วันศุกร์ ที่ 16 ตุลาคม 2569

Login
Login

'โบรก' คาดกำไรบจ.หลุดเป้า หุ้นใหญ่ฉุดไตรมาส 3 ดิ่ง 14 %

โบรกฯคาดภาพรวมกำไรบจ.ไตรมาส 3ปรับลดลง 7-14% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน จากกลุ่มพลังงาน- ปิโตรเคมี ที่ได้รับผลกระทบจากสเปรดที่ลดลง ส่อขาดทุนสต็อกน้ำมัน ขณะที่กลุ่มแบงก์พาณิชย์ต้องตั้งสำรองสูง  มองภาพรวมปีนี้กำไรปีนี้โตต่ำเป้า ไม่ถึง 9แสนล้านบาท

นายมงคล พ่วงเภตรา ผู้ช่วยกรรมผู้จัดการ ฝ่ายกลยุทธ์การลงทุนหลักทรัพย์ บล.เคทีบี (ประเทศไทย) เปิดเผยว่า คาดการณ์กำไรสุทธิบริษัทจดทะเบียน (บจ.)ไตรมาส3 ปี 2562 (รวมกองทุนอสังหาฯและกองทุนโครงสร้างพื้นฐาน) อยู่ที่ประมาณ 2.2-2.5 แสนล้านบาท ดีขึ้นเล็กน้อยจากไตรมาส 2 ปี 2562 ซึ่งอยู่ที่ 2.1 แสนล้านบาท แต่ลดลงหากเทียบกับไตรมาส 3 ปี 2561 อยู่ที่ 2.7 แสนล้านบาท  เพราะกำไรสุทธิกลุ่มพลังงาน และปิโตรเคมี ยังคงปรับตัวลดลง จากราคาน้ำมัน และส่วนต่างราคาผลิตภัณฑ์ (สเปรด) ที่ปรับตัวลดลง ขณะกำไรสุทธิของกลุ่มธนาคารพาณิชย์ ปรับตัวดีขึ้นเล็กน้อยเพียง2%จากไตรมาสก่อน และเพิ่มขึ้น 5 % จากช่วงเดียวกันปีก่อน

 " ปกติกำไรสุทธิของกลุ่มพลังงาน ปิโตรเคมี และธนาคารพาณิชย์ คิดเป็น 50 % ของตลาด ซึ่งไตรมาส3 ปีนี้ ผลการดำเนินงานของทั้ง 3 กลุ่มยังไม่ดี ประกอบกับกลุ่มอื่นๆยังได้รับผลกระทบจากสงครามการค้า เศรษฐกิจในประเทศชะลอตัว รวมถึงค่าเงินบาทที่แข็งค่าขึ้นกระทบกลุ่มส่งออก"นายมงคล กล่าว

 สำหรับกำไรสุทธิบจ.ทั้งปี 2562 คาดว่าอยู่ที่7.5-8.5 แสนล้านบาท ต่ำกว่าเป้าหมายที่ตั้งเป้าไว้ที่ 9.6 แสนล้านบาท (ปรับลดลงจากต้นปีที่คาดกำไรสุทธิปีนี้ที่ 1 ล้านล้านบาท)   เนื่องจากได้รับผลกระทบจากสงครามการค้า  ราคาน้ำมันดิบปรับตัวลดลง สเปรดปิโตรเคมีอยู่ในระดับต่ำ  รวมถึงกฎหมายแรงงานฉบับใหม่ ทำให้บจ.ต้องตั้งสำรองผลประโยชน์พนักงานสูงถุง 3.5 หมื่นล้านบาท และธนาคารพาณิชย์ ตั้งสำรองสูงเพื่อรองรับมาตรฐานบัญชีใหม่ในปีหน้า และค่าเงินบาทแข็งกระทบต่อการส่งออก

 นายเทิดศักดิ์ ทวีธีระธรรม ผู้ช่วยกรรมการผู้อำนวยการ สายงานวิจัย บล.เอเซีย พลัส จำกัด คาดว่า กำไรสุทธิบจ.ไตรมาส 3 ปี 2562 อยู่ระดับประมาณ 2.3- 2.5 แสนล้านบาท (ไม่รวมกองทุนโครงสร้างพื้นฐาน และกองทุนอสังหาริมทรัพย์) เนื่องจากกำไรสุทธิกลุ่มธนาคารออกมาอยู่ที่ระดับ 5.5-5.6 หมื่นล้านบาท ถือว่าดีกว่าคาด เพราะมีกำไรพิเศษขายสินทรัพย์เข้ามา แต่กำไรสุทธิกลุ่มพลังงานยังไม่ดี โดยอาจจะมีผลขาดทุนสต็อกน้ำมัน ขณะที่กลุ่มปิโตรเคมีสเปรดยังอยู่ระดับต่ำ

ส่วนกำไรสุทธิบจ.ทั้งปี 2562 คาดอยู่ที่ 9.99 แสนล้านบาท โดยมีอัตรากำไรสุทธิต่อหุ้น ( EPS) ที่100.48 บาทต่อหุ้น ส่วนกำไรบจ.ปี 2563 คาดว่าจะเติบโตเล็กน้อย 1.048 บาทต่อหุ้น คิดเป็น EPS อยู่ที่105.48 บาทต่อหุ้น

นายอภิชาติ ผู้บรรเจิดกุล ผู้อำนวยการสายงานวิเคราะห์เชิงกลยุทธ์ บล.ทิสโก้ กล่าวว่า คาดกำไรสุทธิ บจ.ไตรมาส 3ปีนี้ อยู่ที่ 1.9 แสนล้านบาท (กำไรบจ.รวม129บริษัท) ลดลง 13 % เทียบกับไตรมาสเดียวกันปีก่อน จากราคาน้ำมัน และสเปรดปิโตรเคมีที่ลดลง เป็นหลัก โดยคาดว่าทั้งปีอยู่ที่ระดับ 9.55 แสนล้านบาท 

นายกิติชาญ นายกิติชาญ ศิริสุขอาชา ผู้อำนวยการอาวุโส ฝ่ายวิจัย บล. ซีจีเอส-ซีไอเอ็มบี(ประเทศไทย) กล่าวว่า คาดว่ากำไรบจ.ไตรมาส 3 ปีนี้ จะไม่เติบโตจากช่วงไตรมาส 3 ปี 2561 เนื่องจากกลุ่มพลังงาน อาจมีผลขาดทุนสต็อกน้ำมัน และกลุ่มปิโตรเคมี สเปรดยังต่ำ กลุ่มรับเหมาก่อสร้างกำไรไม่ดี เพราะการแข่งขันที่สูง