วันเสาร์ ที่ 17 ตุลาคม 2569

Login
Login

‘หม่อมเต่า’ เผยต่อที่ประชุมจี 20 ไทยส่งเสริมการจ้างงานผู้สูงอายุ

"หม่อมเต่า" เผยต่อที่ประชุมจี 20 ไทยส่งเสริมการจ้างงานผู้สูงอายุ ตอบโจทย์อุตสาหกรรม 4.0

หม่อมราชวงศ์จัตุมงคล โสณกุล รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน พร้อมด้วย นายสุทธิ สุโกศล ปลัดกระทรวงแรงงาน นายสุรเดช วลีอิทธิกุล รองปลัดกระทรวงแรงงาน และนางพัฒนา พันธุฟัก ผู้ช่วยปลัดกระทรวงแรงงาน เข้าร่วมการประชุมรัฐมนตรีแรงงานและการจ้างงาน G20 (LEMM) ระหว่างวันที่ 1 - 2 กันยายน 2562 ณ เมืองมัตสึยามา ประเทศญี่ปุ่น โดยประเทศไทยได้รับเชิญให้เข้าร่วมการประชุมในฐานะประธานอาเซียน ในโอกาสนี้ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงานได้กล่าวถ้อยแถลงต่อที่ประชุมในเรื่องการจ้างงานผู้สูงอายุ และระยะเวลาการทำงานที่ยาวนานขึ้น (longer working life) อันเป็นผลที่เกิดจากการเปลี่ยนแปลงโครงสร้างประชากรเข้าสู่สังคมผู้สูงอายุ ซึ่งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงานกล่าวต่อที่ประชุมว่า ประเทศไทยเป็นหนึ่งในประเทศสมาชิกอาเซียนที่มีอัตราการเข้าสู่สังคมผู้สูงอายุอย่างรวดเร็ว ทั้งนี้ในปี 2567 จะเข้าสู่สังคมผู้สูงอายุอย่างเต็มรูปแบบ กระทรวงแรงงานตระหนักถึงความสำคัญของการเปลี่ยนแปลงดังกล่าว จึงดำเนินการเพื่อรองรับการจ้างงานผู้สูงอายุ ทั้งในเรื่องการลงนาม MOU ร่วมกับบริษัทเอกชนเพื่อส่งเสริมการจ้างงานผู้สูงอายุ การส่งเสริมการฝึกอบรมเพื่อพัฒนาขีดความสามารถผู้สูงอายุโดยเฉพาะในด้านเทคโนโลยีเพื่อรองรับการปฏิวัติอุตสาหกรรม 4.0 การขยายอายุผู้ประกันตนตามมาตรา 40 จาก 60 ปี เป็น 65 ปี เป็นต้น ทั้งนี้ประเทศไทยจะใช้โอกาสการเข้าสู่สังคมผู้สูงอายุดังกล่าวในการขยายตลาดแรงงานผู้สูงอายุ เพื่อส่งเสริมพฤฒิพลังของผู้สูงอายุ นอกจากนั้นประเทศไทยในฐานะแขกรับเชิญพิเศษ ยังได้ร่วมรับรองปฏิญญาที่ประชุมรัฐมนตรีแรงงานและการจ้างงาน G20 ค.ศ. 2019 ภายใต้หัวข้อหลัก “การกำหนดทิศทางอนาคตของงาน โดยมีประชาชนเป็นศูนย์กลาง”


สำหรับสาระสำคัญของร่างปฏิญญาฯ ประกอบด้วยหัวข้อหลัก 4 ด้าน ได้แก่ 1) นโยบายที่เกี่ยวข้องกับการเปลี่ยนแปลงโครงสร้างประชากรเพื่อรองรับสังคมผู้สูงอายุ 2) นโยบายที่เกี่ยวกับระยะเวลาการทำงานที่ยาวนานขึ้น (longer working life) อันเป็นผลที่เกิดมาจากสังคมผู้สูงอายุ 3) การจ้างงานรูปแบบใหม่ อาทิ งานการดูแลระยะยาว (long-term care) และ 4) การส่งเสริมความเสมอภาคทางเพศ ซึ่งร่างปฏิญญาฯ เป็นเอกสารแสดงเจตนารมณ์ของประเทศสมาชิก G20 ต่อการกำหนดทิศทางด้านนโยบายเพื่อรองรับการเปลี่ยนแปลงโครงสร้างประชากรและอนาคตของงาน โดยไม่มีผลผูกพันทางกฎหมาย และคณะรัฐมนตรีได้มีมติเห็นชอบการรับรองร่างปฏิญญาฯ ด้วยแล้วเมื่อวันที่ 27 สิงหาคม 2562 โดยประเทศไทยสามารถใช้ประโยชน์จากการหารือระหว่างการประชุมเพื่อเตรียมการกำหนดนโยบายรองรับงานรูปแบบใหม่ให้สอดคล้องกับบริบทของประเทศไทย โดยเฉพาะอย่างยิ่งงานรูปแบบใหม่ อาทิ การดูแลระยะยาว ซึ่งเป็นอาชีพขาดแคลน แต่มีความสำคัญในปัจจุบันเนื่องจากสภาพสังคมผู้สูงอายุ