ราคาน้ำมันดิบคาดว่าจะทรงตัวในระดับสูง ท่ามกลางการปรับลดกำลังการผลิตของกลุ่มโอเปค
ไทยออยล์คาดราคาน้ำมันดิบเวสต์เทกซัสในสัปดาห์นี้จะเคลื่อนไหวที่กรอบ 54 - 59 ดอลลาร์สหรัฐฯ ต่อบาร์เรล ส่วนน้ำมันดิบเบรนท์เคลื่อนไหวที่กรอบ 63 - 68 ดอลลาร์สหรัฐฯ ต่อบาร์เรล
แนวโน้มสถานการณ์ราคาน้ำมันดิบ (4 – 8 มี.ค. 62)
ราคาน้ำมันดิบคาดว่าจะทรงตัวในระดับสูง หลังได้รับแรงหนุนจากการปรับลดกำลังการผลิตของผู้ผลิตทั้งในและนอกกลุ่มโอเปค ประกอบกับการคว่ำบาตรเวเนซุเอลาโดยสหรัฐฯ ในขณะที่ความต้องการใช้น้ำมันโลกคาดว่าจะได้รับแรงสนับสนุนจากการเจรจาทางการค้าระหว่างสหรัฐฯ และจีน ที่อาจทำให้ปัญหาสงครามการค้ายุติลง นอกจากนี้ ราคาน้ำมันดิบมีแนวโน้มปรับตัวสูงขึ้น จากปริมาณน้ำมันดิบคงคลังสหรัฐฯ ที่คาดว่าจะปรับตัวลดลง อย่างไรก็ตาม ราคาน้ำมันดิบยังถูกกดดันจากกำลังการผลิตน้ำมันดิบของลิเบียมีแนวโน้มปรับเพิ่มขึ้น หลังแหล่งผลิตน้ำมันดิบ El Sharara กำลังการผลิต 315,000 บาร์เรลต่อวัน กลับมาดำเนินการอีกครั้ง
ปัจจัยสำคัญที่คาดว่าจะส่งผลกระทบต่อสถานการณ์ราคาน้ำมันในสัปดาห์นี้:
- ผู้ผลิตทั้งในและนอกกลุ่มโอเปคยังคงเดินหน้าปรับลดกำลังการผลิตอย่างต่อเนื่อง หลังตกลงที่จะปรับลดกำลังการผลิตลงราว 2 ล้านบาร์เรลต่อวัน เมื่อเทียบกับกำลังการผลิตในเดือนต.ค. 61 ถึงแม้ว่านายโดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐฯ จะเริ่มแสดงความกังวลว่าการที่กลุ่มโอเปคลดกำลังการผลิตทำให้ราคาน้ำมันดิบปรับตัวสูงขึ้นเกินไป โดยซาอุดิอาระเบียวางแผนที่จะปรับลดกำลังการผลิตในเดือนมี.ค. 62 ลงราว 400,000 บาร์เรลต่อวัน มาอยู่ที่ 9.8 ล้านบาร์เรลต่อวัน
- จับตาการหารือกันระหว่างนายโดนัลด์ ทรัมป์ และนายสี จิ้นผิง ประธานาธิบดีจีน เพื่อยุติปัญหาสงครามการค้าในช่วงปลายเดือนมี.ค. 62 หลังนายโดนัลด์ ทรัมป์ ประกาศเลื่อนการขึ้นภาษีนำเข้าสินค้าจากจีนออกไปจากเดิมที่มีผลบังคับใช้ในวันที่ 1 มี.ค. 62 เนื่องจากการเจรจาทางการค้าระหว่างสองประเทศก่อนหน้านี้มีความคืบหน้าในประเด็นสำคัญ ซึ่งถ้าหากสงครามการค้าระหว่างสหรัฐฯ และจีนยุติลง จะช่วยหนุนการขยายตัวของเศรษฐกิจโลก และความต้องการใช้น้ำมันโลก
