จับตาแรงขายทำกำไรสินทรัพย์เสี่ยงฝั่งเอเชีย จากระยะสั้นทั้งสหรัฐและจีน ไม่มีทีท่าหาข้อตกลงยุติสงครามการค้ากันได้ ถ้าเศรษฐกิจสหรัฐยังคงขยายตัวดีต่อเนื่อง “ทรัมป์” สามารถกดดันทั้งเฟดและจีนต่อ ส่งผลให้บอนด์ยีลด์สหรัฐทรงตัวในระดับต่ำ แต่เงินดอลลาร์แข็งค่าขึ้น
นายจิติพล พฤกษาเมธานันท์ นักกลยุทธ์ตลาดเงินตลาดทุน ธนาคารกรุงไทย เปิดเผยว่า เงินดอลล่าร์เปิดเช้าวันนี้ที่ระดับ30.64 บาท อ่อนค่าลง จากช่วงปิดสิ้นสัปดาห์ก่อนที่ระดับ30.57 บาทต่อดอลลาร์
สำหรับสัปดาห์นี้ประเด็นที่ต้องติดตามจะกลับมาเป็นตัวเลขเศรษฐกิจโดยเฉพาะอย่างยิ่งในฝั่งสหรัฐที่มีรายงานการจ้างงานนอกภาคการเกษตรและดัชนีผู้จัดการฝ่ายจัดซื้อทั้งในและนอกภาคการผลิตจึงมีความเป็นไปได้สูงที่ตลาดจะเคลื่อนไหวในกรอบแคบและนักลงทุนจะระมัดระวังตัวก่อนรายงานตัวเลขดังกล่าว
ขณะเดียวกันก็ต้องจับตาแรงขายทำกำไรสินทรัพย์เสี่ยงในฝั่งเอเชียเนื่องจากในระยะสั้นทั้งสหรัฐและจีนไม่มีทีท่าที่จะสามารถหาข้อตกลงยุติสงครามการค้ากันได้
และถ้าเศรษฐกิจสหรัฐยังคงขยายตัวได้ดีต่อเนื่องโดนัลด์ทรัมป์ก็จะสามารถกดดันทั้งเฟดและจีนได้ต่อส่งผลให้บอนด์ยีลด์สหรัฐทรงตัวในระดับต่ำแต่เงินดอลลาร์แข็งค่าขึ้น
มองกรอบค่าเงินบาทวันนี้30.58-30.68 บาทต่อดอลลาร์และกรอบค่าเงินบาทสัปดาห์นี้30.30 -30.80 บาทต่อดอลลาร์
สำหรับสัปดาห์นี้ตลาดการเงินจะเริ่มเข้าสู่ช่วงที่สหรัฐจะเก็บภาษี15% จากสินค้าจีนเช่นเสื้อผ้าและรองเท้ามูลค่า1.25 แสนล้านดอลลาร์ส่วนจีนก็เรียกเก็บภาษี5%-10% บนน้ำมันดิบและสินค้าเกษตรซึ่งไม่เป็นบวกกับทิศทางการลงทุน
ขณะที่ฝั่งไทยกระทรวงพาณิชย์มีกำหนดรายงานอัตราเงินเฟ้อทั่วไป(CPI) เดือนสิงหาคมในวันจันทร์คาดว่าจะอยู่ที่ระดับ0.70% เนื่องจากราคาน้ำมันดิบลดลง20% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน
ในส่วนของเศรษฐกิจทั่วโลกภาพสงครามการค้าที่รุนแรงจะถูกสะท้อนผ่านดัชนีผู้จัดการฝ่ายจัดซื้อภาคการผลิตของจีน(Caixin Mfg. PMI) โดยดัชนีประจำเดือนสิงหาคมมีกำหนดรายงานในวันจันทร์คาดว่าจะปรับตัวลดลงสู่49.8จุดซึ่งถือว่าเข้าสู่ช่วงถดถอยแล้ว
ต่างจากดัชนีผู้จัดการฝ่ายจัดซื้อภาคการผลิต(ISM Mfg. PMI) และภาคการบริการในสหรัฐ(ISM Services PMI) ที่จะรายงานในวันอังคารและวันพฤหัสนี้ที่คาดว่าจะทรงตัวได้ที่ระดับ51.5จุดและ53.8จุดชี้ว่าผู้ประกอบการณ์สหรัฐไม่ได้ถูกภาษีการค้ากดดันหนักเหมือนฝั่งจีน
ประเด็นสำคัญของสัปดาห์นี้ในวันศุกร์โดยจะมีการรายงานตัวเลขตลาดแรงงานสหรัฐที่คาดว่ายอดการจ้างงานนอกภาคเกษตรกรรม(Non-fam Payrolls) จะเพิ่มขึ้นหนึ่งแสนตำแหน่งค่าจ้างเฉลี่ยรายสัปดาห์จะเพิ่มขึ้น0.3% จากเดือนก่อนและอัตราว่างงานมีแนวโน้มทรงตัวที่ระดับ3.7% ถือว่าเศรษฐกิจสหรัฐยังคงมีพื้นฐานการขยายตัวที่แข็งแกร่ง






