วันศุกร์ ที่ 16 ตุลาคม 2569

Login
Login

'ทีเอสไอ' เพิ่มช่องทางขาย หนุนรายได้ปลดล็อก 'C'

ไทยเศรษฐกิจประกันภัย เดินหน้าขับเคลื่อนกลยุทธ์องค์กร เน้นนโยบายรับงานคุณภาพ ขยายช่องทางการขาย สร้างรายได้เพิ่ม

นายสันติ ปิยะทัต ประธานกรรมการบริหาร บริษัท ไทยเศรษฐกิจประกันภัย จำกัด (มหาชน) หรือ TSI Insurance เปิดเผยถึงความคืบหน้าการดำเนินการแก้ไข กรณีถูกขึ้นเครื่องหมาย “C” หรือ Caution จากการที่หลักทรัพย์ของบริษัทฯ มีส่วนของผู้ถือหุ้นน้อยกว่า 50% ของทุนชําระแล้ว สำหรับงบการเงินไตรมาส 3/2561 (สิ้นสุดวันที่ 30 กันยายน 2561) ว่า บริษัทฯ ยังคงเดินหน้าตามแผนงานที่วางไว้ โดยเน้นการจัดหาและสร้างสัมพันธภาพอันดีต่อพันธมิตรและคู่ค้าทางธุรกิจ

รวมทั้งการเพิ่มจำนวนนายหน้าหรือตัวแทนรายใหม่ ตลอดจนเพิ่มความสามารถในการสร้างรายได้ ด้วยการนำเสนอผลิตภัณฑ์ประกันวินาศภัยที่หลากหลายเพื่อตอบโจทย์ความต้องการของผู้บริโภค โดยเฉพาะการรับประกันภัยกลุ่ม Non Motor ที่เพิ่มมากขึ้น เช่น การเปิดตัวผลิตภัณฑ์ประกันอุบัติเหตุส่วนบุคคล(PA) และประกันการเดินทางในประเทศ (TA) และผลิตภัณฑ์ประกันภัย SME Strong Business ที่จัดแพ็คเกจสำหรับความต้องการของผู้ประกอบการ SME แต่ละราย

บริษัทฯ ยังพัฒนาการให้บริการ โดยจัดอบรมพนักงานที่เกี่ยวข้องให้มีความพร้อม และเพื่อให้ลูกค้าเข้าถึงผลิตภัณฑ์ประกันภัยได้อย่างสะดวก มีการพัฒนาช่องทางการให้บริการทางออนไลน์ ด้วยระบบ Web Service เพื่อเชื่อมต่อการขายกับตัวแทนและโบรกเกอร์ให้มีความสะดวก รวดเร็ว และมีประสิทธิภาพเพิ่มขึ้น

ทั้งนี้ TSI Insurance ยังมีนโยบายที่จะดูแลและบริหารจัดการต้นทุน รวมถึงการบริหารความเสี่ยงในด้านต่าง ๆ ให้มีประสิทธิภาพมากขึ้น โดยเริ่มจากการปรับพอร์ตโฟลิโอของกลุ่มงานรับประกันภัย ตลอดจนประเภทของงานที่รับประกัน โดยใช้ Data Analysis เข้ามาวิเคราะห์คุณภาพงานเพื่อกำหนดกลยุทธ์และการพิจารณาการรับงาน ซึ่งปัจจุบันมีการกระจายประเภทของการรับงานและลูกค้ามากขึ้น ถือเป็นการกระจายความเสี่ยงไปในตัว ขณะที่การบริหารจัดการความเสี่ยงของการรับประกันภัยนั้น จะมีการวิเคราะห์และปรับปรุงเรื่องความเสี่ยงของงานประกันภัย การพิจารณาอัตราการรับความเสี่ยงไว้เอง (Retention Level) และการพิจารณางานประกันภัยต่อ เพื่อกระจายความเสี่ยงและใช้ประโยชน์จากสัญญาประกันภัยต่ออย่างมีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น

นอกจากนี้ ยังจะมีการปรับปรุงมาตรการและนโยบายการจัดเก็บชำระเบี้ยประกันภัยให้มีประสิทธิภาพมากขึ้น ทั้งเรื่องการวิเคราะห์ลูกหนี้ การกำหนดวงเงินและการใช้วงเงิน การพิจารณาเรื่องคุณภาพของตัวแทน นายหน้า ตลอดจนการพัฒนาบุคลากรเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการให้บริการ รวมถึงการพิจารณาและคัดเลือกผู้สำรวจภัยเพื่อสนับสนุนงานบริการด้านสินไหม

นายสันติ กล่าวว่า จากการดำเนินงานตามแผนงานที่วางไว้ตั้งแต่ต้นปี ส่งผลให้ปัจจุบัน บริษัทฯ มีอัตราส่วนของความเพียงพอของเงินกองทุนอยู่ในเกณฑ์มาตรฐานที่สำนักงานคณะกรรมการกำกับและส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัย (คปภ.) กำหนด
“จะเห็นได้ว่า จากแผนงานที่กำหนดไว้ เราเดินมาถูกทิศทางแล้ว โดยจากนี้ไป บริษัทฯ ยังคงเดินหน้าตามกลยุทธ์ที่วางไว้ทุกด้าน ทั้งด้านคุณภาพของงาน การใช้ Data Analysis เข้ามาพิจารณาการรับงานประกันภัยทั้ง Motor และ Non Motor การออกผลิตภัณฑ์ใหม่ๆ ที่ยังมีโอกาสทางการตลาดอยู่มาก และสิ่งสำคัญคือความใส่ใจในลูกค้าและการบริการมากขึ้นด้วยการสร้างคุณค่าองค์กรผ่านทีมงานคุณภาพ ซึ่งเชื่อว่ากลยุทธ์ดังกล่าวจะสามารถทำให้ TSI สามารถดำเนินธุรกิจได้อย่างแข็งแกร่งในระยะยาว” นายสันติกล่าวทิ้งท้าย