วันเสาร์ ที่ 17 ตุลาคม 2569

Login
Login

รีบาวด์ก่อนผันผวนต่อ

ตลาดหุ้นน่าจะยังไม่ฟื้นแรงจนกว่าจำนวนผู้ติดเชื้อฯ และเสียชีวิตจากไวรัสจะทรงตัว

KGI ประเมิน SET Index วันพุธรีบาวด์ได้บ้าง ก่อนผันผวนต่อในวัน ตามข่าวผู้ติดเชื้อไวรัสโคโรนาที่ออกมาเรื่อยๆ คล้ายกับเมื่อวานนี้ซึ่งดัชนีฯ ผันผวนแรง ตามข่าวจำนวนผู้ติดเชื้อ... และฝ่ายวิจัยฯ ยังคงมุมมองว่าแม้ valuations ของตลาดหุ้นไทยซึ่งวัดจากการคำนวณ earnings yield gap (EYG) จะมีความน่าสนใจแล้วที่ระดับ EYG สูงกว่า 5.0% แต่ตลาดหุ้นน่าจะยังไม่ฟื้นแรงจนกว่าจำนวนผู้ติดเชื้อฯ และเสียชีวิตจากไวรัสจะทรงตัว ซึ่งล่าสุด ณ 8.20 วันนี้ จำนวนผู้ติดเชื้อไวรัสทั่วโลกขึ้นทะลุ 5,900 คน เสียชีวิต 132 คน และพบไวรัสดังกล่าวใน 15 ประเทศรวมทั้งประเทศไทย ขณะที่ทางการไทยรายงานเมื่อวานบ่ายว่าพบชาวจีนติดเชื้อเพิ่มเติมอีก 6 รายด้วยกัน... สำหรับปัจจัยที่น่าติดตามในวันนี้ได้แก่ i) การประชุมของตุลาการศาลรัฐธรรมนูญว่าจะรับคำร้องจาก ส.ส. วิปรัฐบาลให้ตีความ พ.ร.บ. งบประมาณปี2563 หรือไม่อย่างไร และ ii) ผลการประชุม ธ.กลางสหรัฐฯ (เฟด) ในคํ่าคืนวันนี้ ซึ่งนักเศรษฐศาสตร์ของ KGI รวมทั้ง consensus มองว่าเฟดจะคงดอกเบี้ยระยะสั้นไว้ที่ 1.50-1.75% และน่าจะมีการส่งสัญญาณถึงแนวนโยบายการเงินผ่อนคลายที่ทำในช่วงที่ผ่านมา เช่นการซื้อพันธบัตรระยะสั้นเดือนละ 6หมื่นล้านดอลลาร์ฯ รวมทั้งมาตรการเสริมสภาพคล่องภาคธนาคารผ่านตลาดซื้อคืน (repo market)

หุ้นเด่นวันนี้ ตามปัจจัยพื้นฐาน 

เก็งกำไร AMATA*, JMART, KSL

- AMATA* (เป้าพื้นฐาน 25.5 บาท) 1) ประเมินแนวรับ 16.5 บาท / แนวต้าน 17.0 - 17.5 บาท (Stop loss 16.0 บาท) 2) ประเด็นบวกจากมติ ครม. I) รายจ่ายลงทุนหักภาษีได้ 2.5 เท่า, II) เว้นภาษีนำเข้าเครื่องจักรทุกรายการ, III) สินเชื่ออัตราพิเศษสำหรับการลงทุน 3) PE ปี 2563 = 9.7 เท่า ต่ำกว่าค่าเฉลี่ยในอดีตที่ 13.8 เท่า และราคาหุ้นลงมาต่ำกว่ามูลค่าทางบัญชีปี 2563 ที่ 17 บาท/หุ้น

- JMART (เป้า Consensus 12.3 บาท) 1) ประเมินแนวรับ 8.6 บาท / แนวต้านแรก 9.0 - 9.4 บาท (Stop loss 8.55 บาท) 2) ประเมิน Valuation laggard โดย PE ปีนี้ต่ำเพียง ±13 เท่า ขณะที่คาดกำไรยังโต +10% YoY (ข้อมูล Bloomberg consensus) 3) คาดแนวโน้มผลการดำเนินงาน 4Q62 ยังเติบโต จาก i) ยอดขายสมาร์ทโฟนโต QoQ ในช่วง High season และ ii) คาดกำไรของ บ.ลูก JMT โตเด่น YoY และ SINGER ไม่เป็นตัวถ่วง

