ภาวะเงินเฟ้อตํ่าในปี 2563 อัตราเงินเฟ้อทั่วไปจะขยายตัว +0.7%
ในปี 2562 ระดับราคาสินค้าและบริการโดยทั่วไปอยู่ในภาวะที่ไม่มีเงินเฟ้อ หรือ อัตราเงินเฟ้อต่ำมาก คาดว่าอัตราเงินเฟ้อทั่วไปและอัตราเงินเฟ้อพื้นฐานจะขยายตัว +0.68% และ +0.52% ราคาน้ำมันดิบดูไบที่อยู่ในระดับต่ำและฐานราคาน้ำมันดิบที่อยู่ในระดับสูงเป็นปัจจัยหลักที่ส่งผลอัตราเงินเฟ้อทั่วไปขยายตัวในอัตราที่ลดลง (รูปที่ 1 และ 2) ขณะที่ผลผลิตข้าว และ ข้าวเหนียวลดลงและภาวะแห้งแล้งส่งผลให้ราคาอาหารสดสูงขึ้นช่วยให้อัตราเงินเฟ้อเพิ่มขึ้น อัตราเงินเฟ้อทั่วไปเดือนพฤศจิกายน และ ธันวาคม จะเพิ่มขึ้นสูงกว่าเดือนตุลาคมเนื่องจากฐานเงินเฟ้อต่ำ
ในปี 2563 อัตราเงินเฟ้อยังอยู่ในระดับที่ต่ำมาก อัตราเงินเฟ้อทั่วไปมีแนวโน้มขยายตัวในช่วง +0.2 - +0.8% YoY เฉลี่ยที่ +0.7% อัตราเงินเฟ้อทั่วไปจะขยายตัวในระดับที่ชะลอตัวลงในช่วงครึ่งแรกของปี 2563 จากฐานเงินเฟ้อสูง (รูปที่ 3) แต่ในช่วงครึ่งหลังของปี 2563 อัตราเงินเฟ้อทั่วไปจะขยายตัวในระดับที่สูงขึ้นเนื่องจากฐานเงินเฟ้อต่ำ มี 2 ปัจจัยที่ส่งผลให้อัตราเงินเฟ้อทั่วไปลดลงและเพิ่มขึ้น โดยปัจจัยที่ส่งผลให้อัตราเงินเฟ้อทั่วไปลดลง คือ ราคาน้ำมันดิบดูไบอยู่ในระดับต่ำ แต่ภาวะแห้งแล้งส่งผลให้ปริมาณผลผลิตทางการเกษตรลดลง เช่น ผลผลิตข้าว ข้าวเหนียว ผักสด และ ผลไม้ ส่งผลให้ราคาสินค้าเกษตรสูงขึ้นในระดับสูง อัตราเงินเฟ้อทั่วไปที่อยู่ในระดับต่ำเป็นผลจากทางด้านราคาต้นทุนต่ำ ไม่ได้เกิดจากกำลังซื้อหรือความต้องการซื้อในระบบเศรษฐกิจถดถอยลง โดยระดับราคาน้ำมันดิบดูไบส่งผลต่อราคาน้ำมันในประเทศเป็นปัจจัยหลักสำคัญที่มีผลต่อการเพิ่มขึ้นหรือลดลงของอัตราเงินเฟ้อทั่วไป
ปี 2562 อัตราเงินเฟ้ออยู่ในระดับตํ่ามาก อัตราเงินเฟ้อทั่วไปและอัตราเงินเฟ้อพื้นฐานจะขยายตัว +0.68% และ +0.52%
- ถ้าราคาน้ำมันดิบดูไบอยู่ในระดับคงที่ในเดือนพฤศจิกายน และ ธันวาคม อัตราเงินเฟ้อทั่วไปในเดือนพฤศจิกายน และ ธันวาคม ขยายตัวสูงกว่าเดือนตุลาคม เนื่องจากราคาน้ำมันดิบดูไบเดือนพฤศจิกายน และ ธันวาคม 2561 ต่ำกว่าเดือนตุลาคม 2561 มากมาอยู่ที่ระดับ 48-60ดอลลาร์ฯต่อบาร์เรล จะส่งผลให้อัตราเงินเฟ้อเดือนพฤศจิกายน และ ธันวาคม 2562 ขยายตัว +05 - +0.6% YoY
- ระดับราคาน้ำมันในประเทศอยู่ในระดับสูงกว่าที่ควร 0.70-1.00 บาท ต่อลิตร เทียบกับราคาน้ำมันดิบดูไบที่ระดับเดียวกันและค่าเงินบาทแข็งค่าขึ้นมาอยู่ที่ 30.15
