คาดกำไร 2Q19 เติบโต +45.3%YoY
ประเด็นสำคัญในการลงทุน :
- คาดผลประกอบการ 2Q19 ไม่ได้รับผลกระทบจากปัจจัยฤดูกาล
ช่วงไตรมาส 2 ของทุกปีมักจะเป็นช่วง Low Season แต่งวด 2Q19 คาดจะไม่ได้รับผลกระทบจากปัจจัยทางฤดูกาลเช่นเดียวกับทุกปีที่ผ่านมา และคาดจะมีรายได้ไตรมาส 2 ที่แข็งแกร่งที่สุดตั้งแต่เข้าตลาดมา เนื่องจากมีคำสั่งซื้อจากลูกค้ารายย่อยกลับเข้ามาเป็นจำนวนมากจากการลงทุนภาคเอกชนที่ฟื้นตัว ตามการเมืองที่เสถียรภาพมากขึ้นหลังจากมีรัฐบาลใหม่ ประกอบกับยอดขายอุปกรณ์ Post-tension ที่ใช้ในงานก่อสร้าง ขยายตัวได้ดี โดยเราคาดรายได้ 1Q19 ราว 360.8 ล้านบาท ทรงตัว -0.5% แต่เพิ่มขึ้น +16.6%YoY ในส่วนของ Gross Margin คาดว่าจะปรับตัวดีขึ้นจาก 20.1% ใน 1Q19 และ 20.4% ใน 2Q18 สู่ระดับ 23.0% เนื่องจากราคาวัตุดิบเหล็กจากจีนปรับตัวลดลงจาก 25-27 บาท/กก. ใน 1Q19 เหลือ 21-24 บาท/กก. ประกอบกับได้รับอานิสงส์เงินบาทที่แข็งค่า ด้าน %SG&A /Sales มีโอกาสปรับตัวเพิ่มขึ้นจาก 10.3% ใน 1Q19 เป็น 11.8% เนื่องจากมีการตั้ง สำรองEmployee Benefits เพิ่มขึ้นราว 2.6 ล้านบาท และมีรายการตั้งหนี้สูญจากการที่ดีลเลอร์ประสบปัญหาอีกจำนวน 3 ล้านบาท ส่งผลให้ประมาณการกำไรสุทธิ 2Q19 ราว 39.2 ล้านบาท (-7.9%QoQ , +45.3%YoY)
- 2H19 ถึงปี 20 ยังเติบโตได้ตามทิศทางการลงทุนในประเทศ
คาดผลประกอบการช่วง 2H19 จนถึง ปี 20 ยังขยายตัวได้ตามการลงทุนในประเทศ โดยหลังจากมีรัฐบาลชุดใหม่ทำให้มีความชัดเจนในเรื่องโครงการลงทุน Mega Projects ของภาครัฐมากขึ้น ทั้งการพัฒนาระเบียงเศรษฐกิจพิเศษภาคตะวันออก (EEC) โครงการรถไฟฟ้าสายสีต่างๆ โครงการรถไฟทางคู่ เป็นต้น ส่วนการลงทุนภาคเอกชนคาดว่าจะเริ่มฟื้นตัวดีขึ้น ตามมาตรการกระตุ้นเศษฐกิจของภาครัฐที่ทยอยออกมา เราคาดรายได้ปี 19-20 ไว้ราว 1,503.5 ล้านบาท และ 1664.8 ล้านบาท เพิ่มขึ้น +2.3%YoY และ 10.7%YoY ตามลำดับ ขณะที่Gross Margin ปี 19-20 คาดว่าจะปรับตัวดีขึ้นชัดเจนอยู่ที่ราว 24% ได้ จาก 22% ในปี 18 เนื่องจากราคาวัตถุดิบเหล็กเริ่มกลับมามีเสถียรภาพอีกครั้ง โดยเราคาดกำไรสุทธิราว 177.4 ล้านบาท และ 187.6 ล้านบาท เติบโต +15.5% และ +5.7%YoY
- เริ่มต้นแนะนำ “ซื้อ” ด้วยราคาเหมาะสมปี 19 ที่ 50 บาท
การที่ราคาวัตถุดิบเหล็กที่เป็นตัวกดดันผลประกอบการอย่างต่อเนื่องได้ปรับตัวลดลงและเริ่มเข้าสู่จุดสมดุล ส่งผลให้อัตรากำไรขั้นต้นเริ่มกลับเข้าสู่ระดับปกติอีกครั้ง จึงเป็นโอกาสดีในการกลับเข้าลงทุนใน ARROW อีกครั้ง เราเริ่มต้นคำแนะนำ “ซื้อ” โดยประเมินราคาเหมาะสมอิงค่าเฉลี่ย PER ย้อนหลัง 5 ปีที่ระดับ 15 เท่า ได้ราคาเหมาะสมปี 19 เท่ากับ 10.50 บาท ยังมี Upside จากราคาปัจจุบันราว 27.3%
ความเสี่ยง
- การบังคับใช้มาตรการ AD ในสินค้าเหล็กอาบสังกะสี
- ราคาวัตถุดิบเหล็กผันผวน
3. การลงทุนภาครัฐล่าช้ากว่าแผน









