คาดผลประกอบการ 4Q61 ขาดทุนราว 3,244 ลบ. จากขาดทุนสต็อกน้ำมันและค่าการกลั่นตกต่ำ
ประเด็นสำคัญในการลงทุน :
Ø รายงานกำไรสุทธิงวด 9M61 อยู่ที่ 14,961 ลบ. -17%YoY จาก Spread TLB และ Aromatics ลดลง :รายงานกำไรสุทธิงวด 9M61 อยู่ที่ 14,961 ลบ. ลดลง 17 %YoY มีสาเหตุหลักมาจาก Spread ของผลิตภัณฑ์ TLB (น้ำมันหล่อลื่นพื้นฐาน)ปรับตัวลดลงสู่ 89 US$/Ton (-26 US$/Ton,-23%YoY) และ Spread ผลิตภัณฑ์ Aromatics ได้แก่ เบนซีนปรับตัวลดลงสู่ 161 US$/Ton (-95 US$/Ton, -37%YoY) และ โทลูอีนปรับตัวลดลงสู่ 51 US$/Ton (-34 US$/Ton , -40%YoY) แต่ในส่วนของธุรกิจโรงกลั่น กำไรขั้นต้นจากการกลั่นปรับตัวลดลงสู่ 4.9 US$/bbl
(-2.0 US$/bbl,-29%YoY) แต่ได้กำไรจากสต๊อกน้ำมันเข้ามาชดเชยที่ 2.2 US$/bbl ส่งผลให้ธุรกิจโรงกลั่นยังสามารถรักษาระดับกำไรขั้นต้นไว้ได้ใกล้เคียงเดิม โดยกำไรสุทธิงวด 9M61 คิดเป็น 128% ของประมาณการกำไรสุทธิปี 61 ที่ราว 11,717 ลบ.
Ø คาดผลประกอบการ 4Q61 ขาดทุนราว 3,244 ลบ. จากขาดทุนสต๊อกน้ำมันและค่าการกลั่นตกต่ำ : คาดการณ์กำไรสุทธิ 4Q61 จะขาดทุนราว 3,244 ลบ. สาเหตุหลักมาจากขาดทุนจากขาดทุนสต็อกน้ำมันราว 7 พันลบ. เนื่องจากราคาน้ำมันปรับตัวลงจากราคาเฉลี่ยในช่วงไตรมาส 3 ที่ราว 77 US$/bbl ลงเหลือ 57 US$/bbl
(-26%QoQ)และคาดว่าค่าการกลั่นที่คาดว่าจะลดลงจาก 3Q61 ที่ 4.9 US$/ton สู่ 3.9 US$/ton โดยมีปัจจัยกดดันหลักจากราคา Gasoline ที่ปรับตัวลดลงเนื่องจากมีอุปทานเพิ่มขึ้นจากทางฝั่งสหรัฐฯ แต่ได้รับชดเชยจากธุรกิจ Aromatics โดย Spread พาราไซลีนคาดจะปรับตัวขึ้นสู่ 562 US$/ton (+202 US$/ton , +56%YoY) เราคาดการณ์กำไรสุทธิปี 61 ที่ 11,178 ลบ. -55%YoY
Ø คาดแนวโน้มปี 62 ยังถูกกดดันจากค่าการกลั่นและอุปทาน Aromatics ที่เพิ่มขึ้น: คาดการณ์กำไรสุทธิปี 62 ที่ราว 12,211 ลบ. (ไม่รวมผลจากกำไร/ขาดทุนสต๊อกน้ำมัน) ทรงตัวYoY จากสมมติฐานค่าการกลั่นเฉลี่ยทั้งปีที่ราว 4.5-5 US$/bbl ทรงตัวจากปี 61 โดยเรามีมุมมองว่าหลังมีการประกาศมาตรการ IMO จะมีการปรับปรุงโรงกลั่นส่งผลให้มีอุปทาน Gasoline ออกมาอย่างต่อเนื่อง ซึ่งจะกดดันค่าการกลั่นโดยรวม และคาดราคาน้ำมันดิบดูไบจะทรงตัวอยู่ในระดับราคา 55 - 60 US$/bbl ถึงแม้ว่าจะมีการลดกำลังการผลิตของกลุ่ม OPEC แต่เป็นการลดเพื่อให้สอดคล้องกับปริมาณความต้องการใช้น้ำมันที่มีแนวโน้มลดลงจากเศรษฐกิจจีนที่มีแนวโน้มชะลอตัว โดยคาดว่าในช่วง 1H62 ค่าการกลั่นจะสามารถปรับตัวขึ้นมาได้จากการปิดซ่อมบำรุงของโรงกลั่นในสหรัฐฯ และได้รับประโยชน์จาก Spread พาราไซรีนที่ยังคงดีต่อเนื่องมาจาก 4Q61 แต่มองว่าในช่วง 2H62 Spread พาราไซรีนจะถูกกดดันจากอุปทานที่เพิ่มขึ้นจากทั้งซาอุดิอาราเบีย(1,340 KTA) เวียดนาม(700 KTA) อีกทั้งยังคงต้องจับตาโรงงานใหม่ของจีนรวม 3 โรงงานที่คาดว่าจะมีกำลังการผลิตออกมาเพิ่มเติมถึง 2,250 KTA ซึ่งน้อยกว่า Demand ที่มีแนวโน้มเติบโตเพียง 1,800 KTA
Ø เริ่มต้นคำแนะนำ “ทยอยเข้าสะสม” ที่ราคาเหมาะสม 84 บาท: ถึงแม้เราจะมองว่าภาพรวมผลการดำเนินงานในปี 62 อาจดูไม่สดใสมากนัก แต่เรามองว่าราคาได้ปรับตัวลงมาค่อนข้างมาก โดยปัจจุบันราคาอยู่ที่ระดับ PBV-1SD เท่าซึ่งเป็นระดับต่ำสุดในรอบ 2 ปี แต่เนื่องจากตลาดได้สะท้อนถึงความกังวลต่อการเติบโตไปแล้ว เราจึงมองว่าเป็นโอกาสในการ“ทยอยเข้าสะสม” เพื่อถือลงทุนระยะยาว โดยเราประเมินมูลค่าซึ่งอิงกับ PBV ในอดีตที่ 1.4 เท่า ได้ราคาเหมาะสม 84 บาท ซึ่งยังคงมีอัพไซต์ราว 14 % จากราคาปิดล่าสุด
ปัจจัยสนับสนุน
1. คู่แข่งในอุตสาหกรรมปิดซ่อมบำรุงนานกว่าคาด
2. ราคาน้ำมันไม่ผันผวนมากนัก
ความเสี่ยง
1. มีการปิดซ่อมบำรุงนานกว่าที่คาด
2. เกิดภัยพิบัติที่เป็นเหตุทำให้โรงงานได้รับความเสียหาย และต้องหยุดดำเนินงานชั่วคราว
3. ความผันผวนของราคาน้ำมัน
4. มีความต้องการน้ำมันในอนาคตลดลง









