วันศุกร์ ที่ 16 ตุลาคม 2569

Login
Login

ธ.ก.ส.ชี้ลูกค้าเกษตรล้านรายกระทบน้ำท่วม

ธ.ก.ส.เผยมีลูกค้าราว 1 ล้านครัวเรือนได้รับผลกระทบจากภัยน้ำท่วม เร่งลงพื้นที่บรรเทาความเดือดร้อน แต่ยังไม่มีรายใดขอความช่วยเหลือด้านเงินทุน ขณะที่ ธนาคารเปิดวงเงินรองรับถึง 5.5 หมื่นล้านบาท

นายสมเกียรติ กิมาวหา ผู้ช่วยผู้จัดการธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร(ธ.ก.ส.)เปิดผยว่า ธ.ก.ส.ได้ประเมินจำนวนลูกค้าที่อยู่ในข่ายได้รับความเสียหายและเดือดร้อนจากเหตุอุทกภัยในพื้นที่ภาคเหนือตอนล่างและภาคอีสานมีจำนวนประมาณ 1 ล้านครัวเรือน ในเบื้องต้น ธ.ก.ส.ได้เข้าไปช่วยบรรเทาความเดือดร้อนผ่านการแจกจ่ายถุงยังชีพ ยานพาหนะในการเดินทาง อาหารและตั้งศูนย์บรรเทาความเดือดร้อนในพื้นที่อย่างเข้มขึ้น โดยหลังจากนี้ จะเร่งประเมินความเสียหายและให้ความช่วยเหลือตามมาตรการต่างๆที่ธ.ก.ส.ได้ออกไปก่อนหน้านี้ ทั้งการขยายระยะเวลาการชำระหนี้ 1 ปี ให้เงินกู้ฉุกเฉิน และ เงินกู้เพื่อฟื้นฟูอาชีพและซ่อมแซมบ้านเรือนในอัตราดอกเบี้ยต่ำ

“ขณะนี้ ยังไม่มีลูกค้ารายใดเข้ามายื่นขอความช่วยเหลือในแง่สินเชื่อหรือขอขยายระยะเวลาชำระหนี้ เข้าใจว่า จะต้องรอให้น้ำลดจึงจะประเมินความเสียหายและขอรับความช่วยเหลือด้านแหล่งเงิน ทั้งนี้ หลังจากน้ำลดแล้ว สำหรับผู้ที่ทำประกันภัยกับภาครัฐจะได้รับการชดเชยไร่ละ 1,260 บาทต่อไร่”

สำหรับวงเงินของมาตรการช่วยเหลือน้ำท่วมดังกล่าวจะอยู่ที่ 5.5 หมื่นล้านบาท เบื้องต้นในวงเงินนี้ มีเกษตรกรที่ประสบปัญหาภัยแล้งมาขอใช้วงเงินไปราว 3 พันล้านบาท อย่างไรก็ดี หากวงเงินดังกล่าวไม่เพียงพอรองรับกรณีปัญหาดังกล่าว ทางธนาคารก็พร้อมที่จะเพิ่มวงเงินช่วยเหลือ

ส่วนการจ่ายเงินชดเชยผู้ปลูกข้าวนาปีตามมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจของรัฐบาลนั้น ขณะนี้ ธ.ก.ส.ยังไม่ได้ดำเนินการจ่ายเงินลงไป โดยรอให้กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ส่งรายชื่อผู้ที่อยู่ในข่ายได้รับเงินชดเชยมาให้ธ.ก.ส.เมื่อได้รับแล้วธ.ก.ส.ก็พร้อมจะโอนเงินเข้าบัญชีเกษตรกรทันที ทั้งนี้ รัฐบาลจะชดเชยให้จำนวน 500 บาทต่อไร่ แต่ไม่เกิน 20 ไร่

เขายังกล่าวถึงยอดการขายสลากออมทรัพย์ยั่งยืนในราคาหน่วยละ 20 บาทว่า นับจากกลางเดือนส.ค.ที่ผ่านมา หลังจากธ.ก.ส.เปิดขายสลากดังกล่าว ขณะนี้ มียอดขายเข้ามาแล้วเกือบ 600 ล้านบาท มีผู้สนใจรวมกว่า 8 หมื่นราย ถือว่า เป็นไปตามเป้าหมายที่เราต้องการเปิดขายให้แก่รายย่อยอย่างแท้จริง

อย่างไรก็ดี ขณะนี้ ธ.ก.ส.ได้เปิดช่องทางการจำหน่ายสลากดังกล่าวผ่านตู้เติมเงินบริษัท สบาย เทคโนโลยี จำกัด(มหาชน) และ บริษัท ฟอร์ท สมาร์ท เซอร์วิส จำกัด จำนวนรวม 1.8 แสนจุด จึงคาดว่า จะสามารถเพิ่มยอดขายได้ราวเดือนละ 1 พันล้านบาท ทั้งนี้ ธ.ก.ส.ได้เปิดวงเงินขายสลากดังกล่าวไม่เกิน 1 หมื่นล้านบาท เพื่อสนับสนุนรายย่อยได้เข้ามาออมมากขึ้น โดยสลากดังกล่าว เมื่อออมแล้วจะสามารถลุ้นรับรางวัลในแต่ละงวดได้ด้วย

“ปัจจุบันเราเปิดขายสลากผ่าน 3 ช่องทาง คือ ช่องทางแอพริเคชั่น โมบาย ช่องทางสาขาของธนาคารและเคาวน์เตอร์เซอร์วิส โดยยอดที่ใช้บริการมากที่สุด คือ ช่องทางแอพริเคชั่นโมบายจำนวนกว่า 70%”