- ปริมาณน้ำมันดิบคงคลังสหรัฐฯ คาดว่าจะปรับตัวลดลง หลังสหรัฐฯ นำเข้าน้ำมันดิบน้อยลง เนื่องจากกลุ่มโอเปคประกาศลดกำลังการผลิต ส่งผลให้ปริมาณการส่งออกน้ำมันดิบจากผู้ผลิตในกลุ่มโอเปคปรับตัวลดลง ประกอบกับ โรงกลั่นในสหรัฐฯ บางส่วนเริ่มกลับมาจากการปิดซ่อมบำรุง ทำให้มีความต้องการใช้น้ำมันดิบเพื่อไปกลั่นมากขึ้น อย่างไรก็ตาม ตลาดน้ำมันดิบในสหรัฐฯ ยังได้รับแรงกดดันจากปริมาณการผลิตน้ำมันดิบของสหรัฐฯ ที่ปรับตัวเพิ่มขึ้นแตะระดับสูงสุดเป็นประวัติการณ์ที่ 1 ล้านบาร์เรลต่อวันในสัปดาห์ที่ผ่านมา
- กำลังการผลิตน้ำมันดิบของลิเบียมีแนวโน้มปรับเพิ่มขึ้น เนื่องจากรัฐบาลลิเบียตกลงกับบริษัทน้ำมันแห่งชาติของลิเบีย (NOC) ที่จะยกเลิกเหตุสุดวิสัย และกลับมาดำเนินการแหล่งผลิตน้ำมันดิบ El Sharara กำลังการผลิต 315,000 บาร์เรลต่อวันอีกครั้ง หลังถูกปิดตั้งแต่เดือนธ.ค. 61 จากสถานการณ์ความไม่สงบภายในประเทศ โดยล่าสุดคนงานเริ่มกลับเข้าพื้นที่แหล่งผลิตน้ำมันดิบ
- ตัวเลขเศรษฐกิจที่น่าติดตามในสัปดาห์นี้ ได้แก่ จีดีพีไตรมาส 4/62 ยูโรโซน ยอดค้าปลีกยูโรโซน อัตราการว่างงานสหรัฐฯ และตัวเลขการจ้างงานนอกภาคการเกษตรสหรัฐฯ
สรุปสถานการณ์ราคาน้ำมันในสัปดาห์ที่ผ่านมา (25 ก.พ. - 1 มี.ค. 62)
ราคาน้ำมันดิบเวสต์เทกซัสในสัปดาห์ที่ผ่านมาปรับลดลง 1.46 ดอลลาร์สหรัฐฯ มาอยู่ที่ 55.80 ดอลลาร์สหรัฐฯ ต่อบาร์เรล ในขณะที่ ราคาน้ำมันดิบเบรนท์ปรับลดลง 2.05 ดอลลาร์สหรัฐฯ มาอยู่ที่ 65.07 ดอลลาร์สหรัฐฯ ต่อบาร์เรล ส่วนราคาน้ำมันดิบดูไบปิดเฉลี่ยอยู่ที่ 66 ดอลลาร์สหรัฐฯ ต่อบาร์เรล หลังนายโดนัลด์ ทรัมป์ ทวีตข้อความระบุว่าราคาน้ำมันดิบอยู่ในระดับสูงเกินไป และเรียกร้องให้กลุ่มโอเปคผ่อนมาตรการหนุนราคาน้ำมันดิบ ประกอบกับราคาน้ำมันดิบยังคงถูกกดดันจากปริมาณการผลิตน้ำมันดิบของสหรัฐฯ ที่ปรับตัวเพิ่มขึ้น อย่างไรก็ตาม ราคาน้ำมันดิบยังได้รับแรงหนุนจากปริมาณการผลิตน้ำมันดิบของกลุ่มโอเปคที่ปรับลดลง จากข้อตกลงปรับลดกำลังการผลิต รวมถึงการคว่ำบาตรเวเนซุเอลาโดยสหรัฐฯ นอกจากนี้ ราคาน้ำมันดิบยังได้รับแรงหนุนจากปริมาณน้ำมันดิบคงคลังสหรัฐฯ ที่ปรับตัวลดลงสวนทางกับที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ไว้
------------------------------------------
ที่มา : บริษัท ไทยออยล์ จำกัด (มหาชน)
โทร.02-797-2999









