วันศุกร์ ที่ 16 ตุลาคม 2569

Login
Login

Economic (23 ก.ค.62)

ส่งออกเดือนมิถุนายนหดตัว 2.2% YoY

Event

กระทรวงพาณิชย์รายงานมูลค่าส่งออกเดือนมิถุนายนหดตัว 2.2%YoY เป็น 2.141 หมื่นล้านดอลลาร์ฯ (ตารางที่ 1) มูลค่านำเข้าหดตัว 9.4%YoY เหลือ 1.819 หมื่นล้านดอลลาร์ฯ ดุลการค้าเกินดุล 3.212 พันล้านดอลลาร์ฯ

มูลค่าส่งออกไป ญี่ปุ่น อียู สหรัฐฯ ลดลง 1.9% YoY 2.1% YoY และ 7.7% YoY ตามลำดับ มูลค่าส่งออกไปอาเซียน จีน และ ฮ่องกงลดลง 5.9% YoY 14.9% และ 10.0% YoY ตามลำดับ

lmpact

สถานการณ์การนำเข้าส่งออกของไทยยังเหมือนหลายเดือนก่อนหน้า มูลค่าส่งออกเกือบทุกอุตสาหกรรมยังคงลดลงต่อเนื่อง ยกเว้นหมวดเพชรพลอย อัญมณี เงินและทองคำเพิ่มขึ้น
126.7% YoY ส่วนการนำเข้าทุกอุตสาหกรรมหดตัว มูลค่าส่งออกที่ไม่รวมทองคำลดลง 8.3%YoY

ราคาทองคำที่เพิ่มขึ้นจาก 1240-1300 ในเดือนมิถุนายนปี ก่อนขึ้นมาเป็น 1300-1420 ส่งผลให้มูลค่าส่งออกติดลบน้อยลง และถ้าราคาทองคำยังอยู่ที่ระดับ 1420 จะส่งผลให้มูลค่าส่งออกเดือนกรกฎาคมและสิงหาคมอาจจะเพิ่มขึ้นเล็กน้อย เนื่องจากราคาทองคำในช่วงเวลาดังกล่าวของปีก่อนลดลง

แม้ว่าความขัดแย้งทางการค้าระหว่างสหรัฐฯ กับ จีน ไม่ได้แย่ลงหลังการประชุม G-20 แต่ก็ยังไม่มีอะไรที่ดีขึ้นแต่อย่างเป็นรูปธรรมมากนัก การค้าโลกยังซบเซาต่อเนื่อง และมีโอกาสที่ความขัดแย้งจะเพิ่มระดับความรุนแรงได้ในอนาคตจากการหาเสียงของ Trump ขณะที่การชุมนุมประท้วงในฮ่องกงจะส่งผลกระทบต่อมูลค่าส่งออกของไทยอย่างมีนัยในเดือนกรกฎาคม อัตราการขยายตัวมูลค่าส่งออกจะมีขึ้นในช่วงครึ่งหลังของปีเนื่องจากฐานต่ำเป็นผลโดยตรงจากการเริ่มต้นของสงครามการค้า

การเกินดุลการค้าในระดับสูงของเดือนมิถุนายนเป็นผลโดยตรงจากการหดตัวของมูลค่านำเข้าราคาน้ำมันดิบที่ลงแรงเหลือ 56-63ดอลลาร์ฯ/บาร์เรล เทียบ 70-75ดอลลาร์ฯ/บาร์เรล ในเดือนกรกฎาคมปี ก่อนจะส่งผลให้อัตราการขยายตัวมูลค่านำเข้าเดือนกรกฎาคมลดลงแรงและมูลค่านำเข้าสินค้าประเภททุนและวัตถุดิบที่ใช้ในการผลิตเพื่อส่งออกหดตัวลง ตามภาวะการค้าโลกที่ซบเซาลง ขณะที่การนำเข้าสินค้าเพื่อการบริโภคยังขยายตัวต่อเนื่อง การหดตัวลงของเครื่องใช้ไฟฟ้ าในครัวเรือนส่วนหนึ่งเนื่องจากการที่สหรัฐฯ สั่งห้ามไม่ให้ทำธุรกิจกับหัวเว่ย และ ทั้ง youtube google และ facebook จะหยุดให้มือถือของหัวเว่ยเข้าถึงบริการ ทำให้ยอดขายของหัวเว่ยปรับตัวลดลง ดุลการค้าที่เกินดุลสูงมากจะส่งผลให้ดุลบัญชีเดินสะพัดเกินดุลถึง 4 พันล้านดอลลาร์ฯ ในเดือนมิถุนายน

คาดว่าสหรัฐฯ กับ จีน จะยังไม่สามารถเจรจาตกลงเรื่องความขัดแย้งทางการค้ากันได้ในเร็ววันและมีโอกาสที่ความขัดแย้งจะเพิ่มระดับความรุนแรงได้ในอนาคตหลังจากการเริ่มหาเสียงเลือกตั้งประธานาธิบดีสหรัฐฯ สมัยที่ 2 ของ Trump ที่จะจัดให้มีการเลือกตั้งวันอังคารที่ 3 พฤศจิกายน 2563 โดยยังคงชูประเด็น American First และ Fair Trade ซึ่งจะยิ่งเพิ่มความขัดแย้งด้านการค้าระหว่างสหรัฐฯกับจีนมากยิ่งขึ้น

แม้ว่า GPD ไตรมาสที่ 1/63 จะขยายตัวในระดับต่ำ แต่ กนง. ยังไม่รีบลดดอกเบี้ยเนื่องจากดอกเบี้ยที่ 1.75% เป็นระดับที่ต่ำมาก และจะไม่ใช้เครื่องมือทางด้านดอกเบี้ยเพื่อดูแลค่าเงินบาที่แข็งค่าขึ้น เนื่องจากเป็นการใช้เครื่องมือที่ผิดประเภท