วันศุกร์ ที่ 16 ตุลาคม 2569

Login
Login

‘บาท’ เปิดตลาดเช้านี้ ‘แข็งค่าต่ำสุดรอบ3ด.’ ที่ 31.33 บาทต่อดอลลาร์

เงินดอลลาร์อ่อนค่าหนัก หลังตลาดเชื่อว่า “เฟดจะลดดอกเบี้ย” ทันทีที่สงครามการค้าทวีความรุนแรง รวมถึงปัจจัยราคาน้ำมันดิบและราคาทอง กดดันบาทในระยะยาว ยังผันผวนสูงและโอกาสปรับตัวอ่อนค่าที่32.00บาทต่อดอลลาร์ในสิ้นปีนี้เหลือน้อยมาก

นายจิติพล  พฤกษาเมธานันท์  นักกลยุทธ์ตลาดเงินตลาดทุน  ธนาคารกรุงไทย  เปิดเผยว่าค่าเงินบาทเปิดเช้าวันนี้ที่ระดับ31.33 บาทต่อดอลลาร์แข็งค่าจากช่วงปิดสิ้นสัปดาห์ก่อนที่ระดับ31.65 บาทต่อดอลลาร์การปรับตัวแข็งค่าอย่างรวดเร็วส่งผลให้เงินบาทแตะระดับต่ำสุดในรอบ3เดือนซึ่งเป็นผลมาจากหลายปัจจัย

ทั้ง“เงินดอลลาร์” ที่ปรับตัวลงอย่างหนักเนื่องจากตลาดมีความกังวลกับทิศทางเศรษฐกิจและตลาดหุ้นสหรัฐส่งผลให้ดัชนีS&P500 เหลือผลตอบแทนเพียง9.5% ตั้งแต่ต้นปีซึ่งถือว่าไม่ได้ดีกว่าที่อื่นของโลกล่าสุดดัชนีดอลลาร์เทียบสกุลเงินหลัก(Dollar Index) ปรับตัวลงมาที่ระดับต่ำสุดในรอบ3สัปดาห์

ขณะเดียวกันตลาดก็เชื่อว่า“เฟดจะลดดอกเบี้ย” ทันทีที่สงครามการค้าทวีความรุนแรงส่งผลให้บอนด์ยิลด์สหรัฐอายุ10ปีร่วงลงแตะระดับ2.09% ต่ำสุดในรอบ20 เดือน

พร้อมกันนี้ราคาน้ำมันดิบเบรนท์ก็ปรับตัวลงแตะ60 ดอลลาร์ต่อบาร์เรลซึ่งเป็นระดับต่ำที่สุดของปีสวนทางกับราคาทองที่ปรับตัวขึ้นเหนือระดับ1325 ดอลลาร์ต่อออนซ์ถือเป็นช่วงที่ปลอดภัยที่สุดสำหรับค่าเงินบาท

แม้ในระยะสั้นเราเชื่อว่าเงินบาทปรับตัวลงเร็วเกินไปและอยู่ในภาวะผันผวนสูงจึงน่าจะชะลอการแข็งค่าลงบ้างในวันนี้แต่ในระยะยาวประเด็นทั้งหมดที่กำลังกดดันเงินบาทดูจะไม่สามารถพลิกกลับคืนมาได้ง่ายโอกาสที่เงินบาทจะอ่อนค่ากลับขึ้นไปถึง32.00 บาทต่อดอลลาร์ในปีนี้จึงมีไม่มากแล้ว

มองกรอบเงินบาทวันนี้31.30-31.40 บาทต่อดอลลาร์และกรอบเงินบาทสัปดาห์นี้31.25 -32.75 บาทต่อดอลลาร์

สำหรับประเด็นเศรษฐกิจทั่วโลก4-7 มิถุนายนที่น่าสนใจก็คือการประชุมECB และตัวเลขการจ้างงานนอกภาคการเกษตรของสหรัฐโดยเราคาดว่าคณะกรรมการนโยบายการเงินธนาคารกลางยุโรป(ECB) จะมีมติ“คง” อัตราดอกเบี้ยนโยบาย(Deposit Facility Rate) ที่ระดับ-0.40% ในวันพฤหัสอย่างไรก็ดีเราเชื่อว่าECB จะปรับลดแนวโน้มการเติบโตเศรษฐกิจลงและจะมีการเปิดเผยรายละเอียดโครงการปล่อยกู้ดอกเบี้ยต่ำ(TLTRO III) เพื่อช่วยหนุนการฟื้นตัวของเศรษฐกิจที่กำลังได้รับผลกระทบจากสงครามการค้าและการเมืองยุโรปที่วุ่นวาย

ส่วนในฝั่งสหรัฐประเด็นสำคัญที่ควรติดตามอยู่ที่รายงานข้อมูลตลาดแรงงานในวันศุกร์เราคาดว่าความไม่แน่นอนของมาตรการกีดกันทางการค้าจะกดดันให้ภาคธุรกิจชะลอตัวลงยอดการจ้างงานนอกภาคเกษตรกรรม(Non-farm Payrolls) จะเพิ่มขึ้นเพียง1.8 แสนรายลดลงจากเดือนก่อนหน้าที่มีการจ้างงานเพิ่มขึ้นถึง2.6แสนราย

นอกเหนือจากรายงานข้อมูลเศรษฐกิจตลอดทั้งสัปดาห์นี้ก็ต้องจับตาถ้อยแถลงของบรรดาคณะกรรมการนโยบายการเงินของเฟดเริ่มต้นจากประธานเฟดJerome Powell ในวันอังคาร  Lael Brainard และMichelle W. Bowman ในวันพุธRobert S. Kaplan ในวันพฤหัสฯและJohn Williams ในวันศุกร์ถ้าคณะกรรมการนโยบายการเงินของเฟดเห็นด้วยกับการ“ลดดอกเบี้ย” มากขึ้นก็เป็นไปได้ที่จะเห็นเงินดอลลาร์อ่อนค่าต่อ