วันเสาร์ ที่ 17 ตุลาคม 2569

Login
Login

ACG ราคา IPO 1.44 บาท

ACG ผู้จัดจำหน่ายรถยนต์ยี่ห้อฮอนด้าครบวงจร

บริษัท ออโตคอร์ป โฮลดิ้ง จำกัด (มหาชน) (ACG) ประกอบธุรกิจถือหุ้นในบริษัทอื่น (Holding Company) ที่ประกอบธุรกิจจำหน่ายและให้บริการในอุตสาหกรรมรถยนต์ และธุรกิจอื่นที่เกี่ยวเนื่องอื่นๆ บริษัทแกนคือบริษัท ฮอนด้ามะลิวัลย์ จำกัด ซึ่งมีบริการครบวงจรทั้งศูนย์จำหน่ายและศูนย์บริการรถยนต์ยี่ห้อฮอนด้า 9 แห่งใน 5 จังหวัด  มีบริการจัดหาสินเชื่อเช่าซื้อ และการทำประภันภัยรถยนต์  การที่บริษัทเข้าระดมทุนในตลาดหลักทรัพย์ฯในครั้งนี้เพื่อนำไปใช้ในการขยายสาขา ชำระคืนเงินกู้สถาบันการเงิน และใช้เป็นเงินทุนหมุนเวียน ฝ่ายวิจัยประเมินราคาเหมาะสมอยู่ที่ราว 1.85 บาท

ประเด็นสำคัญในการลงทุน

Ø  ผู้จัดจำหน่ายรถยนต์ยี่ห้อฮอนด้านานกว่า 27 ปี :  บริษัทเริ่มดำเนินการในปี 2535 จำหน่ายรถยนต์ยี่ห้อฮอนด้าทีรับจากบริษัท ฮอนด้า ออโตโมบิล (ประเทศไทย) จำกัด บริษัท ฮอนด้ามะลิวัลย์ จำกัด ซึ่งเป็นบริษัทแกนมีศูนย์จำหน่ายและศูนย์บริการรถยนต์ 9 แห่งใน 5 จังหวัด ได้แก่ สุรินทร์ บุรีรัมย์ ขอนแก่น ภูเก็ต และกระบี่ บริษัทมีสัดส่วนรายได้จากการขายรถยนต์คิดเป็น 86% รายได้จากงานบริการซ่อมบำรุงและขายอะไหล่คิดเป็น 11% และรายได้ค่านายหน้าจากบริการสินเชื่อเช่าซื้อและประกันภัยรถยนต์คิดเป็น 2.4% ของรายได้รวม รายได้มีศักยภาพในการเติบโตได้ดีเนื่องจากรถยนต์ยี่ห้อฮอนด้าได้รับความนิยมจากผู้บริโภคในประเทศสะท้อนจากส่วนแบ่งทางการตลาดในตลาดรถยนต์นั่งส่วนบุคคลอันดับหนึ่งติดต่อกัน 3 ปีติดต่อกันในปี 2557-2560 ที่ระดับ 31.5%, 32.7% และ 32.2% ตามลำดับ

Ø  ปี 2561 รายได้จากธุรกิจหลักเติบโต 31% ขณะที่กำไรสุทธิเติบโต 29%YoY : ปี 2561 รายได้จากการขายและบริการเพิ่มขึ้นจากการเปิดสาขามะลิวัลย์ จ.ขอนแก่น และสาขาใหม่ 2 แห่งที่จ. ภูเก็ต ขณะที่รายได้ค่านายหน้าจากการแนะนำบริษัทไฟแนนซ์และประกันภัยให้กับลูกค้าที่ซื้อรถยนต์เพิ่มสูงขึ้นตามปริมาณขายที่เพิ่มขึ้น  โดยมีรายได้จากการขายและบริการซึ่งเป็นธุรกิจหลักเท่ากับ 2,339 ล้านบาทเติบโต 30% และมีกำไรสุทธิเท่ากับ 28 ล้านบาท เติบโต 29%YoY โดยมีอัตรากำไรขั้นต้น 7.5% ลดลงจาก 7.8% เนื่องจากค่าส่งเสริมการขายที่หักออกจากต้นทุนลดลงและต้นทุนของรถยนต์เพิ่มขึ้นจากการขอขยายระยะเวลาการชำระหนี้ทำให้ได้ส่วนลดที่ลดลง  และอัตรากำไรสุทธิ 1.2% ทรงตัวใกล้เคียงปีก่อนหน้า

