กลุ่มโรงไฟฟ้ามีประเด็นว่ารัฐมีสัดส่วนกำลังการผลิตต่ำกว่า 51% ซึ่งขัดรัฐธรรมนูญ
ผู้ตรวจการแผ่นดินมีคำวินิจฉัยเสนอแนะกระทรวงพลังงานกำหนดแนวทางแก้ไขใน 120 วัน และดำเนินการให้รัฐมีสัดส่วนการผลิตไฟฟ้าไม่น้อยกว่า 51% ภายในกำหนด 10 ปี ทำให้ตลาดอาจกังวลถึง ความเสี่ยงจากการทบทวนแผน PDP ใหม่ และชะลอการลงทุนหุ้นในกลุ่มนี้ ทั้งนี้ถึงแม้ไม่มีประเด็นดังกล่าว เราเองมองความเสี่ยงของแรงทำกำไรเนื่องจาก Valuation ที่ตึงตัวของหุ้นในกลุ่มไฟฟ้า และได้เตือนนักลงทุนมาตลอดสัปดาห์นี้ ทั้งนี้กลุ่มที่น่าสนใจหลังราคาปรับลงจะได้แก่ ผู้ผลิตไฟฟ้าขนาดเล็ก (SPP) อาทิ BGRIM, GPSC และผู้ประกอบการที่เติบโตจากกำลังการผลิตต่างประเทศมากอย่าง EGCO
หุ้นยุโรปปรับขึ้นเล็กน้อยจากชื่อว่าที่ประธาน ECB คนใหม่ คือนางคริสติน ลาการ์ด ผู้บริหาร IMF และอดีตรมว.คลังฝรั่งเศส ซึ่งมีผลงานในการให้ความช่วยเหลืออิตาลีและอาร์เจนติน่าให้รอดพ้นขากวิกฤติการเงินในช่วงที่ผ่านมา โดยตลาดประเมินนโยบายภาตใต้นางลาการ์ด ธนาคารกลางยุโรป (ECB) จะยังคงมีมาตรการที่ค่อนข้างผ่อนคลาย โดยต้องรอการรับรองจากรัฐสภายุโรปอย่างเป็นทางการอีกครั้ง
จีนและสหรัฐฯ จะเริ่มกลับไปเจรจาการค้ารอบใหม่สัปดาห์หน้า แม้มีบรรยากาศเชิงบวกหลังการประชุม G20 แต่การบรรลุข้อตกลงทางการค้าอย่างแท้จริงยังเป็นเรื่องยาก โดยจีนค่อนข้างมีท่าทียืนยันให้สหรัฐฯ ยกเลิกการเรียกเก็บภาษีที่ปรับขึ้นในช่วงก่อนหน้า ซึ่งน่าจะเกิดขึ้นได้ยาก ดังนั้นตลาดตลาดอาจจะสับสนกับมุมมองเศรษฐกิจ รวมไปถึงโอกาสในการปรับลดดอกเบี้ยของธนาคารกลางสหรัฐฯ ซึ่งเป็นเรื่องที่เกี่ยวโยงกัน
เลือกเก็งกำไรเน้นหุ้นในกลุ่มที่ยังปรับขึ้นน้อย หรือมี Valuation ไม่แพง ในกลุ่มพลังงาน อาหาร หรือสาธารณูปโภคที่ยังขึ้นน้อยกว่ากลุ่ม ขณะที่สามารถเลือกเก็งกำไรหุ้นขนาดกลาง-เล็ก จากบรรยากาศการเก็งกำไรเชิงบวกช่วงก.ค. ก่อนประกาศผลประกอบการไตรมาส 2/62 หุ้นที่น่าสนใจได้แก่ PTT, TOP, PTTGC, SPRC, IRPC, BANPU, BPP, WHAUP, CPF, GFPT, CPN, NNCL เป็นต้น
ภาพรวมกลยุทธ์: กรอบแกว่งพักฐาน 1705-1750 จุด โดยบรรยากาศการเก็งกำไรหุ้นกลาง-เล็กยังเป็นบวก แต่ยังระวังแรงทำกำไรในหุ้นปลอดภัยและที่ขึ้นมาก เน้นการเก็งกำไรในกลุ่มที่ยังปรับตัวขึ้นน้อย หรือมีปัจจัยบวกเฉพาะตัว // หุ้นแนะนำวันนี้ CPF, WHAUP* เก็งกำไร GCAP* (เป้า 2.80 ตัดขาดทุน 2.34), TTA* (เป้า 6.50 ตัดขาดทุน 5.30)
แนวรับ 1715-1720 / แนวต้าน : 1735-1740 จุด สัดส่วน : เงินสด 40% : พอร์ตหุ้น 60%
ประเด็นการลงทุน
จีนเผยเงื่อนไขการบรรลุข้อตกลงการค้า – กระทรวงพาณิชย์จีนระบุ สหรัฐฯต้องยกเลิกมาตรการจัดเก็บภาษีทั้งหมดที่มีต่อจีนและต้องตั้งบนพื้นฐานของความเท่าเทียมหากต้องการบรรลุข้อตกลงทางการค้า
สหรัฐฯขึ้นภาษีเหล็กกล้าเวียดนาม – สหรัฐฯประกาศขึ้นภาษีเหล็กกล้าจากเวียดนามในอัตราสูงถึง 456% ฐานมีส่วนร่วมในการหลบเลี่ยงภาษี
ความเชื่อมั่นผู้บริโภคต่ำสุดในรอบ 21 เดือน – หอการค้าฯ รายงานผลสำรวจดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภค เดือน มิ.ย. อยู่ที่ระดับ 76.44 ลดลงจาก 77.7 ในเดือน พ.ค. โดยเป็นการลดลงต่อเนื่องเป็นเดือนที่ 4 และทำจุดต่ำสุดในรอบ 21 เดือน จากความกังวลสถานการณ์การเมืองภายในประเทศ
ความกังวลเรื่องงบประมาณอิตาลีผ่อนคลายลง – อิตาลีดำเนินการปรับลดระดับหนี้สินให้เป็นไปตามกฎเกณฑ์การคลังของ EU เพื่อหลีกเลี่ยงมาตรการลงโทษทางวินัย
ประเด็นติดตาม: 5 ก.ค. – ตัวเลขการจ้างงานของสหรัฐฯ / 11 ก.ค. – ตัวเลขเงินเฟ้อสหรัฐฯ เดือน มิ.ย.
(* หมายถึง หุ้นทางกลยุทธ์ ซึ่งอาจมีคำแนะนำต่างกับพื้นฐาน หรือที่ไม่ ได้อยู่ในการวิเคราะห์ของ UOBKH ซึ่งนักลงทุนควรพิจารณาตั้งจุดตัดขาดทุน 3-5% ของราคาที่เข้าซื้อ)









