วันเสาร์ ที่ 17 ตุลาคม 2569

Login
Login

NER - ซื้อ

คาดการณ์กำไรปี 62-63 โตราว 17% และ 35.3% ตามลำดับ จากแผนเพิ่มสายการผลิตใหม่ + โรงงานใหม่เริ่มผลิต

ประเด็นสำคัญในการลงทุน :

- กำไรงวดปี 61 ที่ 486 ลบ. เติบโตอย่างก้าวกระโดด  117%YoY โดยมีรายได้จากการขายเท่ากับ 10,056 ลบ. +2.6%YoY ขณะที่ปริมาณการขายสินค้าที่ปรับตัวสูงขึ้นกว่า 32.5% จากที่ระดับ 163,257 ตันในปี 60 เพิ่มขึ้นเป็น 216,354 ตันในปี 61 นอกจากนี้ อัตรากำไรขั้นต้นปรับตัวดีขึ้นมาที่ระดับ 10.3% จากปี 60 อยู่ที่ระดับ 7% จากยอดขายที่เพิ่มขึ้น เมื่อเทียบกับต้นทุน ประกอบกับ บริษัทฯได้ปรับปรุงกระบวนการผลิตยางผสม (Mixture) จาก Dry Process เป็น Wet Process ทำให้ขั้นตอนการผลิตลดลง ช่วยลดต้นทุนและผลิตสินค้าได้เร็วมากขึ้น  อย่างไรก็ดี ปลายปี 61 บริษัทฯ มีอัตราส่วนหนี้สินต่อทุนอยู่ที่ระดับ 1.5 เท่า ลดลงจากปี 60 ซึ่งอยู่ที่ระดับ 6.12 เท่าจากการออกหุ้น IPO และอัตราต้นทุนทางการเงินอยู่ที่ระดับ 5.6% ลดลงจากปี 60 ซึ่งอยู่ที่ระดับ 6% และหากราคายางพารามีแนวโน้มปรับตัวสูงขึ้น จะทำให้บริษัทจำเป็นต้องใช้เงินทุนหมุนเวียนในกิจการมากขึ้น ซึ่งตามมาด้วยการก่อหนี้ที่เพิ่มขึ้น และจะส่งผลลบต่อภาระทางการเงินของกิจการ

- ภาพรวมอุตสาหกรรมยางพารามีแนวโน้มดี บริษัทประเมินทิศทางราคายางพาราในปี 62 เฉลี่ยจะอยู่ที่ระดับราว 50 บาท/กก. +14.7%YoY เนื่องจากสินค้าเริ่มขาดตลาด ประกอบกับประเด็นการเลือกตั้งหนุน ซึ่งการที่ราคายางพาราเริ่มปรับตัวขึ้น จะเป็นผลบวกต่อบริษัทฯ ทำให้ลูกค้าหันมาเร่งตุนสต็อกสินค้ามากขึ้น และทำให้ปริมาณการขายปรับตัวเพิ่มขึ้น

- คาดการณ์กำไรปี 62 เติบโต 17%YoY จากการขยายสายการผลิตใหม่ : เราคาดรายได้และกำไรปี 62 ราว 11,544 ลบ. +14.8%YoY และ 569.4 ลบ. +17%YoY ตามลำดับ จากสมมติฐานการปรับตัวเพิ่มขึ้นของกำลังผลิตรวม (Capacity) ในปี 62 อยู่ที่ราว 292,800 ตัน จากการเพิ่มสายการผลิตยาง RSS-Compound ที่มี Capacity 60,000 ตัน/ปี พร้อมกับคาดการณ์ %U.Rate สำหรับสายการผลิตดังกล่าวในปี 62 ราว 50% โดยภาพรวมในปี 62 เราคาด Utilization รวมทุกสายการผลิตราว 230,880 พันตัน หรือคิดเป็น %U.Rate ราว 75% ขณะที่คาด %GPM และ %SG&A จะทรงตัวจากปี 61 ที่ราว 10.4% และ 3.3% ตามลำดับ จากกลยุทธ์การขายสินค้าแบบ Order Matching โดยบริษัทฯจะขายสินค้าในปริมาณที่ใกล้เคียงกับปริมาณที่ซื้อวัตถุดิบเข้ามาในแต่ละวัน ซึ่งจะช่วยลดผลกระทบจากความผันผวนของราคายางพารา

- คาดการณ์กำไรปี 63 เติบโตสูง +35.3%YoY จากโรงงานใหม่เริ่มผลิต เราคาดรายได้และกำไรงวดปี 63 ราว 16,464 ลบ. +42.6%YoY และ 770.35 ลบ. +35%YoY ตามลำดับ โดยในปี 63 มีปัจจัยเร่งการเติบโต คือ โรงงานแห่งใหม่ มูลค่าการลงทุนกว่า 456 ลบ. ในสายการผลิตยาง STR-Mixtures ซึ่งเพิ่มกำลังการผลิตถึง 172,800 ตัน หรือคิดเป็น 1.6 เท่าจากกำลังผลิตในปี 62 โดยความคืบหน้าโรงงานแห่งใหม่ล่าสุด บริษัทฯได้ถมที่ดินเรียบร้อยแล้ว คาดว่าจะก่อสร้างแล้วเสร็จ และพร้อมดำเนินการช่วงต้นเดือน ม.ค. 63 ส่งผลให้กำลังผลิตรวมปี 63 เพิ่มขึ้นเป็น 465,600 ตัน โดยเราคาด Utilization รวมทุกสายการผลิตราว 329,280 ตัน หรือคิดเป็น %U.Rate ราว 74% พร้อมคงสมมติฐาน %GPM ใกล้เคียงปี 61 และ 62 ที่ราว 10.4% ส่วน %SG&A คาดว่าจะปรับตัวขึ้นมาที่ระดับราว 3.7% จากการเริ่มรับรู้ค่าเสื่อมโรงงานแห่งใหม่

- คงคำแนะนำ “ซื้อ” ราคาเหมาะสม 3.32 บาท : ฝ่ายวิจัยมีมุมมองบวกสำหรับแนวโน้มผลประกอบการปี 62 และปี 63 ที่มีศักยภาพเติบโตอย่างชัดเจน ตามกำลังผลิตที่ปรับตัวเพิ่มขึ้น ปัจจุบันซื้อขายที่ PE ค่อนข้างถูก ราว 7.5 เท่า ต่ำกว่า PE อุตสาหกรรม อยู่ที่ระดับ 9.8 เท่า (Figure 2) เราประเมินราคาเหมาะสมด้วยวิธี Prospective PE อิงตามอุตสาหกรรม โดยประเมินอย่างอนุรักษ์นิยมที่ระดับ PE ราว 9 เท่า พร้อมกับคาดการณ์กำไรต่อหุ้นปี 62 ราว 0.38 บาทต่อหุ้น คำนวณเป็นราคาเหมาะสมราว 3.32 บาทต่อหุ้น มี Upside จากปัจจุบัน 35.3% จึงแนะนำ “ซื้อ”

ความเสี่ยง

i) ความผันผวนของราคายางพาราโลก
ii) ลูกค้าไม่ปฏิบัติตามสัญญา
iii) แผนการก่อสร้างโรงงานแห่งใหม่ล่าช้ากว่ากำหนด
iv) ความผันผวนของอัตราแลกเปลี่ยน