- KSL (เป้า Consensus 2.43 บาท, สูงสุด 2.87 บาท) 1) ประเมินแนวรับ 2.34 บาท / แนวต้าน 2.48 บาท หากผ่านได้ประเมินมีโอกาสทดสอบแนวต้านถัดไป 2.7 บาท (Stop loss 2.3 บาท) 2) ประเมินระยะสั้นมีโอกาสที่นักลงทุนจะ Switching จากหุ้นกลุ่มไบโอดีเซล อาทิ GGC* ที่ได้ประโยชน์จากมาตรการภาครัฐฯ (ไบโอดีเซลบี10) ไปแล้ว มายังหุ้นกลุ่มเอทานอล ที่มีโอกาสได้รับประโยชน์เป็นกลุ่มถัดไป หลังกระทรวงพลังงานเตรียมปรับแก๊สโซฮอล์อี 20 เป็นน้ำมันเบนซินพื้นฐานใน 3Q63 3) ราคาน้ำตาลในตลาดโลกปรับขึ้นแล้ว +7% YTD คาดเป็นบวกกับผลการดำเนินงานของธุรกิจโรงงานน้ำตาลฤดูกาลถัดไป

หุ้นในกระแส

- APPLE รายงานผลการดำเนินงานดีกว่าคาด ราคาหุ้น Supply chain ของ Apple ในเอเชียเช้านี้ปรับขึ้น คาดเป็น Sentiment บวกมาที่หุ้น Supply chain ของ Apple ในไทย อาทิ HANA* (รับ 34.5 บาท / ต้าน 36.5 - 37.5 บาท / Stop loss 33 บาท), SIMAT (รับ 1.72 บาท / ต้าน 1.80 - 1.90 บาท / Stop loss 1.67 บาท) และร้านขาย iPhone อย่าง COM7* (รับ 25.5 บาท / ต้าน 27.5 - 28.5 บาท / Stop loss 24.5 บาท), JMART (รับ 8.6 บาท / ต้าน 9.0 - 9.4 บาท / Stop loss 8.55 บาท)

- ผลกระทบเบื้องต้นจากการระบาดของไวรัสโคโรนา (สายพันธ์ุใหม่) เราประเมินหุ้นผลกระทบจากการแร่ระบาดของไวรัสโคโรนา (สายพันธ์ุใหม่) ที่ยังไม่สามารถควบคุมได้ในขณะนี้ อาจทำให้หุ้นกลุ่มท่องเที่ยว (AOT*, ERW*, MINT*, CENTEL*) และสายการบิน (THAI*, AAV*, NOK) รวมทั้งหุ้น
กลุ่มค้าปลีก (CPALL*) ยังมีโอกาส Underperform ตลาดฯ แนะนำหลีกเลี่ยง จนกว่าจะเริ่มมีความชัดเจนหรือเข้าสู่ภาวะ Oversold มากกว่านี้ และนักลงทุนอาจพิจารณาหุ้นปันผลสูง (TISCO*, KKP, BCPG*) และหุ้นกลุ่มรับเหมาฯ (STEC*, CK*) + นิคมฯ (WHA*, AMATA*) ที่คาดว่าจะมีความคืบหน้าของศาลรัฐธรรมนูญ กรณี พ.ร.บ.งบประมาณปี 2563 เร็วๆนี้ รวมทั้งหุ้นที่นำเข้าอุปกรณ์การแพทย์อย่าง TM ที่มีโอกาสได้รับอานิสงส์จากประเด็นการแพร่ระบาดของโรค

หุ้นมีข่าว

(+รับเหมา) ฉลุย! ครม.อนุมัติรถไฟฟ้าสายสีส้ม 1.28 แสนล้าน ดึงเอกชนลงทุน PPP 30 ปี (ประชาชาติธุรกิจ) ที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) วันที่ 28 ม.ค.2563 อนุมัติโครงการรถไฟฟ้าสายสีส้มตะวันตกช่วงศูนย์วัฒนธรรม-บางขุนนนท์ ตามที่การรถไฟฟ้าขนส่งมวลชนแห่งประเทศไทย (รฟม.) นำเสนอ โดยจะเปิดให้เอกชนร่วมลงทุน PPP NET COST ระยะเวลา 30 ปี ในส่วนงานโยธาช่วงตะวันตกระยะทาง 16.4 กม. และลงทุนงานระบบรถไฟฟ้า ขบวนรถ และการเดินรถตลอดสายจากบางขุนนนท์-มีนบุรี ระยะทาง 35.9 กม. จำนวน 28 สถานี วงเงินลงทุน 128,128 ล้านบาท (รวมค่าจ้างที่ปรึกษา)

