‘แอสเสทเวิรด์’ เตรียมเข้าเทรดพรุ่งนี้ (10 ต.ค.) โบรกประเมินราคาเหมาะสม 6.18 - 6.46 บาท พร้อมชูธุรกิจเหมาะเข้าลงทุนยาว เนื่องจากรายได้ประจำของสินทรัพย์ แต่ระยะสั้นมีความเสี่ยงที่หุ้นจะไม่หวือหวา เพราะราคาหุ้นแพงเทียบกับผลประกอบการปัจจุบัน
ในวันพรุ่งนี้ (10 ต.ค.) บริษัท แอสเสท เวิรด์ คอร์ป จำกัด (มหาชน) หรือ AWC หุ้นน้องใหม่ในกลุ่มธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ของ ‘เสี่ยเจริญ’ นายเจริญ สิริวัฒนภักดี มหาเศรษฐีของประเทศไทย ได้ฤกษ์เข้าซื้อขายในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (SET) เป็นวันแรก โดยเป็นหุ้นที่มีมูลค่าหลักทรัพย์ตามราคาตลาดใหญ่ที่สุดของไทย ณ ราคาไอพีโอ ที่ 6 บาท
ทั้งนี้ AWC ประมาณการว่าจะได้รับเงินระดมทุนหลังหักค่าใช้จ่ายแล้วประมาณ 4.7 หมื่นล้านบาท วัตถุประสงค์ในการใช้เงินหลังการระดมทุนครั้งนี้ ส่วนแรก 2.55 หมื่นล้านบาท จะใช้ลงทุนซื้อกิจการ ประกอบด้วย โรงแรม 10 แห่ง และอสังหาริมทรัพย์มิกซ์ยูส 2 แห่ง ถัดมาจะใช้เป็นเงินลงทุนระหว่างปี 2562 – 2567 จำนวน 10,331 ล้านบาท เพื่อลงทุนพัฒนาและปรับปรุงสินทรัพย์ ประกอบด้วย โรงแรม 5 แห่ง และอสังหาริมทรัพย์เพื่อการพาณิชย์ 2 โครงการ และส่วนต่อขยายอีก 2 แห่ง และส่วนสุดท้ายจะใช้เงินลงทุน 5,200 ล้านบาท ในการชำระคืนเงินกู้
จากการประเมินของ บล.ทิสโก้ มองว่า AWC เป็นบริษัทที่ประกอบธุรกิจโดยการถือหุ้นในบริษัทอื่น (Holding Company) ที่ประกอบธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ทั้งในกลุ่มธุรกิจโรงแรมและอสังหาริมทรัพย์เพื่อการพาณิชย์ ทั้งหมด 42 แห่ง โดยโครงการส่วนใหญ่ของบริษัทจะเป็นอสังหาริมทรัพย์ที่บริษัทมีกรรมสิทธิ์ (Freehold) และเป็นโครงการขนาดใหญ่ที่มีมูลค่าสูงซึ่งมีแนวโน้มที่จะได้รับประโยชน์จากการเพิ่มขึ้นของมูลค่าที่ดิน
ในเบื้องต้นคาดรายได้รวมจากการดำเนินงานอาจจะทรงตัวในปี 2562 แม้ว่ามีการเพิ่มสินทรัพย์ใหม่เข้ามาในกลุ่ม เนื่องจากเราคาดรายได้จากค่าบริหารงานจะลดลง หลังจากการหยุดให้บริการการบริหารจัดการอสังหาริมทรัพย์ภายในกลุ่มบริษัททีซีซี (TCC Group) และรายได้จากโรงแรมระดับบนที่คาดว่าจะลดลงจากจำนวนนักท่องเที่ยวที่ลดลงและการแข่งขันที่รุนแรงขึ้น
สำหรับมูลค่าที่เหมาะสมของ AWC ประเมินไว้ที่ 198,000 - 207,000 ล้านบาท (คิดเป็นราคาต่อหุ้นประมาณ 6.18 - 6.46 บาท) ความเสี่ยงที่สำคัญคือความล่าช้าในแผนโครงการใหม่ เงินลงทุนที่อาจจะสูงกว่าคาด การพึ่งพาผู้บริหารโรงแรมภายนอก ความขัดแย้งกับถือหุ้นรายอื่นๆ รวมถึงการแข่งขันจากกลุ่มบริษัททีซีซี
ด้านแหล่งข่าวนักวิเคราะห์ เปิดเผยว่า หุ้น AWC มีจุดเด่นจากการเป็นหุ้นขนาดใหญ่ซึ่งมีสินทรัพย์ในมือที่หลากหลาย ทั้งโรงแรม ศูนย์การค้า และอาคารสำนักงาน ซึ่งส่วนมากจะตั้งอยู่ในทำเลที่ค่อนข้างดีมาก รวมถึงเป็นสินทรัพย์ที่สร้างรายได้ประจำเป็นส่วนใหญ่ (Recurring income) นอกจากนี้ยังมีส่วนเสริมจากการเป็นธุรกิจในเครือของทีซีซี กรุ๊ป ซึ่งยังมีสินทรัพย์อื่นๆ อีกมาก และบริษัทมีโอกาสจะซื้อเข้ามาเพิ่มขึ้น
อย่างไรก็ตาม ด้วยมูลค่าในการระดมทุนที่ค่อนข้างสูง และจำนวนหุ้นไอพีโอที่อาจจะมากถึง 8,000 ล้านหุ้น ทำให้ AWC มีความเสี่ยงว่าอาจจะไม่ได้หวือหวานัก ในช่วงแรกของการเข้าซื้อขายในตลาดหลักทรัพย์ ประกอบกับมูลค่าหุ้น ณ ราคาไอพีโอที่ 6 บาท เมื่อเทียบกับกำไรต่อหุ้นล่าสุดที่ 0.0216 บาท คิดเป็น P/E 277.6 เท่า
“ในระยะสั้น หุ้น AWC มีความเสี่ยงจะถูกกดดันจากจำนวนหุ้นและมูลค่าที่ค่อนข้างสูง รวมถึงมูลค่าที่ค่อนข้างสูงเทียบกับกำไรที่ผ่านมา แต่ในระยะยาวยังเชื่อว่า AWC จะเป็นหุ้นที่ดี ด้วยลักษณะเด่นจากรายได้ส่วนมากที่เป็นรายได้ประจำ การเข้าลงทุนในหุ้น AWC ก็เหมือนกับการทำธุรกิจร่วมไปกับเจ้าของ แต่อาจจะไม่ใช่หุ้นไอพีโอที่เหมาะกับการซื้อเพื่อเก็งกำไรให้ขึ้นไป 20-30% ในทันที” แหล่งข่าวนักวิเคราะห์กล่าว









