วันเสาร์ ที่ 17 ตุลาคม 2569

Login
Login

แกว่งตัวตามผลประกอบการและการเจรจาการค้ามีแนวโน้มยืดเยื้อ

การลงนามในข้อตกลงการค้ามีแนวโน้มเลื่อนไปเป็นธ.ค.

ซึ่งความล่าช้าดังกล่าวเป็นสิ่งที่เราคาดว่ามีโอกาสเกิดขึ้นหลังจีนยื่นข้อเรียกร้องให้สหรัฐฯ ยกเลิกการขึ้นภาษีสินค้านำเข้าวงเงิน 1.25 แสนล้านเหรียญสหรัฐฯ ที่มีการเก็บภาษี 15% ตั้งแต่ 1 ก.ย.ที่ผ่านมา ซึ่งเราประเมินว่าสร้างความยุ่งยากให้กับการหาข้อสรุปที่ลงตัวสำหรับทั้งสองฝ่าย เรายังคงมุมมองบวกต่อผลการเจรจาการค้าเฟสแรก แต่ประเมินตลามีโอกาสผันผวนตอบรับความยืดเยื้อและข่าวสารจากการเจรจา

กนง.ปรับลดดอกเบี้ยและออกมาตรการเอื้อเงินทุนไหลออก กนง.มีมติลดดอกเบี้ยด้วยคะแนน 5:2 เพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจที่โตต่ำกว่าคาด ขณะที่ออกมาตรการสนับสนุนเงินทุนไหลออก ได้แก่ 1) ยกเว้นรายได้จากการส่งออกกลับประเทศ 2) การสนับสนุนการลงทุนหลักทรัพย์ต่างประเทศ 3) เปิดเสรีโอนเงินต่างประเทศ (สำหรับรายย่อย) 4) การซื้อขายทองคำด้วยสกุลเงินตราต่างประเทศ กลุ่มธนาคารคาดมีแรงทำกำไรระยะสั้น โดยมีประเด็นติดตามสำคัญคือโอกาสการปรับลดดอกเบี้ยเงินกู้ ซึ่งอาจทำให้การฟื้นตัวสะดุด

มุมองระยะกลางดีขึ้น แต่อาจระวังความผันผวนระยะสั้นของเงินทุน เราประเมินมุมมองระยะ 3-6 เดือนของตลาดจะดีขึ้นจากโมเมนตัมเศรษฐกิจโลกที่ฟื้นตัว แต่เงินทุนระยะสั้นมีโอกาสผันผวน โดยเฉพาะจากการปรับน้ำหนักการลงทุนตาม MSCI ซึ่งมีแนวโน้มจะเห็นการปรับเพิ่มสัดส่วนหุ้นจีนเข้ามาในการคำนวณ ส่งผลให้น้ำหนักหุ้นจีนเพิ่มขึ้น ขณะที่หุ้นของตลาดเอเชียและเกิดใหม่ รวมถึงไทย มีโอกาสที่น้ำหนักการลงทุนโดยสัมพัทธ์จะถูกปรับลดลง

เราเน้น selective buy ในหุ้นที่โมเมนตัมกำไรช่วงครึ่งปีหลังเป็นบวก พื้นฐานแกร่ง ราคาไม่แพง เพื่อให้สอดคล้องกับมุมมองของเราที่คาดตลาดเป็นบวกในช่วงไตรมาส 4/62 เราเน้น selective buy 1) สาธารณูปโภคที่ยังไม่แพง WHAUP, SSP, NNCL 2) กลุ่มได้ประโยชน์จากน้ำมันทรงตัว อาทิ EPG, BJC, BGC, DCC โรงกลั่น SPRC, TOP, BCP, ESSO 3) กลุ่มโรงแรม AOT, MINT, ERW จากตัวเลขนักท่องเที่ยวที่คาดฟื้นตัว // รวมถึงหุ้นที่น่าสนใจอื่นๆ อาทิ ADVANC, INTUCH, VRANDA*, TEAMG, MTC, SAWAD, VNT*, CPN // กลุ่มการแพทย์ ร.พ.ขนาดเล็กเด่น RPH*, RJH*, CHG