ความเห็น : เรามีมุมมองเชิงบวกต่อข่าวดังกล่าว ซึ่งโครงการนี้คาดว่าจะออก TOR ได้ในช่วงเดือน มิย. 63 (ไม่ได้รับผลกระทบจากประเด็นพรบ.งบประมาณล่าช้า เพราะเป็นรูปแบบ PPP) เราคาดว่าจะมีผู้ประมูลสองรายคือ I) CK*+BEM* และ II) กลุ่ม BTS (BTS*,GULF*RATCH* และ STEC*) โดยกลุ่มบีทีเอสน่าจะต้องใช้ประสบการณ์การทำงานรถไฟฟ้าใต้ดิน จากผู้รับเหมาจีน เช่น CHINA HABOUR ENGINEERING (เป็นผู้ร่วมทุนในโครงการมาบตาพุดเฟส 3 กับ GULF) เข้ามาร่วมด้วย โดยโครงการดังกล่าวมีมูลค่างานโยธาประมาณ 9 หมื่น ลบ.

(+ กลุ่มนิคมฯ) ครม.จัด 'ชุดใหญ่' ปลุกเอกชนลงทุน เงินสะพัดแสนล. (กรุงเทพธุรกิจ) ครม.จัดชุดใหญ่ ปลุกลงทุน เอกชน ไฟเขียว 3 มาตรการ รายจ่ายลงทุนหักภาษี 2.5 เท่า พร้อมเว้นภาษีนำเข้าเครื่องจักรทุกรายการ พร้อมอัดสินเชื่อดอกเบี้ยต่ำ คาดรัฐสูญรายได้ 8.6 พันล้าน แต่กระตุ้นลงทุนได้กว่า
1.1 แสนล้าน ดัน "จีดีพี" ปีนี้ขยับเพิ่ม 0.25%

(+) TAE ดีมานด์เอทานอลพุ่ง เปิดโรงระเหยนํ้าอัพผลงาน (ทันหุ้น) TAE รับทรัพย์ดีมานด์เอทานอลพุ่ง สินค้าใหม่หนุน พร้อมกดปุ่มเปิดโรงระเหยน้ำกากส่าเพิ่มรายรับ เซฟต้นทุน หนุนธุรกิจขยายตัว

(+ กลุ่มโรงไฟฟ้าพลังงานทดแทน TPCH, ACE, NER, UAC) ได้ผู้ชนะไฟฟ้าชุมชนมี.ค.เร่งสปีดบูม EV เร็วสุด 3 ปี (ทันหุ้น) รัฐมนตรีพลังงาน เร่งผลักดันโรงไฟฟ้าชุมชนสายฟ้าแลบ ประกาศเกณฑ์คัดเลือกกุมภาพันธ์นี้ ก่อนประกาศผลมีนาคมนี้ทันที ทั้ง QUICK WIN และปกติ เป้ากระตุ้นรากหญ้า ระบุหลักเกณฑ์ไม่ง่ายเน้นชุมชนรับประโยชน์สูงสุด แต่หากผ่านคุณสมบัติได้ทุกราย พร้อมผลักดันสถานีชาร์จรถไฟฟ้า เร่งสปีด EV ใน 3 ปี รักษาฮับผลิตรถยนต์

(+) BTS* ลุยปรับสถานีสะพานตากสิน เริ่มสร้างกลางปี นี้ 30 เดือน (ข่าวหุ้น) เสร็จ“บีทีเอส” เผย EIA ผ่านแล้ว! เตรียมปรับสถานีสะพานตากสิน เพิ่มรางอีก 1 คู่ให้รถไฟฟ้าวิ่งสวนทาง คาดเริ่มลงมือได้ กลางปีนี้ ใช้เวลา 30 เดือน เมื่อแล้วเสร็จจะสามารถเพิ่มความถี่สายสีลมเป็น 2 นาที จากเดิม 4 นาทีต่อขบวน

(-) จับตาหุ้นยานยนต์ หวั่นรง.จีนหยุดผลิต พิษโคโรนาลุกลาม (ข่าวหุ้น) จับตาหุ้นกลุ่มยานยนต์และชิ้นส่วนรถยนต์ คาดโรงงานรถยนต์รายใหญ่ในจีนอาจหยุดผลิตนานขึ้นจากไวรัสโคโรนาระบาดหนักคาดกระทบผู้ผลิตชิ้นส่วน AH-SAT-STANLY รวมทั้งกลุ่มยางส่งออก STA-NER เหตุมีสัดส่วนลูกค้าจีน 30-40%