- ในปี 2562 อยู่ในภาวะที่เงินเฟ้อต่ำมาก คาดว่าอัตราเงินเฟ้อทั่วไปและอัตราเงินเฟ้อพื้นฐานจะเพิ่มขึ้น +0.68% และ +0.52% ปี 2563 อัตราเงินเฟ้ออยู่ในระดับต่ำมากต่อเนื่องจากปี 2562 คาดว่า อัตราเงินเฟ้อทั่วไปจะขยายตัว +0.2 - +0.8% YoY เฉลี่ยที่ +0.7% และ อัตราเงินเฟ้อพื้นฐานจะขยายตัว +0.4%
- อัตราเงินเฟ้อทั่วไปจะชะลอตัวในช่วงครึ่งแรกของปี เนื่องจากฐานเงินเฟ้อสูง แต่จะเพิ่มขึ้นเล็กน้อยในช่วงครึ่งหลังของปีเนื่องจากฐานเงินเฟ้อต่ำ
- มี 2 ปัจจัยที่ส่งผลให้อัตราเงินเฟ้อเพิ่มขึ้นและลดลง
- ปัจจัยที่ส่งผลให้อัตราเงินเฟ้อทั่วไปชะลอตัวจากปลายปี 2562 และเพิ่มขึ้นในระดับต่ำคือราคาน้ำมันดิบดูไบที่ยังทรงตัวในระดับต่ำแถว 57-62 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล
- ขณะที่ราคาสินค้าเกษตรจะปรับตัวเพิ่มขึ้นจะเป็นปัจจัยหลักที่ส่งผลให้อัตราเงินเฟ้อเพิ่มขึ้น เช่น ราคาข้าวเจ้า ราคาข้าวเหนียว ผักสด และ ผลไม้ ที่ผลผลิตลดลงเนื่องจากภาวะแห้งแล้ง
- อัตราเงินเฟ้อในปี 2563 ที่เพิ่มขึ้นหรือลดลงยังเป็นผลมากจากทางด้านการเปลี่ยนแปลงทางด้านราคาต้นทุนเป็นหลัก ไม่ได้มาจากกำลังซื้อในระบบเศรษฐกิจถดถอยลงหรือ
เพิ่มขึ้นแต่อย่างไร โดยราคาน้ำมันดิบดูไบที่มีผลต่อราคาน้ำมันสาเํร็จรูปในประเทศจะอิทธิพลให้อัตราเงินเฟ้อเปลี่ยนแปลงในระดับต่ำมาก
ฐานเงินเฟ้อสูง ส่งผลให้อัตราเงินเฟ้อต่ำครึ่งแรกของปี 2563
- อัตราเงินเฟ้อพื้นฐานจะเพิ่มขึ้นในช่วงเดือนพฤศจิกายนและธันวาคมเฉลี่ยน +0.3% YoY เนื่องจากฐานเงินเฟ้อต่ำจากราคาน้ำมันดิบดูไบลดลงจาก 71 ดอลลาร์ต่อบาร์เรลลงมาต่ำสุดที่ 49 ดอลลาร์ต่อบาร์เรลในสิ้นเดือนธันวาคม 2562 (รูปที่ 3)
- ราคาน้ำมันดิบดูไบกลับมาเพิ่มขึ้นตั้งแต่เดือนมกราคม 2562 ส่งผลให้ฐานเงินเฟ้อเริ่มสูงขึ้น ส่งผลให้อัตราเงินเฟ้อทั่วไปเพิ่มขึ้นในระดับต่ำในครึ่งแรกของปี 2563
- รูปที่ 4 แสดงถึงฐานเงินเฟ้อสูงขึ้นตั้งแต่เดือนมกราคม 2563 และไปสูงสุดในเดือนเมษายน 2563 เนื่องจากราคาน้ำมันดิบดูไบสูงขึ้นจาก 54 ดอลลาร์ต่อบาร์เรลในต้นเดือน
มกราคม 2562 มาอยู่ที่ 72 ดอลลาร์ต่อบาร์เรลในเดือนเมษายน 2562 แม้ว่าราคาน้ำมันดิบ ดูไบได้ลดลงในเดือนพฤษภาคม 2562 มาอยู่ที่ 62-69 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล แต่ยังผลให้ฐานเงินเฟ้อสูง
- อัตราเงินเฟ้อทัวไปเดือน่ กุมภาพันธ์ ถึง เดือนพฤษภาคม 2563 เพิ่มขึ้นในระดับที่ต่ำ +0.5 -+ 0.6 % YoY
(ดูรายละเอียดเพิ่มเติมจากไฟล์แนบ)









