งบดุลเดือนพฤศจิกายน: BBL KTB SCB ขยายพอร์ตลงทุน
Event
ประเด็นที่น่าสนใจจากงบดุลธนาคารเดือนพฤศจิกายน 2562
lmpact
โยกสินทรัพย์จากการปล่อยกู้ในตลาดเงินมาลงในพอร์ตลงทุนแทน
ธนาคารส่วนใหญ่หันมาเพิ่มพอร์ตการลงทุน โดยพอร์ตลงทุนรวมของกลุ่มธนาคารขยายตัว 11% MoM และ 30% YTD ทั้งนี้ธนาคารที่มีการขยายตัวของพอร์ตการลงทุนมากที่สุดคือ KTB SCB และ BBL ซึ่งมีพอร์ตลงทุนเพิ่มขึ้นถึง 27% MoM, 21% MoM และ 11% MoM ตามลำดับ แต่อีกด้านหนึ่งพอร์ตลงทุนของ KBANK KKP และ TCAP ในเดือนพฤศจิกายนกลับลดลง ทั้งนี้พอร์ตลงทุนของ BBL ทำสถิติสูงสุดในเดือนพฤศจิกายนที่ 6.49 แสนล้านบาท คิดเป็นประมาณ 21% ของสินทรัพย์รวมของธนาคารซึ่งมาจากการโยกสภาพคล่องส่วนเกินจากตลาดเงิน ในขณะที่สินเชื่อไม่ขยายตัว
BBL KTB และ SCB เพิ่มพอร์ตการลงทุนอย่างแข็งขัน
พอร์ตลงทุนของ KTB และ SCB เพิ่มขึ้นต่อเนื่องมาสองเดือนแล้ว โดยพอร์ตการลงทุนของ KTB โตถึง 33% QTD และ 96% YTD ในขณะที่พอร์ตของ SCB ก็โตถึง 34% QTD และ 33% YTD เราคิดว่าสัดส่วนการปล่อยกู้ในตลาดเงินที่ลดลง จะหนุนให้อัตราผลตอบแทนของสินทรัพย์ใน 4Q62 เพิ่มขึ้น เพราะอัตราผลตอบแทนจากตลาดเงินตามปกติจะอยู่ที่ประมาณ 1.5% ในขณะที่อัตราผลตอบแทนจากการลงทุนจะอยู่ที่ประมาณ 2%
กิจกรรมการปล่อยกู้ยังซบเซา
สินเชื่อรวมยังแทบไม่เปลี่ยนแปลงจากเดือนก่อนหน้า โดยขยายตัวเพียงแค่ 0.3% MoM 0% YTD และ +1% YoY โดยแนวโน้มภาพรวมของแต่ละธนาคารก็คล้ายคลึงกัน ทั้งนี้ KBANK ยังสามารถขยายสินเชื่อได้อย่างต่อเนื่องที่ +1.2% MoM, +3% YTD และ +4% YoY ในขณะที่สินเชื่อของ BBL โตขึ้นเพียง 1% MoM ซึ่งยังไม่สามารถจะช่วยให้ยอดสินเชื่อที่ติดลบอยู่ที่ -4% YTD ให้กลับมาเป็นบวกได้
Valuation & Action
แนวโน้มผลการดำเนินยังคงไม่เปลี่ยนไปจากเดิม โดยอุปสงค์สินเชื่อยังคงชะลอตัว ในขณะที่ธนาคารส่วนใหญ่โยกสินทรัพย์ไปลงในพอร์ตการลงทุนเพิ่มขึ้น ซึ่งส่วนใหญ่จะอยู่ในรูปของตราสารหนี้ ทั้งนี้ การนำมาตรฐาน IFRS9 มาใช้ในปี 2563 ทำให้ธนาคารต่างๆ พากันปรับพอร์ตการลงทุน และรับรู้กำไรจากการลงทุนบางส่วน ซึ่งทำให้เกิดกำไรจากการลงทุนมากกว่าปกติใน 4Q62 ทั้งนี้ จากการที่ราคาหุ้นกลุ่มธนาคารถูก เราจึงยังคงให้น้ำหนักกลุ่มธนาคารที่ Overweight และเลือก KBANK กับ SCB เป็นหุ้นเด่นของเราในกลุ่มนี้
Risks
เศรษฐกิจโต <2.8% ต่อเนื่องในปี 2562/63 ทำให้ NPL เกิดใหม่เพิ่มขึ้น และต้องกันสำรองเพิ่ม









