วันเสาร์ ที่ 17 ตุลาคม 2569

Login
Login

คลังดันแผนปฎิรูป ดึงต่างชาติเชื่อมั่น

"อุตตม" เดินสายดึงความเชื่อมั่นต่างชาติผ่านแผนปฏิรูปประเทศ ย้ำการปรับระบบนิเวศของโครงข่ายพื้นฐานด้านดิจิทัลจะเป็นยุทธศาสตร์สำคัญในการสร้างเศรษฐกิจให้โตอย่างยั่งยืนรองรับความผันผวนภายนอก

นายอุตตม​ สาวนายน​ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังเดินสายเรียกความเชื่อมั่นนักลงทุนต่างประเทศระหว่างร่วมประชุมAsian Financial Forum ครั้งที่13​ ที่เขตบริหารพิเศษฮ่องกงวันนี้(13ม.ค.)โดยได้ร่วมกล่าวปาฐกถาในหัวข้อ​ Redefining.Growth:  Innovation Breakthrough Inclusiveness ในช่วงเช้าและพบปะนักลงทุนไทยที่เข้าลงทุนในฮ่องกงในช่วงบ่าย

เขากล่าวว่า​ ประเทศไทยจะเร่ง
เดินหน้าปฎิรูปโครงสร้างเศรษฐกิจเพื่อให้เศรษฐกิจภายในประเทศมีความแข็งแกร่งรองรับความผันผวนจากภายนอก โดยหนึ่งในยุทธศาสตร์การปฏิรูป คือ การปรับระบบนิเวศของโครงข่ายพื้นฐานด้าน Digital economy เพื่อรองรับการเติบโตทางเศรษฐกิจ​ ผลักดันการลงทุนจากทั้งในประเทศและต่างประเทศ​ และให้ผลประโยชน์ของการพัฒนากระจายอย่างทั่วถึง​ (Inclusiveness)

"​ในปีนี้และปีหน้า​ ประเทศไทยจะต่อยอดโครงข่ายพื้นฐานด้าน Digital  โดยใช้บล็อกเชน​ ให้เป็นกระดูกสันหลังของการพัฒนา​ Digital economy ซึ่งจะครอบคลุมหน่วยงานทางเศรษฐกิจและสังคมต่างๆ​ ไม่ว่าจะเป็​นสำนักงานคณะกรรมการตลาดหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์(ก.ล.ต.)​ ตลาดหลักทรัพย์​แห่งประเทศไทยและกระทรวงอื่นๆที่เกี่ยวข้อง"

เขากล่าวว่า​ การเจริญเติบโตทางเศรษฐกิจจากนี้ไปจะต้องถูกผลักดันโดยนวัตกรรม​  ซึ่งนวัตกรรม​ จะทำให้ไทยสามารถยกระดับเศรษฐกิจ​  และทำให้เกิดการเติบโตที่ยั่งยืน ทั้งนี้ ในช่วงที่ผ่านมา​ ประเทศไทย​ ได้พัฒนาโครงข่ายพื้นฐาน Digital เช่น​ การลงทุนในอินเตอร์เน็ตหมู่บ้าน​ การสร้างโครงข่ายการชำระเงิน​ ที่ เรียกว่า National e- Payment​ ที่ทำให้ภาคเอกชนสามารถ Plug in หรือ ต่อยอดเข้ามาพัฒนาแอพริเครชั่นใหม่ๆในการให้บริการประชาชน​

นอกจากนี้​ ประเทศไทยยังให้ความสำคัญในเรื่อง R&D โดยได้สร้าง​ Inno Spaceให้เป็น​ที่บ่มเพาะในการสร้างนวัตกรรม​ และประเทศไทยยังได้ตั้งกระทรวงดิจิทัลและกระทรวงอุดมศึกษา​ เพื่อให้คนไทยมีชุดทักษะด้านDigitalอีกด้วย

ด้านการพัฒนาเศรษฐกิจระดับฐานราก นั้น​ ถือเป็นส่วนสำคัญที่จะทำให้ผลปรโยชน์ของการพัฒนากระจายตัวอย่างทั่วถึง(Inclusiveness)​ ซึ่งรัฐบาลใช้ระบบNational e-payment เป็นเครื่องมือในการนำสวัสดิการของรัฐไปถึงมือคนที่สมควรได้​บัตรสวัสดิการประชารัฐ​ รวมถึง การทำโครงการชิมช้อปใช้​ที่อาศัยระบบNational e-payment​ ในการให้ประชาชนสามารถเข้าถึงนโยบายของรัฐ​ และทำให้ภาครัฐมีข้อมูลจำนวนมาก​ ซึ่งต่อไปจะใช้ระบบBig Dataเพื่อประมวลข้อมูล​ เพื่อหาว่านโยบายอะไรที่จะสามารถตอบโจทย์ของประชาชนได้ดีที่สุด

ทั้งนี้ ระบบนิเวศด้านDigitalของประเทศไทย​ ได้ส่งเสริมให้เกิด fintec โดยในช่วงสองปีที่ผ่านมา​ กระทรวงการคลังได้ออกใบอนุญาตfintecที่เป็นระบบการชำระเงินแล้ว​ 251ใบอนุญาต

ส่วนในด้านสินเชื่อนั้น​ ระบบ Digitalได้ทำให้คนตัวเล็กสามารถให้บริการสินเชื่อแข่งกับธนาคารพาณิชย์ได้​มากขึ้นโดยในช่วงตั้งแต่ปี​ 2561-2562​ จำนวนใบอนุญาตประกอบธุรกิจสินเชื่อรายย่อยไม่ว่าจะเป็นนาโนไฟแนนซ์ หรือ พิโกไฟแนนซ์เพิ่มขึ้นจากช่วงก่อนหน้าถึง​ 50%