KBANK ลดเพดานการถือครอง NVDR ทำให้เกิดแรงเทขายทั้งกลุ่ม
Event
KBANK ลดเพดานการถือครอง NVDR
Impact
KBANK ลดเพดานการถือครอง NVDR เหลือ 25% (จากเดิม 35%)
KBANK ลดเพดานการถือครอง Non-Voting Depository Receipt or NVDR (เครื่องมือที่เปิดทางเลือกให้ผู้ถือหุ้นต่างชาติสามารถเข้าถือหุ้นธนาคารทางอ้อมได้เพิ่มขึ้น) เป็นไม่เกิน 25% (จากเดิม 35%) ซึ่งเท่ากับเป็นการลดการถือครองหุ้นของธนาคารโดยนักลงทุนต่างชาติ ซึ่งการดำเนินการดังกล่าวเป็นไป
ตามคำแนะนำของ ธปท. โดยในอดีต นักลงทุนต่างชาติสามารถถือหุ้น KBANK เกินเพดานการถือครองของนักลงทุนต่างชาติได้โดยผ่าน NVDR ทำให้บางครั้งสัดส่วนการถือครองหุ้นของนักลงทุนต่างชาติรวมสูงถึง 77% (ผ่านการถือครองโดยตรง + NVDR) ซึ่งสูงเกินเพดานการถือครองหุ้นของนักลงทุนต่างชาติที่กำหนดไว้แค่ 49% ไปมาก อย่างไรก็ตาม สัดส่วนการถือครองหุ้นของนักลงทุนต่างชาติผ่าน NVDR ได้ลดลงมาในช่วง 1 ปีที่ผ่านมา (จากระดับสูงสุดที่ 28% ในปี 2558 & 2561) และปัจจุบันอยู่ที่ 21.4% ซึ่ง ธปท. มองว่าเป็นโอกาสดีที่ธนาคารจะปรับเพดานการถือครอง NDVR ที่เหมาะสมเป็น 25%
.... แต่ธนาคารอื่น ๆ ไม่จำเป็นต้องทำเหมือน KBANK
นอกจาก KBANK แล้ว เรายังไม่เห็นเหตุที่ธนาคารอื่น ๆ จะต้องลดเพดานการถือครอง NVDR ลงแบบเดียวกัน เพราะการถือครองหุ้น และ NVDR รวมของนักลงทุนต่างชาติในธนาคารอื่น ๆ ต่ำกว่าขอ KBANK มาก โดยในกรณีของ BBL กำหนดเพดานการถือหุ้นโดยตรงของนักลงทุนต่างชาติไว้แค่ 25% และกำหนดเพดานการถือครอง NVDR ไว้ที่ 35% ทำให้เพดานการถือครองหุ้นโดยนักลงทุนต่างชาติรวมของ BBL อยู่ที่แค่ 56% ซึ่งเท่า ๆ กับของ TISCO ในขณะที่การถือครองหุ้นโดยตรงของนักลงทุนต่างชาติในธนาคารอื่น ๆ ได้แก่ SCB KTB TMB TCAP และ KKP ยังต่ำกว่าเพดานที่ 49%
Risks
NPL เพิ่มขึ้นและตั้งสำรองเพิ่มขึ้น, รายได้ค่าธรรมเนียมลดลงอย่างมาก, ค่าใช้จ่าย opex เร่งตัวขึ้น








