วันศุกร์ ที่ 16 ตุลาคม 2569

Login
Login

‘บาท’ เปิดตลาดเช้านี้ ‘อ่อนค่า’ที่ 30.64 บาทต่อดอลลาร์

จับตาแรงขายทำกำไรสินทรัพย์เสี่ยงฝั่งเอเชีย จากระยะสั้นทั้งสหรัฐและจีน ไม่มีทีท่าหาข้อตกลงยุติสงครามการค้ากันได้ ถ้าเศรษฐกิจสหรัฐยังคงขยายตัวดีต่อเนื่อง “ทรัมป์” สามารถกดดันทั้งเฟดและจีนต่อ ส่งผลให้บอนด์ยีลด์สหรัฐทรงตัวในระดับต่ำ แต่เงินดอลลาร์แข็งค่าขึ้น

นายจิติพล  พฤกษาเมธานันท์  นักกลยุทธ์ตลาดเงินตลาดทุน  ธนาคารกรุงไทย เปิดเผยว่า เงินดอลล่าร์เปิดเช้าวันนี้ที่ระดับ30.64 บาท อ่อนค่าลง จากช่วงปิดสิ้นสัปดาห์ก่อนที่ระดับ30.57 บาทต่อดอลลาร์

สำหรับสัปดาห์นี้ประเด็นที่ต้องติดตามจะกลับมาเป็นตัวเลขเศรษฐกิจโดยเฉพาะอย่างยิ่งในฝั่งสหรัฐที่มีรายงานการจ้างงานนอกภาคการเกษตรและดัชนีผู้จัดการฝ่ายจัดซื้อทั้งในและนอกภาคการผลิตจึงมีความเป็นไปได้สูงที่ตลาดจะเคลื่อนไหวในกรอบแคบและนักลงทุนจะระมัดระวังตัวก่อนรายงานตัวเลขดังกล่าว

ขณะเดียวกันก็ต้องจับตาแรงขายทำกำไรสินทรัพย์เสี่ยงในฝั่งเอเชียเนื่องจากในระยะสั้นทั้งสหรัฐและจีนไม่มีทีท่าที่จะสามารถหาข้อตกลงยุติสงครามการค้ากันได้

และถ้าเศรษฐกิจสหรัฐยังคงขยายตัวได้ดีต่อเนื่องโดนัลด์ทรัมป์ก็จะสามารถกดดันทั้งเฟดและจีนได้ต่อส่งผลให้บอนด์ยีลด์สหรัฐทรงตัวในระดับต่ำแต่เงินดอลลาร์แข็งค่าขึ้น

มองกรอบค่าเงินบาทวันนี้30.58-30.68 บาทต่อดอลลาร์และกรอบค่าเงินบาทสัปดาห์นี้30.30 -30.80 บาทต่อดอลลาร์

สำหรับสัปดาห์นี้ตลาดการเงินจะเริ่มเข้าสู่ช่วงที่สหรัฐจะเก็บภาษี15% จากสินค้าจีนเช่นเสื้อผ้าและรองเท้ามูลค่า1.25 แสนล้านดอลลาร์ส่วนจีนก็เรียกเก็บภาษี5%-10% บนน้ำมันดิบและสินค้าเกษตรซึ่งไม่เป็นบวกกับทิศทางการลงทุน

ขณะที่ฝั่งไทยกระทรวงพาณิชย์มีกำหนดรายงานอัตราเงินเฟ้อทั่วไป(CPI) เดือนสิงหาคมในวันจันทร์คาดว่าจะอยู่ที่ระดับ0.70% เนื่องจากราคาน้ำมันดิบลดลง20% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน

ในส่วนของเศรษฐกิจทั่วโลกภาพสงครามการค้าที่รุนแรงจะถูกสะท้อนผ่านดัชนีผู้จัดการฝ่ายจัดซื้อภาคการผลิตของจีน(Caixin Mfg. PMI) โดยดัชนีประจำเดือนสิงหาคมมีกำหนดรายงานในวันจันทร์คาดว่าจะปรับตัวลดลงสู่49.8จุดซึ่งถือว่าเข้าสู่ช่วงถดถอยแล้ว

ต่างจากดัชนีผู้จัดการฝ่ายจัดซื้อภาคการผลิต(ISM Mfg. PMI) และภาคการบริการในสหรัฐ(ISM Services PMI) ที่จะรายงานในวันอังคารและวันพฤหัสนี้ที่คาดว่าจะทรงตัวได้ที่ระดับ51.5จุดและ53.8จุดชี้ว่าผู้ประกอบการณ์สหรัฐไม่ได้ถูกภาษีการค้ากดดันหนักเหมือนฝั่งจีน

ประเด็นสำคัญของสัปดาห์นี้ในวันศุกร์โดยจะมีการรายงานตัวเลขตลาดแรงงานสหรัฐที่คาดว่ายอดการจ้างงานนอกภาคเกษตรกรรม(Non-fam Payrolls) จะเพิ่มขึ้นหนึ่งแสนตำแหน่งค่าจ้างเฉลี่ยรายสัปดาห์จะเพิ่มขึ้น0.3% จากเดือนก่อนและอัตราว่างงานมีแนวโน้มทรงตัวที่ระดับ3.7% ถือว่าเศรษฐกิจสหรัฐยังคงมีพื้นฐานการขยายตัวที่แข็งแกร่ง