ธนาคารออมสินคาดยอดใช้จ่ายประชาชนฐานรากช่วงเทศกาลสงกรานต์ 2562 สูงถึง 1.6 หมื่นล้านบาท แต่ลดลงจากปีก่อน เนื่องจาก มีความระมัดระวังจากค่าครองชีพที่สูงขึ้น
นายชาติชาย พยุหนาวีชัย ผู้อำนวยการธนาคารออมสินเปิดเผยว่า ศูนย์วิจัยเศรษฐกิจธุรกิจและเศรษฐกิจฐานรากของธนาคารได้ทำการสำรวจการใช้จ่ายของประชาชนฐานรากในช่วงเทศกาลสงกรานต์ โดยกลุ่มตัวอย่างประชาชนที่มีรายได้ไม่เกิน 1.5 หมื่นบาททั่วประเทศจำนวนกว่า 2.18 พันตัวอย่าง คาดว่า จะมีการจับจ่ายใช้สอยประมาณ 1.6 หมื่นล้านบาท ค่าใช้จ่ายเฉลี่ยต่อคนอยู่ที่ 3.67 พันบาท โดยเม็ดเงินใช้จ่ายเฉลี่ยต่อคนลดลงจากปีก่อนเล็กน้อย เนื่องจาก ประชาชนฐานรากมีความระมัดระวังในการจับจ่ายใช้สอย เพราะมีค่าครองชีพสูงขึ้นจากราคาสินค้าและบริการที่เพิ่มขึ้น
ทั้งนี้ เมื่อเปรียบเทียบรายได้และค่าใช้จ่ายช่วงเทศกาลสงกรานต์กับปีก่อนพบว่า กลุ่มตัวอย่างเกินกว่าครึ่งหรือ 57.2% มีรายได้และรายจ่ายอยู่ในระดับเท่าเดิม โดยกลุ่มตัวอย่างบางส่วนได้รับผลกระทบจากช่วงเทศกาลสงกรานต์ที่มีวันหยุดยาวต่อเนื่อง ส่งผลให้รายได้ลดลง เนื่องจากไม่มีการจ้างงานหรือใช้บริการ
สำหรับแหล่งที่มาของเงินที่นำมาจับจ่ายใช้สอยในช่วงเทศกาลสงกรานต์พบว่า มาจากเงินจากคนในครอบครัว 17.9% มาจากเงินออม 10.4% มาจากเงินสวัสดิการจากภาครัฐ 3.3% และเงินกู้ยืม 1.0% อย่างไรก็ตามเมื่อเทียบกับปีก่อนพบว่า กลุ่มตัวอย่างมีการปรับเปลี่ยนแหล่งเงินที่นำมาใช้จ่าย โดยมีการบริหารเงินร่วมกับคนในครอบครัวและใช้เงินที่ได้รับสนับสนุนจากสวัสดิการภาครัฐเพิ่มขึ้น ขณะที่ มีการใช้จ่ายจากเงินกู้ลดลง
เมื่อสำรวจลักษณะการทำกิจกรรม และคาดการณ์ค่าใช้จ่ายเฉลี่ยต่อคนในช่วงเทศกาลสงกรานต์พบว่า กิจกรรม 3 อันดับแรกที่ประชาชนฐานรากนิยม คือ 1.ทำบุญ/สรงน้ำพระ/รดน้ำ ขอพรผู้ใหญ่ 81.5% มีค่าใช้จ่ายเฉลี่ย 450 บาท 2.สังสรรค์ เลี้ยงฉลอง 72.5% มีค่าใช้จ่ายเฉลี่ย 1,225 บาท 3.ให้เงินคนในครอบครัว 49.0% มีค่าใช้จ่ายเฉลี่ย 1,790 บาท
ทั้งนี้ ในภาพรวมประชาชนฐานรากมีการทำกิจกรรมและการใช้จ่ายใกล้เคียงกับปีก่อน โดยมีค่าใช้จ่ายในแต่ละกิจกรรมสูงขึ้นเล็กน้อย ยกเว้นการซื้อของให้ตนเอง/ผู้อื่น และการท่องเที่ยวต่างจังหวัดที่มีค่าใช้จ่ายเฉลี่ยแต่ละกิจกรรมลดลง และพบว่า มีการทำกิจกรรมสังสรรค์ เลี้ยงฉลอง และเดินทางกลับภูมิลำเนา/เยี่ยมญาติเพิ่มขึ้นจากปีก่อน โดยกลุ่มตัวอย่างส่วนใหญ่ที่เดินทางกลับภูมิลำเนาจะเป็นผู้ที่อาศัยอยู่ในกรุงเทพฯและปริมณฑล มีการวางแผนการเดินทางไปพื้นที่ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ
ส่วนของขวัญของฝากที่คาดว่าจะซื้อในช่วงเทศกาลสงกรานต์ พบว่า กลุ่มตัวอย่าง 45.9% มีแผนที่จะซื้อของโดย 3 อันดับแรก คือ อาหาร ขนม 66.9% , เสื้อผ้า เครื่องนุ่งห่ม 51.8% และผัก ผลไม้ 50.5% ส่วนบุคคล ที่ต้องการให้ของขวัญของฝากมากที่สุด คือ คนในครอบครัว 87.1% รองลงมา คือ ผู้ใหญ่ที่เคารพ 37.9% และตนเอง 35.2% ตามลำดับ
สำหรับสถานที่ซื้อของขวัญของฝาก พบว่า 3 อันดับแรก คือ ร้านค้าปลีกสมัยใหม่ 49.7% , ตลาด ร้านค้าทั่วไป 45.6% และห้างสรรพสินค้า 34.8% เมื่อสำรวจยานพาหนะที่ประชาชนฐานรากเลือกใช้สำหรับเดินทางในช่วงสงกรานต์ อับดับแรกจะเป็นการใช้รถยนต์ส่วนตัว 78.1% รองลงมาเป็นการเดินทางโดยรถสาธารณะ คือ รถบัสโดยสารประจำทาง 10.8% และรถตู้โดยสารประจำทาง 5.9%






