"รฟท.-ซีพี" เซ็นไฮสปีด 24 ต.ค.นี้ “วรวุฒิ” ชี้ ตรวจร่างสัญญา-เอกสารแนบท้ายพร้อม 100% ยันเคลียร์ทุกประเด็น ส่งมอบที่ดิน-จ่ายเงินอุดหนุน จ่อชง ครม.เคาะเวนคืนที่ดิน
การลงนามโครงการรถไฟความเร็วสูงเชื่อม 3 สนามบิน (ดอนเมือง สุวรรณภูมิ อู่ตะเภา) ระหว่างการรถไฟแห่งประเทศไทย (ร.ฟ.ท.) และกิจการร่วมค้าบริษัทเจริญโภคภัณฑ์โฮลดิ้ง จำกัด และพันธมิตร (กลุ่มซีพี) ถูกกำหนดขึ้นในวันที่ 24 ต.ค.นี้ เวลา 13.30 น.ณ ตึกสันติไมตรี ทำเนียบรัฐบาล
นายวรวุฒิ มาลา รักษาการผู้ว่าการ ร.ฟ.ท.จะเป็นผู้ลงนามร่วมกับ นายศุภชัย เจียรวนนท์ ประธานคณะผู้บริหาร บริษัทเครือเจริญโภคภัณฑ์ จำกัด ในฐานะ บริษัทรถไฟความเร็วสูงสายตะวันออกเชื่อมสามสนามบิน จำกัด
นายคณิศ แสงสุพรรณ เลขาธิการคณะกรรมการพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (สกพอ.) เปิดเผยว่า พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี จะเป็นประธานในการลงนามครั้งนี้ หลังจากนายกรัฐมนตรีเดินทางกลับจากญี่ปุ่นในช่วงเช้า
“กลุ่มซีพีได้แจ้งวันลงนามสัญญาร่วมลงทุนเป็นวันที่ 24 ต.ต.นี้ เพราะเห็นว่ามีวันที่มีฤกษ์งามยามดี เมื่อลงนามได้แล้วขั้นตอนก่อสร้างจะได้เร่ิมเดินหน้าทันที” นายคณิศ กล่าว
นายวรวุฒิ กล่าวว่า ขณะนี้ ร.ฟ.ท.กำลังดูความเรียบร้อยของร่างสัญญาและเอกสารแนบท้ายร่างสัญญา ซึ่งมีความสมบูรณ์แล้ว 100% หลังจากคณะกรรมการนโยบายเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (กพอ.) มีความเห็นรายละเอียดการส่งมอบพื้นที่ในเอกสารแนบท้ายร่างสัญญาเมื่อวันที่ 16 ต.ค.ที่ผ่านมา ซึ่งเห็นชอบการส่งมอบพื้นที่ 3 ช่วง คือ 1.ช่วงสถานีพญาไท–สุวรรณภูมิ รวมระยะทาง 28 กิโลเมตร ส่งมอบได้ทันทีหลังลงนาม
2.ช่วงสถานีสุวรรณภูมิ–อู่ตะเภา ระยะทาง 170 กิโลเมตร กำหนดให้มีการส่งมอบพื้นที่ภายใน 1 ปี 3 เดือน หลังการลงนาม 3.ช่วงสถานีพญาไท–ดอนเมือง ระยะทาง 22 กิโลเมตร จะส่งมอบพื้นที่ภายใน 2 ปี 3 เดือน หลังลงนามในสัญญา
เตรียมชง ครม.เคาะเวนคืน
นายวรวุฒิ กล่าวว่า เมื่อมีการลงนามการจะเร่งดำเนินการตามแผนการส่งมอบพื้นที่ ซึ่งถือเป็นส่วนแรกของการเริ่มโครงการ โดยถ้าส่งมอบได้ตามแผนก็จะเริ่มลงมือก่อสร้างได้ และสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกาได้ตรวจร่าง พ.ร.ฎ.การเวนคืนที่ดิน มาแล้ว ซึ่งคาดว่าจะเสนอคณะรัฐมนตรี (ครม.) พิจารณาได้ภายใน 2 สัปดาห์ นี้ ซึ่งเมื่อประกาศบังคับใช้แล้วก็จะเริ่มสำรวจราคาและดำเนินการเวนคืนที่ดิน 850 ไร่
“ส่วนพื้นที่บุกรุกก็จะมีการลงพื้นที่เพื่อทำความเช้าใจกับผู้บุกรุก รวมทั้งหลังการลงนามสัญญาจะมีการลงพื้นที่เพื่อสำรวจความพร้อมในการก่อสร้างแต่ละจุด แต่การจะตอกเสาเข็มเริ่มก่อสร้างเมื่อไหร่ขึ้นกับการส่งมอบพื้นที่เพียงพอก่อสร้างแค่ไหน”
ทั้งนี้ หลังจาก ร.ฟ.ท.ลงนามสัญญาร่วมลงทุนกับกลุ่มซีพี จะมีการตั้งคณะกรรมการกำกับดูแลโครงการรถไฟความเร็วสูงเชื่อม 3 สนามบิน และตั้งหน่วยงานเพื่อติดตามและกำกับดูแลโครงการรถไฟความเร็วสูง เพื่อทำหน้าที่สนับสนุนคณะกรรมการกำกับดูแล โดยเริ่มทำงานทันทีที่สัญญาร่วมลงทุนมีผลในเดือน ต.ค.2562
นายวรวุฒิ กล่าวว่า ที่ผ่านมามีการเคลียร์ประเด็นต่างๆกับกลุ่มซีพีเรียบร้อย รวมถึงประเด็นการชำระเงินร่วมลงทุนของภาครัฐ ซึ่งเอกสารการเสนอโครงการ (อาร์เอฟพี) กำหนดให้มีการจ่ายเงินอุดหนุนของรัฐเมื่อเริ่มเดินรถทั้งระบบ แต่ในช่วงร่างอาร์เอฟพียังไม่มีความชัดเจนของโครงการพัฒนาสนามบินอู่ตะเภา จึงมีการกำหนดในอาร์เอฟพีเพิ่มเติมในกรณีที่มีเหตุจำเป็นให้เริ่มจ่ายเงินอุดหนุนของรัฐเมื่อเริ่มเดินรถไฟความเร็วสูงบางส่วนได้









