วันเสาร์ ที่ 17 ตุลาคม 2569

Login
Login

PTT - ซื้อ

คาดกำไรปี 62 +6%YoY พร้อมนำ PTTOR เข้าจดทะเบียนในตลาดฯ

ประเด็นสำคัญในการลงทุน :                                                                         

  • รายงานกำไร 9M61 ที่ 100,146 ล้านบาท เติบโต 0.3%YoY: โดยผลประกอบการปรับตัวดีขึ้นในเกือบทุกธุรกิจ โดยเฉพาะอย่างยิ่งธุรกิจสำรวจและผลิตปิโตรเลียมที่ได้ผลบวกตามราคาน้ำมันเฉลี่ยที่ปรับตัวขึ้นสู่ 69 ดอลลาร์ต่อบาร์เรลในปี 61 จากระดับ 53 ดอลลาร์ต่อบาร์เรลในปี 60 นอกจากนี้ไม่มีค่าใช้จ่ายด้อยค่าในโครงการมาเรียนา ออยล์ แซนด์อีกราว 1.85 หมื่นล้านบาทเหมือนในปี 60 ขณะที่ผลประกอบการธุรกิจก๊าซธรรมชาติปรับตัวขึ้นจากทั้งปริมาณขายและราคาขายที่เพิ่มขึ้น และผลประกอบการธุรกิจปิโตรเคมีและโรงกลั่นปรับตัวดีขึ้นตามค่าการกลั่นและกำไรจากสต๊อกน้ำมันดิบ รวมถึงราคาผลิตภัณฑ์ HDPE ที่ปรับตัวขึ้น 14%YoY สู่ 1,330 ดอลลาร์ต่อตัน อย่างไรก็ตามมีการโอนธุรกิจที่เกี่ยวข้องกับน้ำมันให้ PTTOR ส่งผลให้รายจ่ายภาษีปรับตัวขึ้น 2.4 หมื่นล้านบาทสู่ระดับ 4.4 หมื่นล้านบาทกดดันผลประกอบการ 9M61 สู่ 100,146 ล้านบาทและเติบโตเพียง 3%YoY
  • เตรียมนำ PTTOR เข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ในปี 62 : PTT ได้เริ่มโอนทรัพย์สินในหน่วยธุรกิจน้ำมันให้ PTTOR ในช่วงเดือน ก.ค. 61 ที่ผ่านมา และเตรียมนำ PTTOR เข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ภายในปีนี้ โดยคาดว่าจะลดสัดส่วนการถือหุ้นลงเหลือ 45-50% เพื่อเพิ่มความคล่องตัวในการทำงานให้แก่ PTTOR โดยเราคาดว่าจะไม่เกิดการ Dilute ในมูลค่าหุ้น PTT เนื่องจากคาดว่า PTTOR จะซื้อขายที่ P/E Ratio ของกลุ่มค้าปลีกที่ระดับ 20-30 เท่าซึ่งสูงกว่า P/E Ratio ของ PTT ในปัจจุบันที่ 10-15 เท่า
  • คาดกำไรปี 62 อยู่ที่ราว 1.357 แสนล้านบาทเติบโต 6%YoY : ฝ่ายวิจัยคาดว่าปี 62 ผลประกอบการของบริษัทจะยังเติบโตตามปริมาณการจำหน่ายก๊าซธรรมชาติที่ความต้องการใช้ก๊าซฯ ของโรงไฟฟ้าเพิ่มขึ้นโดยเฉพาะอย่างยิ่งโรงไฟฟ้า SPP อีกทั้งธุรกิจโรงแยกก๊าซฯ ไม่มีแผนหยุดซ่อมบำรุงในปี 62 ขณะที่ผลประกอบการธุรกิจโรงกลั่นอาจมีกำไรจากสต็อกน้ำมันดิบเนื่องจากราคาน้ำมันดิบต้นปีอยู่ในระดับต่ำ อย่างไรก็ตามราคาผลิตภัณฑ์ HDPE ปรับตัวลง 18% จากปี 61 ยังคงเป็นปัจจัยกดดันต่อผลประกอบการธุรกิจโรงแยกก๊าซฯ นอกจากนี้ราคาน้ำมันดิบที่ปรับตัวลงสู่ระดับ  45-50 ดอลลาร์ต่อบาร์เรลยังเป็นปัจจัยกดดันต่อผลประกอบการของ PTTEP เพิ่มเติม
  • เริ่มต้นคำแนะนำ “ซื้อ” ที่ราคาเหมาะสม 53.6 บาท : ฝ่ายวิจัยคาดผลประกอบการไตรมาส 4/61 อาจอ่อนตัวลงจากไตรมาสก่อนเนื่องจากค่าการกลั่น ราคาน้ำมัน และราคาผลิตภัณฑ์ ปิโตรเคมีปรับตัวลงกดดันผลประกอบการบริษัทย่อย ทั้งนี้เราประเมินมูลค่าด้วยวิธี Sum of the part (SOTP) โดยประเมินมูลค่าของบริษัทย่อยที่ PTT ถือหุ้น 26.7 บาทต่อหุ้น (ราคาเหมาะสมของบริษัทในกลุ่ม TOP 89 IRPC 7.4 GPSC 63.2 PTTGC 99.2 และ PTTEP 141) และธุรกิจของ PTT อีก 27 บาทต่อหุ้น ส่งผลให้ได้ราคาเหมาะสมของ PTT ที่ 53.6 บาทต่อหุ้นซึ่งสูงกว่าราคาปิดล่าสุดจึงเริ่มต้นคำแนะนำ “ซื้อ”