“สนธิรัตน์”ดันเปิดยื่นเสนอโครงการโรงไฟฟ้าชุมชน ม.ค. ปีหน้า ยันพิจารณาโปร่งใส่ ยึดหลักชุมชนต้องได้ประโยชน์สูงสุด ด้าน บางจากฯ แย้มส่ง บีบีจีไอ โดดร่วมโรงไฟฟ้าชุมชน
นายสนธิรัตน์ สนธิจิรวงศ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน เปิดเผยภายหลังเดินทางไปตรวจเยี่ยมกิจการกลุ่มบริษัท บางจาก คอร์ปอเรชั่น จำกัด(มหาชน)ว่า บางจากฯ กำลังเตรียมความพร้อมที่จะเข้าร่วมโครงการโรงไฟฟ้าชุมชนเพื่อเศรษฐกิจฐานรากด้วย ซึ่งกระทรวงพลังงาน เตรียมเร่งรัดจัดทำรายละเอียดหลักเกณฑ์และเงื่อนไขการพิจารณาคัดเลือกโครงการให้เสร็จสิ้นโดยเร็ว เพื่อให้สามารถเปิดยื่นข้อเสนอโครงการฯได้ภายในเดือน ม.ค. 2563 ทั้งประเภทโครงการนำร่อง(Quick win) และโครงการทั่วไป ซึ่งคาดหวังจะเห็นโครงการ Quick win เกิดขึ้นได้ภายใน 6 เดือน
อย่างไรก็ตาม พบว่า ขณะนี้โรงไฟฟ้าชุมชนมีหลายภาคส่วนให้ความสนใจจำนวนมากและในวันที่ 20 ธ.ค.นี้ จะมีชุมชนมาเข้าพบเพื่อขอรับฟังแนวนโยบายที่ชัดเจน ซึ่งกระทรวงพลังงาน ยืนยันว่า จะพิจารณาคัดเลือกโครงการฯโดยยึดหลักเกณฑ์เสนอผลประโยชน์ตอบแทนสูงสุดให้กับชุมชนเป็นสัดส่วนคะแนนถึง 60% ไม่ใช่การกดราคาค่าไฟฟ้าต่ำสุด
“ผมนั่งอยู่เป็นคนคุมไม่ต้องห่วงเรื่องความไม่โปร่งใส เราไม่ได้จำกัดว่าโรงไฟฟ้าจะเป็นกี่เมกะวัตต์ แค่ไม่เกินเกณฑ์10 เมกะวัตต์ต่อแห่งเท่านั้น” นายสนธิรัตน์
นอกจากนี้ ได้มาติดตามความคืบหน้าหลังจากได้มอบนโยบายให้ บางจากฯจัดทำแพลตฟอร์มซื้อขายสินค้าท้องถิ่น ที่มีอยู่ประมาณ 74,000 หมู่บ้าน ผ่านอีคอมเมิร์ซ ซึ่งพบว่า มีความคืบหน้าไปมากแล้ว โดยบางจากฯ จะร่วมมือกับเครือข่าย คือ บริษัท แอดวานซ์ อินโฟร์ เซอร์วิส จำกัด(มหาชน) หรือ AIS และสหกรณ์การเกษตร คาดว่า จะเริ่มทำการซื้อขายได้ในช่วงไตรมาส 1 ปีหน้า
นายสนธิรัตน์ ยังได้เดินทางไปตรวจเยี่ยมชมศูนย์การค้าฮาบิโตะมอลล์ ของกลุ่ม บางจากฯ และรับฟังการบรรยายโครงการแลกเปลี่ยนซื้อขายไฟฟ้าด้วยบล็อกเชนของ บริษัท บีซีพีจี จำกัด(มหาชน) หรือ BCPG เพื่อรับมือแนวทางการเปลี่ยนแปลงของกิจกรรมการซื้อขายไฟฟ้าระหว่างกันแบบ Peer to Peer ด้วยเทคโนโลยีบล็อกเชน ที่จะนำไปสู่การเปิดเสรีไฟฟ้าในอนาคต
ทั้งเรื่องของการปลดล็อคระเบียบและข้อกฎหมายต่างๆ เช่น ปัจจุบันตามกฎหมายบุคคลธรรมดาไม่สามารถขายไฟฟ้าได้ นอกจาก 3 การไฟฟ้าและการเปิดรับซื้อไฟฟ้าตามนโยบายของภาครัฐเท่านั้น ,การกำหนดอัตราค่าใช้บริการสายส่งระบบจำหน่าย (Wheeling Charge) เพราะการซื้อขายไฟฟ้าระหว่างกันจะต้องส่งผ่านสายส่งของการไฟฟ้า เป็นต้น
นายพงษ์ชัย ชัยจิรวิวัฒน์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท บีบีจีไอ จำกัด(มหาชน) กล่าวว่า บริษัท สนใจที่จะเข้าร่วมโครงการโรงไฟฟ้าชุมชน รูปแบบโครงการทั่วไป โดยจะเน้นการผลิตไฟฟ้าประเภทก๊าซชีวภาพ(พืชพลังงาน) เช่น หญ้าเนเปียร์ และข้าวโพด ซึ่งจะเป็นการจัดหาพื้นที่เพาะปลูกใหม่
คาดจะดำเนินการในลักษณะมีสัญญารับซื้อเชื้อเพลิงในราคาประกันกับวิสาหกิจชุมชน ในรูปแบบเกษตรพันธะสัญญา (Contract farming) เบื้องต้น มองว่า บริษัทมีความพร้อมที่จะร่วมมือกับสหกรณ์การเกษตรที่เป็นเครือข่ายทั่วประเทศราว 100 ชุมชน มีศักยภาพผลิตไฟฟ้าได้ประมาณ 100-200 เมกะวัตต์ คาดใช้เงินลงทุนประมาณ 100 ล้านบาทต่อเมกะวัตต์
ส่วนความคืบหน้าการนำ บริษัท BBGI เข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยนั้น คาดว่า จะสามารถดำเนินการได้ในช่วงปลายปี 2563