Ø  คาดอัตราการเติบโตเฉลี่ยของกำไรปี 2560-2562 ราว 18% : ภาพรวมการดำเนินงานในอนาคตมีแนวโน้มเติบโตต่อเนื่องตามจำนวนสาขาที่จะเปิดเพิ่มขึ้น  โดยบริษัทมีแผนขยายโชว์รูมและศูนย์บริการระหว่างปี 2562 - 2565 จำนวน 7 สาขา  ในปี 2562 ฝ่ายวิจัยประมาณการรายได้รวมราว 3,140 ล้านบาท เติบโต 30%YoY โดยมีปัจจัยสนับสนุนจากสาขาภูเก็ตทั้ง 2 แห่งที่เปิดบริการในปี 2561 ให้บริการเต็มปีในปี 2562 และสาขากระบี่ที่เริ่มให้บริการในปี 2562 ด้วยสมมติฐานอัตรากำไรขั้นต้นที่ปรับดีขึ้นเป็น 7.7% จาก 7.5% ในปี 61 และคาดอัตราส่วนค่าใช้จ่ายขายและบริหารต่อรายได้ลดเหลือ 7.6% จาก 8% ในปี 61 จากค่าใช้จ่ายขายที่เพิ่มขึ้นในสัดส่วนน้อยกว่ามูลค่าขายรถและไม่มีค่าใช้จ่ายที่เกิดขึ้นครั้งเดียวเช่นในปีที่ผ่านมา ส่งผลให้คาดการณ์กำไรอยู่ที่ราว 60 ล้านบาท เติบโต 117%YoY  คิดเป็นอัตรากำไรสุทธิ 2% โดยมีอัตราการเติบโตเฉลี่ยของกำไรสุทธิ (CAGR) ปี 2560 -2562 เท่ากับ 18%

Ø  งวด 1Q62 พลิกมีกำไรสุทธิโดยคิดเป็น 27% ของประมาณการ : งวด 1Q62 มีรายได้หลักจากการขายและบริการรวมรายได้ค่านายหน้า 823 ล้านบาท +21%QoQ +90%YoY และมีกำไรสุทธิ 16 ล้านบาทพลิกจากขาดทุน 2.7 ล้านบาทในงวด 1Q61  อัตรากำไรขั้นต้นรวมเท่ากับ 9.8% (เฉพาะรายได้จากการขายและบริการมีอัตรากำไรขั้นต้น 7.5% ลดจาก 8.2% ใน 1Q61 เพิ่มขึ้นจาก 7.4% ใน 4Q61) ใกล้เคียงกับ 4Q61 แต่ลดลงจาก 10.3% ใน 1Q61  อัตราส่วนค่าใช้จ่ายขายและบริหารต่อรายได้ลดเหลือ 6.9% จาก 9.7% ใน 1Q61 และ 7.5% ใน 4Q61 ประกอบกับค่าใช้จ่ายทางการเงินลดลง 7%YoY ส่งผลให้อัตรากำไรสุทธิปรับดีขึ้นเป็น 1.9%  จาก 1.6% ใน 4Q61 และ -0.6% ใน 1Q61 ทั้งนิ้ กำไรสุทธิในงวด 1Q62 คิดเป็น 27% ของประมาณการกำไรสุทธิปี 2562

Ø  การประเมินมูลค่าหุ้น : ในการประเมินมูลค่าพื้นฐานด้วยวิธี PER โดยใช้ Prospect PER ที่ระดับ 18.5  เท่าซึ่งต่ำกว่าค่าเฉลี่ยของกลุ่มอุตสาหกรรมที่ระดับ 26 เท่า  และจากการประเมินกำไรต่อหุ้นแบบ Fully diluted อยู่ที่ราวราว 0.10 บาทต่อหุ้น ฝ่ายวิจัยประเมินราคาเหมาะสมได้เท่ากับ 1.85 บาท

ปัจจัยเสี่ยง

  1. การขยายสาขาไม่เป็นไปตามแผนทำให้มีความเสี่ยงด้านผลประกอบการ
  2. การพึ่งพิงบริษัทผู้ผลิตรถยนต์ฮอนด้าในการซื้อสินค้า
  3. การไม่ได้ต่อสัญญาแต่งตั้งหรือถูกยกเลิกสัญญาในการเป็นผู้จำหน่ายและบริการรถยนต์จากฮอนด้า
  4. การพึงพาเงินกู้จากสถาบันการเงินทำให้มีความเสี่ยงในการผิดเงื่อนไขในการรักษาอัตราส่วนทางการเงินในสัญญากู้ยืมเงิน

    5. การพึ่งพิงผู้ถือหุ้นรายใหญ่ที่มีอำนาจกำหนดนโยบายการบริหาร