วันศุกร์ ที่ 16 ตุลาคม 2569

Login
Login

อ่วม! 'เอสไอเอสบี' ปิดต่ำจอง 16%

นักลงทุนกระอัก! หุ้น “เอสไอเอสบี” ต่ำจอง 16% ปิด 4.36 บาท วอลุ่ม 879 ล้านบาท ด้าน อดีตรมว.ศึกษา "ชินวรณ์" ออกโรงต้านโรงเรียนเข้าตลาดหุ้น

ราคาหุ้นบริษัทเอสไอเอสบี จำกัด(มหาชน) หรือ SISB ผู้ประกอบธุรกิจโรงเรียนนานาชาติสิงคโปร์จำนวน 5 แห่ง ที่เข้าทำการซื้อขายในตลาดเอ็มเอไอครั้งแรกวันนี้ ปิดตลาดราคาต่ำสุดของวันที่ 4.36 บาท ลดลงจากราคาจอง 0.84 บาท หรือ 16.15% มูลค่าการซื้อขาย 879 ล้านบาท

เอสไอเอสบี ขายหุ้นไอพีโอจำนวน 260 ล้านหุ้น ในราคาหุ้นละ 5.20 บาท ราคาพาร์ 0.50 บาท โดยมีค่าพีอี 59.59 เท่า ท่ามกลางเสียงคัดค้านจากสังคม ที่ไม่เห็นด้วยกับการนำธุรกิจการศึกษาเข้าตลาดหุ้น เนื่องจากโรงเรียนไม่ใช่องค์กรที่มุ่งแสวงหากำไร จึงได้รับการยกเว้นภาษีจากรัฐบาล

ด้านนายชินวรณ์ บุณยเกียรติ รองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ และอดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวง ศึกษาธิการ กล่าวถึงกรณีโรงเรียนนานาชาติสิงคโปร์ เข้าระดมทุนในตลาดหลักทรัพย์ในวันนี้ว่า ตนเองไม่เห็นด้วยกับหลักการในเรื่องนี้อย่างแน่นอน เนื่องจากว่ามองว่า ภาครัฐไม่ได้คิดเรื่องนี้ในมิติที่ครอบคลุมทั้งระบบ ขัดกับปรัชญาการศึกษาที่เป็นเรื่องของการวิจัย การแสวงหาองค์ความรู้ไม่ใช่เรื่องของการแสวงหากำไรเชิงพาณิชย์

อดีต รมว.ศธ. กล่าวต่อว่า เรื่องการนำโรงเรียนนานาชาติสิงคโปร์ เข้าสู่ตลาดหลักทรัพย์ ความจริงเรื่องนี้มีการเตรียมการมาอย่างต่อเนื่อง ซึ่งโดยหลักการตนเองเคยได้เสนอความคิดเห็นท้วงติงไปยังกระทรวงศึกษาธิการแล้วว่าควรต้องมีความชัดเจนตั้งแต่เบื้องต้นว่า คนที่จะเข้ามาขอเปิดหลักสูตร โรงเรียนนานาชาตินั้น จะต้องยอมรับหลักเกณฑ์และนโยบายของกระทรวงศึกษาธิการ ที่เน้นโรงเรียนที่มีคุณภาพระดับมาตรฐานสากล (World – Class Standard School) เพราะฉะนั้นจะมุ่งคิดแต่เรื่องกำไรไม่ได้

ประกอบกับเมื่อเข้าสู่ระบบการศึกษาไทยแล้ว บ้านเรามีข้อยกเว้นในเรื่องภาษีเกี่ยวกับการศึกษาเยอะมาก ไม่ว่าจะเป็นภาษีส่งเสริมการลงทุน ภาษีเกี่ยวกับการยกเว้นเรื่องเงินบริจาคทางการศึกษา หรือแม้แต่เรื่องการจัดเก็บรายได้ของสถานศึกษา เป็นต้น

“ฉะนั้น เมื่อคุณเข้าสู่ตลาดหลักทรัพย์ ซึ่งเป้าหมายคือการแสวงหากำไร ประการแรก ก็จะทำให้เกิดความไม่เป็นธรรมในการจัดการศึกษา ประการต่อมาคือ ไม่มีหลักประกันในเรื่องของคุณภาพการศึกษา และยิ่งเมื่อมีการแข่งขันกันสูง เชื่อว่าจะสร้างปัญหาต่อไปในอนาคตด้วย จึงอยากให้กระทรวงศึกษาวางหลักการ นโยบายในเรื่องการศึกษาระดับชาติต่อไปว่า ควรที่จะต้องดำเนินการอย่างไร”