หลังประกาศแต่งตั้งลงประกาศในราชกิจจานุเบกษาช่วงกลางดึกของคืนวันที่30 ก.ย. วันรุ่งขึ้น “อธิบดีป้ายแดง”ของกรมธนารักษ์ “ยุทธนา หยิมการุณ”
ก็ได้เปิดแถลงข่าวต่อสื่อมวลชนทันที ถึงแผนบริหารงานตามภารกิจ ทั้งการบริหารจัดการ“ที่ราชพัสดุ”ทั่วประเทศ ดูแลทรัพย์สินมีค่าของแผ่นดิน ผลิตและบริหารจัดการ“เหรียญกษาปณ์”ของประเทศ
หนึ่งในเป้าหมายสำคัญ คือ “การจัดเก็บรายได้” แม้จะมีเป้าตามงบปี2563 อยู่ที่ 1 หมื่นล้านบาท แต่ในเมื่อเป้าหมายมีไว้พุ่งชน ท่านอธิบดีจึงสั่ง “เพิ่มเป้า”ทันทีถึง 5 พันล้านบาท รวมเป็น “1.5 หมื่นล้านบาท” งานนี้ “ธนารักษ์พื้นที่” รับหน้าที่ไปเต็มๆ เพราะท่านสั่งการให้สำรวจพื้นที่ราชพัสดุในที่ส่วนราชการนำไปทำ “กิจกรรมนอกเหนือจากข้อตกลง” และ“นำรายได้เข้ากระเป๋าตัวเอง” ให้นำรายได้เข้าแผ่นดิน กรณีนี้ มีหลายแห่งทีเดียว ทั้งโรงพยาบาลและรัฐวิสาหกิจขนาดใหญ่ ดูแล้วหากทำได้เป้ารายได้ที่เพิ่มมาก็น่าจะได้
นอกจากนี้ บรรดารัฐวิสาหกิจที่ใช้พื้นที่ราชพัสดุของรัฐ จะต้องจ่ายค่าเช่าตาม “การประเมิน” ของกรมฯ ซึ่งตามกฎหมายที่ราชพัสดุฉบับปรับปรุงล่าสุด กำหนดให้รัฐวิสาหกิจทุกแห่งต้องจ่ายค่าเช่าจากเดิมเก็บเฉพาะบางแห่ง ดังนั้น ส่วนงานที่รับผิดชอบเรื่องนี้ จะต้องเร่งประเมินค่าเช่าใหม่ทั้งหมด เพื่อมีส่วนผลักดันรายได้ปีงบนี้ได้ตามเป้านั่นเอง








