ตลาดหุ้นสหรัฐบวกขึ้นต่อเนื่อง แนวโน้มค่าเงินบาทยังทรงตัวกรอบเดิมและแข็งค่าได้ยาก
นายจิติพล พฤกษาเมธานันท์ นักกลยุทธ์ตลาดเงินตลาดทุน ธนาคารกรุงไทย เปิดเผยว่าเงินบาทเปิดเช้าวันนี้ที่ระดับ 31.77 บาทต่อดอลลาร์ ไม่เปลี่ยนแปลงจากช่วงปิดสิ้นวันทำการก่อน
ในคืนที่ผ่านมา ตลาดหุ้นสหรัฐฯปรับตัวขึ้นต่อเนื่อง โดย ดัชนี S&P500 ของสหรัฐฯ บวก 0.21% หลังรายงานยอดผู้เข้ารับสวัสดิการว่างงาน (Initial Jobless Claims) ปรับตัวลดลงมากกว่าคาด ในขณะที่ตลาดหุ้นยุโรปปิดผสมผสาน โดย ดัชนี STOXX50 ของยุโรปปรับตัวขึ้น 0.19% ในขณะที่ ดัชนี FTSE 100 ของอังกฤษปรับตัวลง 0.22% เนื่องจากนักลงทุนยังไม่มั่นใจกับสถานการณ์ Brexit
สำหรับตลาดค่าเงิน ดอลลาร์แข็งค่าขึ้นต่อ 0.2% เมื่อเทียบกับสกุลเงินหลัก หลังข้อมูลเศรษฐกิจสหรัฐฯออกมาดีกว่าคาด ในขณะที่ตลาดยังคงกังวลแนวโน้มเศรษฐกิจยูโรโซนชะลอตัวและความไม่แน่นอนของสถานการณ์ Brexit ทำให้ค่าเงินยูโรอ่อนค่าลง 0.13% แตะระดับ 1.122 ดอลลาร์ต่อยูโร หลังคำสั่งซื้อสินค้าโรงงานของเยอรมันร่วงหนักกว่าที่ตลาดคาดการณ์ไว้ ทำให้ตลาดกังวลแนวโน้มเศรษฐกิจชะลอตัวมากขึ้น ส่วนค่าเงินปอนด์อ่อนค่าลงถึง 0.6% แตะระดับ 1.307 ดอลลาร์ต่อปอนด์ เนื่องจากตลาดยังไม่มั่นใจแนวโน้มสถานการณ์ Brexit และรอความคืบหน้าการเจรจาระหว่างรัฐบาลกับพรรคฝ่ายค้านเพื่อหาทางออก Brexit นอกจากนี้ ค่าเงินเยนอ่อนค่าลง 0.2% แตะระดับ 111.7 เยนต่อดอลลาร์ ตามแนวโน้มการเปิดรับความเสี่ยง (Risk-On) ของตลาด จากความหวังว่าการเจรจาการค้าระหว่างจีนกับสหรัฐฯ สามารถบรรลุข้อตกลงร่วมกันได้
อย่างไรก็ตาม ตลาดกังวลแนวโน้มเศรษฐกิจยูโรโซนมากขึ้น หลังยอดสั่งซื้อสินค้าโรงงาน (Factory Order) ของเยอรมันในเดือนกุมภาพันธ์ หดตัวถึง 4.2% จากเดือนก่อนหน้า สวนทางกับการคาดการณ์ของนักวิเคราะห์ว่าจะขยายตัว 0.5% ชี้ว่าภาคธุรกิจเยอรมันมีแนวโน้มหดตัวต่อเนื่อง ในขณะที่ฝั่งสหรัฐฯ ยอดผู้เข้ารับสวัสดิการว่างงานครั้งแรกลดลง 1หมื่นราย แตะระดับ 2.02 แสนราย ซึ่งเป็นระดับต่ำสุดในรอบ 49ปี และต่ำกว่าตัวเลขคาดการณ์ของนักวิเคราะห์ที่ระดับ 2.16 แสนราย โดยยอดผู้เข้ารับสวัสดิการว่างงานที่ลดลงต่อเนื่อง ชี้ว่าตลาดแรงงานสหรัฐฯค่อนข้างแข็งแกร่ง เมื่อเทียบกับข้อมูลเศรษฐกิจด้านอื่น
สำหรับวันนี้ มองว่า ผลผลิตภาคอุตสาหกรรม (Industrial Production) ของเยอรมันเดือนกุมภาพันธ์มีแนวโน้มปรับลดลง 1% จากเดือนก่อนหน้า หลังหดตัวถึง 0.8% ในเดือนมกราคม สอดคล้องกับการหดตัวของยอดคำสั่งซื้อสินค้าโรงงาน ชี้ว่าภาคการผลิตเยอรมันยังไม่ฟื้นตัว ในฝั่งสหรัฐฯ ตลาดจะให้ความสำคัญกับรายงานข้อมูลตลาดแรงงาน โดยมองว่า ยอดการจ้างงานนอกภาคเกษตรกรรม (Nonfarm Payrolls) จะเพิ่มขึ้นอย่างน้อย 1.75แสนราย จากเดือนก่อนหน้า ถือว่าดีขึ้นกว่าการจ้างงานในเดือนกุมภาพันธ์ที่มีเพิ่มขึ้นเพียง 2หมื่นราย สอดคล้องกับรายงานสภาวะเศรษฐกิจของเฟด (Fed Beige Book) ที่ เฟดทุกสาขาต่างรายงานการจ้างงานที่ขยายตัวดีขึ้น นอกจากนี้ สภาวะตลาดแรงงานสหรัฐฯที่ตึงตัว จากอัตราว่างงานระดับต่ำกว่า 4% และตำแหน่งงานที่เปิดรับสูงกว่าจำนวนคนว่างงานถึง 1.3ล้านต่ำแหน่ง จะส่งผลให้ การเติบโตของรายได้ยังอยู่ในระดับ 3.4% จากช่วงเวลาเดียวกันของปีก่อน
คาดค่าเงินบาทมีแนวโน้มทรงตัวในกรอบเดิม เนื่องจากตลาดรอดูแนวโน้มยอดการจ้างงานนอกภาคเกษตรกรรมสหรัฐฯ นอกจากนี้ปัจจัยการเมืองในประเทศยังไม่นิ่ง ทำให้ค่าเงินบาทกลับไปแข็งค่ายากขึ้น มองกรอบเงินบาท 31.70-31.80 บาทต่อดอลลาร์









