วันเสาร์ ที่ 17 ตุลาคม 2569

Login
Login

วิเคราะห์สถานการณ์ราคาน้ำมัน (8 พ.ค.62)

เวสต์เทกซัสและเบรนท์ร่วง หลังกังวลวิกฤตสงครามการค้าและอุปทานล้น

- ราคาน้ำมันดิบเวสต์เทกซัสและเบรนท์ปรับลดลง หลังเกิดความกังวลด้านอุปสงค์น้ำมันดิบที่อาจจะหดตัว จากการประกาศปรับเพิ่มภาษีของสหรัฐฯ สำหรับสินค้านำเข้าจากจีนมูลค่ากว่า 2 แสนล้านดอลลาร์สหรัฐฯ จากเดิมที่ 10% เป็น 25% โดยจะมีผลภายในวันศุกร์นี้

- สำนักงานสารสนเทศด้านพลังงานของสหรัฐฯ (EIA) ประกาศปรับตัวเลขคาดการณ์ ปริมาณการผลิตน้ำมันดิบของสหรัฐฯ เพิ่มขึ้น 1.49 ล้านบาร์เรลต่อวัน จากเดิมที่ 1.43 ล้านบาร์เรลต่อวัน ซึ่งคาดว่าจะแตะระดับ 13 ล้านบาร์เรลต่อวันในสิ้นปีนี้  และแตะระดับ 13.38 ล้านบาร์เรลต่อวันในปี 2563 ซึ่งสูงกว่าตัวเลขในปี 2561 ที่ระดับ 11 ล้านบาร์เรลต่อวัน

- เลขานุการกระทรวงพลังงานสหรัฐฯ ระบุว่า ซาอุดิอาระเบียกำลังเพิ่มกำลังการผลิตเพื่อทดแทนอุปทานที่หายไปจากมาตรฐานคว่ำบาตรประเทศอิหร่านและเวเนซุเอลาที่เข้มงวดขึ้น ซึ่งทำให้ปริมาณการส่งออกน้ำมันดิบลดลงไปต่ำกว่า 1 ล้านบาร์เรลต่อวัน เมื่อเทียบกับปีที่แล้ว โดยคาดการณ์ว่าจะลดลงแตะระดับ 5 แสนบาร์เรลต่อวันในเดือนพฤษภาคม

ราคาน้ำมันเบนซิน

ปรับตัวลดลงสวนทางกับราคาน้ำมันดิบดูไบ หลังตลาดได้รับแรงกดดันจากความกังวลจากการเจรจาการค้าระหว่างจีนและสหรัฐฯ  อย่างไรก็ตาม ราคายังได้รับแรงหนุนจากการปิดซ่อมบำรุงโรงกลั่นฯ ในประเทศญี่ปุ่น

ราคาน้ำมันดีเซล

ปรับตัวเพิ่มขึ้นน้อยกว่าราคาน้ำมันดิบดูไบ จากอุปทานที่ตึงตัว หลังระดับการผลิตในเอเชียปรับตัวลดลงจากช่วงปิดซ่อมบำรุงโรงกลั่นฯ ตามฤดูกาล