วันเสาร์ ที่ 17 ตุลาคม 2569

Login
Login

‘บาท’ เปิดตลาดเช้านี้ ‘อ่อนค่า’ ที่ 31.78 บาทต่อดอลลาร์

บาทอ่อนค่าเร็วกว่าปกติจากการเพิ่มขึ้นของทุนสำรองระหว่างประเทศ แต่ยังมีโอกาสแข็งค่าจากดอลลาร์อ่อนค่า สัปดาห์นี้แนะจับตาการประชุมคกก.นโยบายการเงินยุโรปและตัวเลขเศรษฐกิจสหรัฐ

นายจิติพล พฤกษาเมธานันท์ นักกลยุทธ์ตลาดเงินตลาดทุน ธนาคารกรุงไทย เปิดเผยว่า ค่าเงินบาทเปิดเช้าวันนี้ที่ระดับ 31.78 บาทต่อดอลลาร์ อ่อนค่าต่อจากช่วงปิดสิ้นสัปดาห์ก่อนที่ระดับ 31.73 บาทต่อดอลลาร์ 

ในส่วนของค่าเงินบาท การอ่อนค่าในสัปดาห์ที่ผ่านมาถือว่าเร็วผิดปกติ เราเชื่อว่าเกิดจากการเพิ่มขึ้นของทุนสำรองระหว่างประเทศ สวนทางกับตัวเลขการค้าล่าสุดที่กลับมาขาดดุล และดุลบัญชีเดินสะพัดที่เพิ่มขึ้นน้อยกว่าคาด ตลาดจะใช้เรื่องพื้นฐานที่แย่ลง กับปัญหาการเมืองในประเทศเป็นตัวกดดันค่าเงินบาทต่อในสัปดาห์นี้ โดยโอกาสกลับตัวไปแข็งค่า จะเกิดขึ้นในกรณีที่เศรษฐกิจสหรัฐชะลอตัวลง หรือเงินดอลลาร์อ่อนค่าลงถ้าตัวเลขการจ้างงานท้ายสัปดาห์รายงานออกมาต่ำกว่าคาด

มองกรอบเงินบาทในวันนี้ 31.68-31.78 บาทต่อดอลลาร์ และกรอบเงินบาทสัปดาห์นี้ 31.60-32.10 บาทต่อดอลลาร์

ในสัปดาห์นี้แนะนำจับตาการประชุมคณะกรรมการนโยบายการเงินยุโรป และตัวเลขเศรษฐกิจฝั่งสหรัฐเป็นหลัก

เริ่มต้นวันอังคาร มองดัชนีผู้จัดการฝ่ายจัดซื้อนอกภาคการผลิตของสหรัฐ (ISM Non-Manufacturing PMI) จะปรับตัวขึ้นแตะระดับ 57.5 จุด จากเดือนก่อนหน้าที่ระดับ 56.7จุด ชี้ว่าเศรษฐกิจสหรัฐยังมีความแข็งแรง ขณะที่ฝั่งจีน ดัชนีผู้จัดการฝ่ายจัดซื้อภาคการบริการ (Caixin China Service PMI) ที่ทรงตัวได้เหนือระดับ 50จุด ก็ชี้ว่าเศรษฐกิจจีนในประเทศยังอยู่ในภาวะขยายตัวแม้การค้าระหว่างประเทศจะชะลอตัวลงอย่างเห็นได้ชัด

ในวันพฤหัสบดี แม้เราคาดว่า ธนาคารกลางยุโรป (ECB) จะมีมติ “คง” นโยบายการเงินทั้งหมด แต่จากแนวโน้มเศรษฐกิจยูโรโซนที่ชะลอตัว ธนาคารกลางยุโรปอาจปรับลดประมาณการเศรษฐกิจ และส่งสัญญาณว่ายังมีความสามารถที่จะกลับไปใช้มาตรการให้สินเชื่อแก่สถาบันการเงิน (TLTRO) เพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจยูโรโซนได้หากพบกับวิกฤติเศรษฐกิจ

วันศุกร์ คาดตัวเลขการจ้างงานนอกภาคการเกษตรของสหรัฐจะขยายตัว 1.87 แสนตำแหน่ง ส่งผลให้การว่างงานในสหรัฐปรับตัวลงมาได้ที่ระดับ 3.9% อีกครั้ง ประเด็นหลักยังคงเป็นการจ้างงานทดแทนในช่วงที่สหรัฐมีการปิดที่ทำการภาครัฐลงในช่วงเดือนมกราคม ขณะที่ค่าจ้างเฉลี่ยรายสัปดาห์ก็มีโอกาสปรับตัวขึ้นต่อ 0.3% เช่นกัน