วันศุกร์ ที่ 16 ตุลาคม 2569

Login
Login

SCB

มุ่งการโตในโมเดลการทำธุรกิจใหม่

Event

อัพเดตแนวโน้มของธนาคาร, ปรับประมาณการ และปรับลดราคาเป้าหมาย

lmpact

รายได้ที่ลดลงจากอัตราดอกเบี้ยจะถูกชดเชยโดยรายได้ที่เพิ่มขึ้นจาก IFRS9

ภายใต้ความกังวลรายได้ธนาคารลดลงจากการปรับลดดอกเบี้ย แต่เราคาดว่าประเด็นนี้จะไม่กระทบกับ SCB มากนักเนื่องจากลดอัตราดดอกเบี้ย MRR 50bps และMOR 12.5bps จะถูกชดเชยไปบางส่วน โดยการปรับลดดอกเบี้ยเงินฝากประจำ 25bps ทำให้โดยรวมคาดว่ารายได้ลดลงประมาณ 2.0 พันล้านบาท (หรือ 4% ของกำไรสุทธิ) แต่อย่างไรก็ตาม รายได้ที่ลดลงก็ยังจะถูกชดเชยด้วยรายได้ที่เพิ่มขึ้นจากการนำ นโยบายบัญชี IFRS9 มาใช้ในปี 2563 ซึ่งให้ธนาคารบันทึกรายได้ดอกเบี้ยสินเชื่อบ้าน และจาก NPL ในรูปแบบผลตอบแทนรวมคาดว่าจะได้รับในอัตราคงที่ตลอดอายุ (EIR) ซึ่งเราคาดว่าจะทำให้ธนาคารสามารถบันทึกรายได้เพิ่มขึ้นประมาณ 2.6-2.7 พันล้าน

การโตในธุรกิจสินเชื่อรายย่อย เป็นอีกหนึ่งแนวทางที่จะเพิ่มผลตอบแทน และมาร์จิ้น

SCB เป็นธนาคารเพียงแห่งเดียวเห็นการปรับตัวได้อย่างรวดเร็วในการขยายธุรกิจธนาคารภายใต้โมเดลธุรกิจใหม่ด้วยการขยายสินเชื่อแบบไม่มีหลักประกันเพื่อเพิ่มผลตอบแทน (High yield) โดยสินเชื่อในกลุ่มนี้ (6% ของสินเชื่อรวม) ขยายตัว 6% QoQ, 15% YTD และ 30% YoY และมี yield สูงถึงเกือบ 20% ดังนั้น การขยายสินเชื่อกลุ่มนี้จึงช่วยให้ yield สินเชื่อของธนาคาร +20bps QoQ และ +30bps YTD ใน 3Q62 ทั้งนี้ จากการวิเคราะห์การเปลี่ยนแปลงรายได้ (sensitivity) เราพบว่าการเพิ่มสินเชื่อประเภทนี้ทุก
ๆ 10% จะทำให้รายได้เพิ่มขึ้น 2.8 พันล้านบาท ทำให้ yield สินเชื่อเพิ่มขึ้น 10bps ซึ่งในประมาณการของเราใช้สมมติฐาน yield สินเชื่อที่ 4.8%/4.7%/4.7% ในปี 2562/63/64 และ NIM ที่ 3.5%/3.4%/3.4%

มีความเสี่ยง NPL จากบัญชีสินเชื่อธุรกิจรายใหญ่

จากการเปิดเผยข้อมูลเกี่ยวกับการปล่อยกู้ให้กับบริษัทที่มีความเสี่ยงที่จะเพิกถอนหุ้นออกจากบริษัทจดทะเบียน ซึ่งตัวเลขดังกล่าวชี้ว่า SCB ยังไม่ได้ตั้งสำรองหนี้เสียเต็ม 100% ในส่วนต่างระหว่างมูลค่าหลักประกันและสินเชื่อ ทำให้ความเสี่ยงจาก NPL ขนาดใหญ่ยังเป็นความเสี่ยงหลักของ SCB เนื่องจาก SCB มีสำรองส่วนเกินน้อยกว่าธนาคารอื่น ๆ เราจึงคิดว่า NPL จากบัญชีสินเชื่อธุรกิจรายใหญ่จะเป็นความเสี่ยงต่อคุณภาพสินทรัพย์ของ SCB

ปรับลดประมาณการกำไรปี 2563/64 ลง 6%/8% และปรับลดราคาเป้าหมายปี 63F เหลือ 138 บาท

เราปรับลดประมาณการกำไรปี 2562/63/64 เล็กน้อย +2%/-6%/-8% โดยปรับสมมติฐานดังนี้ 1.) ปรับลดอัตราการเติบโตของสินเชื่อลงเหลือ 4%/4%/6% (จากเดิม 8%/8%/8%) 2.) เพิ่มรายได้ดอกเบี้ยที่เกิดขึ้นเพียงครั้งเดียวจาก SCBlife ประมาณ 1.0 พันล้านบาทในปี 2562 และ 3.) ปรับลดอัตราการเติบโตของรายได้ค่าธรรมเนียมปี 2563/64 เหลือ +3%/+5% (จากเดิม +6%/+8%) ในปี 2563/64 นอกจากนี้ เรายังDe-rate P/E เหลือ 10.8x (จากเดิม 12x) คิดเป็น P/BV ที่ 1.07x ทำให้ได้ราคาเป้ าหมายปี 2563F ใหม่ที่ 135 บาท (จากเดิมที่ 153 บาท)

Risks

GDP โตตํ่ากว่า 2.8% ในปี 2562/63 ทำให้ NPL เกิดใหม่เพิ่มขึ้น