วันศุกร์ ที่ 16 ตุลาคม 2569

Login
Login

Commerce Sector (16 ก.ย.62)

ได้อานิสงส์จากมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจ

Event

อัพเดตกลุ่มธุรกิจการพาณิชย์

lmpact

มาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจจะเป็นธีมสำคัยที่ช่วยกระตุ้นการบริโภคในประเทศ

หลังจากที่คณะรัฐมนตรีอนุมัติมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจมูลค่า 3.16 แสนล้านบาทเมื่อวันที่ 22 สิงหาคม 2562 เราคาดว่าจะยังมีการออกมาตรการอื่น ๆ เพิ่มเติมอีก โดยเราคาดว่าจะมีการงัดมาตรการ "ช้อปช่วยชาติ" ซึ่งมักจะมีการออกมาในช่วงปลายปีในช่วงสี่ปีที่ผ่านมาออกมาใช้อีก ในขณะเดียวกัน เราก็คาดว่าจะมีการนำนโยบายการขึ้นค่าแรงขั้นต่ำซึ่งเป็นหนึ่งในนโยบายเศรษฐกิจหลักของรัฐบาลชุดนี้ออกมาใชในปีหน้า

คาดว่าจะมีเงิน 2 หมื่นล้านบาท จากแพ็คเก็จรวม 3.16 แสนล้านบาทถูกอัดฉีดเข้ามาในระบบใน 3Q 

ในแพ็คเก็จรวม 3.16 แสนล้านบาท เราคาดว่ามาตรการที่เกี่ยวข้องกับบัตรสวัสดิการจะเป็นส่วนที่ง่ายที่สุดที่จะกระตุ้นเศรษฐกิจในประเทศได้ประมาณ 1.99 หมื่นล้านบาท (Figure 2) และเนื่องจากมาตรการนี้จะมีผลแค่สองเดือน (สิงหาคม และกันยายน) เท่านั้นจึงจะช่วยหนุนการบริโภคในไตรมาสที่สาม โดยจะคิดเป็น ~3.0% ของยอดค้าส่งและค้าปลีกใน 3Q (Figure 4)

มาตรการ "ช้อปช่วยชาติ " อาจจะช่วยให้ SSSG เพิ่มขึ้น และเปิดโอกาสให้เข้าเก็งกำไร

การนำมาตรการ “ช้อปช่วยชาติ” กลับมาใช้อีกครั้งอาจจะช่วยหนุน SSSG ของ HMPRO ใน 4Q เพราะ SSSG ในไตรมาสสุดท้ายมักจะดีขึ้นปีเว้นปีมาตั้งแต่ปี 2558 ในขณะเดียวกัน เราเห็นโอกาสในการเก็งกำไรในราคาหุ้นของ HMPRO และ ROBINS ก่อนที่จะมีการอนุมัติมาตรการนี้ ทั้งนี้ เรามองว่าราคาหุ้น ROBINS จะให้ผลตอบแทนสูงกว่าที่ ~8.0% ในขณะที่ HMPRO อยู่ที่~5.0% ก่อนที่มาตการจะได้รับการอนุมัติ และก็มีแนวโน้มจะลดลงมากกว่าหลังจากที่มาตรการถูกอนุมัติแล้ว (คาดว่า ROBINS จะ -5.0%
และ HMPRO จะ -2.0%) (Figure7)

คาดว่าจะมีการขึ้นค่าแรงขั้นต่ำในปี หน้า และ CPALL น่าจะได้อานิสงส์มากที่สุดในกลุ่ม

การขึ้นค่าแรงขั้นต่ำจะส่งผลกระทบกับผลประกอบการของ CPALL มากที่สุดในกลุ่ม จากโครงสร้างค่าแรงและอัตรากำไรของบริษัท โดยต้นทุนค่าแรงที่เพิ่มขึ้นทุก ๆ 10% จะกระทบกับกำไรของ CPALLประมาณ 8.5% ในขณะที่หุ้นอื่นในกลุ่มจะถูกกระทบแค่ ~6.0% (Figure 13) แต่อย่างไรก็ตาม SSSG ของ CPALL ก็จะสูงกว่าหุ้นอื่นในกลุ่ม (Figure 14) โดย SSSG อยู่ที่ 13.0% ในปี 2555 และกำไรสุทธิก็โตถึง38% ซึ่งสูงกว่าต้นทุนที่เพิ่มขึ้น 15% (Figure 17)

Valuation & Action

เราให้น้ำหนักหุ้นกลุ่มการพาณิชย์ที่ Overweight และเลือก CPALL เป็นหุ้นเด่นในกลุ่ม โดยให้ราคาเป้าหมาย 1H63 ที่ 91.0 บาท คำนวณโดยใช้วิธี DCF ใช้ WACC ที่ 8.0%, risk-free 3.1% และ terminal growth ที่ 2.5%

Risks

เศรษฐกิจชะลอตัว, เกิด disruption จากเทคโนโลยีใหม่, ความเสี่ยงด้านกฎเกณฑ์ของทางการ, พฤติกรรมของผู้บริโภคเปลี่ยนแปลงไป, ขยายสาขาได้ช้ากว่าแผนที่วางไว้, การหาทำเลเปิดสาขาใหม่