรษฐกิจไทย และ เป็นที่มาว่า รัฐบาลก็เร่งดูแลเศรษฐกิจภายในให้หมุนเวียน ก็ต้องการกระตุ้นการใช้จ่าย เพื่อให้เกิดการซื้อขายและผู้ประกอบการต่างๆในพื้นที่ต่างๆก็เดินหน้าไปได้และส่งเสริมเรื่องการท่องเที่ยว”

เขากล่าวว่า โครงการดังกล่าวได้มีผลต่อความมั่นใจประชาชนว่า รัฐบาลมีมาตรการที่เหมาะสมออกมาดูแลเศรษฐกิจ และต้องเรียนว่า เรามีเป้าหมายสำคัญในเรื่องของการพัฒนาต่อยอดโครงการดิจิตอลอีเพย์เมนท์ให้มีประสิทธิภาพ ซึ่งจากประชาชนที่เข้าร่วมโครงการ 12 ล้านคน จะมีประโยชน์ต่อรัฐบาลที่จะออกนนโยบายมาดูแลที่จะตอบโจทย์ได้ตรงจุดมากขึ้น

ส่วนชิมช้อปใช้เฟสที่สี่ ยังไม่มีแผนจะเสนอคณะรัฐมนตรีหรือไม่อย่างไร โดยระหว่างขั้นตอนการพิจารณาหารือรูปแบบหากจะมีตอนต่อไป ถามว่า ทำไมต้องมี เพราะเราติดตามสถนการณเศรษฐกินระดับโลก ซึ่งเห็นว่า มีแนวโน้มดี แต่ใช้เวลากว่าความต้องการระดับโลกจะปรับเพิ่มขึ้น ขณะเดียวกัน มีปัจจัยใหม่เรื่องไวรัสโคโรนา และความล่าช้าของงบประมาณ ก็เป็นความจำเป็นต้องพิจารณามาตรการที่เหมาะสม

ขณะเดียวกัน เรามีแนวคิดล่าสุด เรื่องช่วยเหลือภาคท่องเที่ยว โดยดูแลทั้งด้านความต้องการและอุปทาน โดยในฝั่งอุปทานนั้น ถ้าช่วงเวลานี้ ผู้ประกอบการอาจต้องการปรับปรุงโรงแรมสถานที่ให้บริการ ก็เป็นสิ่งที่น่าส่งเสิม ซึ่งมีผลต่อจ้างงาน แต่ขอพิจารณาขอให้เสนอคณะรัฐมนตรีก่อน ส่วนข้อเสนอลดภาษีน้ำมันเครื่องบินนั้น  อยู่ระหว่างพิจารณา ยังไม่ชัดเจนว่า จะเสนอคณะรัฐมนตรีหรือไม่

ส่วนกรณีสำนักข่าวบลูมเบอร์กประเมินไว้รัสโคโรนากระทบเศรษฐกิจไทยหนัก เขากล่าวว่า เรื่องผลกระทบเราก็ติดตาม ส่วนการประเมินของสำนักต่างๆก็เป็นเรื่องแต่ละองค์กร แต่ประเด็นสำคัญ คือ เราต้องดำเนินการให้ทันการณ์และความร่วมมือทุกภาคส่วน คือ หัวใจสำคัญ เราไม่วางใจและไม่ประมาท