ภาพรวมกลยุทธ์ มีโอกาสเผชิญแรงทำกำไร และผันผวนในกรอบ 1617-1625 จุด  ก่อนการฟื้นตัวเต็มที่ ในช่วง 3-6 เดือน ข้างหน้า// หุ้นแนะนำวันนี้ SCB, EPG* /เก็งกำไร  THRE* (เป้า 0.66, ตัดขาดทุน 0.54), TEAMG* (เป้า 3.00, ตัดขาดทุน 2.22)

แนวรับ 1608-1617 จุด / แนวต้าน : 1625-1630 สัดส่วน : เงินสด 50% : พอร์ตหุ้น 50%

ประเด็นการลงทุน

เศรษฐกิจยูโรโซนเสี่ยงหดตัวลงในไตรมาส 4 – นักวิเคราะห์เตือนดัชนีผู้จัดการฝ่ายจัดซื้อ (PMI) บ่งชี้ว่าเศรษฐกิจยูโรโซนมีความเสี่ยงที่จะเผชิญภาวะหดตัวในไตรมาส 4/62 หลังตัวเลขภาคการผลิตยูโรโซนหดตัวลงในเดือน ต.ค.

ความเชื่อมั่นนักลงทุนทรงตัวต่อเนื่องเป็นเดือนที่ 3 – FETCO เผย ดัชนีความเชื่อมั่นนักลงทุน ในอีก 3 เดือนข้างหน้า ปรับลดลงอยู่ในเกณฑ์ทรงตัว (Neutral) เป็นเดือนที่ 3 ติดต่อกัน โดยผลสำรวจพบว่าความกังวลต่อความขัดแย้งทางการค้าระหว่างประเทศเป็นปัจจัยฉุดความเชื่อมั่นมากที่สุด

ธปท.-คลัง ปรับเกณฑ์เอื้อเงินทุนไหลออก – ธปท. จับมือ คลัง ปรับปรุงเกณฑ์เพื่อสนับสนุนเงินทุนไหลออก ช่วยลดแรงกดดันค่าเงินบาท รวมถึงจะทำให้การทำธุรกรรมเงินตราต่างประเทศมีความสะดวกมากขึ้น โดยจะเริ่มมีผลบังคับใช้วันที่ 8 พ.ย.62

น้ำมัน – สต็อคน้ำมันดิบสหรัฐฯ เพิ่มขึ้น 7.9 ล้านบาร์เรลในสัปดาห์ที่ผ่านมา สูงกว่าที่ตลาดคาดว่าจะเพิ่มเพียง 1.5 ล้านบาร์เรล

ค่าระวางเรือ – ดัชนี BDI ปิดที่ 1,533.00 จุด ลดลง 123.00 จุด, -7.43%

AWC – ระยะเวลาครบกำหนดซื้อคืนตาม Grenn shoe option 8 พ.ย.

SCB – หนุนเพซฟื้นฟูกิจการ คาดได้ข้อสรุป พ.ย.

ประเด็นติดตาม: 7 พ.ย. – MSCI ทบทวนดัชนี หุ้นเข้า/ออก, 13 พ.ย. – สุนทรพจน์ประธานเฟด, 14 พ.ย. – EU GDP 3Q, 18 พ.ย. – สภาพัฒน์รายงาน GDP ไตรมาส 3/62

(* หมายถึง หุ้นทางกลยุทธ์ ซึ่งอาจมีคำแนะนำต่างกับพื้นฐาน หรือที่ไม่ ได้อยู่ในการวิเคราะห์ของ UOBKH ซึ่งนักลงทุนควรพิจารณาตั้งจุดตัดขาดทุน 3-5% ของราคาที่เข้าซื้อ)