ราคาน้ำมันปรับตัวลดลง ดอลลาร์ปรับอ่อนค่า ขณะที่คาด กนง. คงดอกเบี้ยในวันนี้ และส่งสัญญาณขึ้นปลายปีนี้ หนุนบาทมีทิศทางแข็งค่าขึ้น
นายจิติพล พฤกษาเมธานันท์ นักกลยุทธ์ตลาดเงินตลาดทุน ธนาคารกรุงไทย เปิดเผยว่า ค่าเงินบาทเปิดตลาดเช้าวันนี้ที่ระดับ 32.90 บาทต่อดอลลาร์ แข็งค่าขึ้นจาก 33.07 บาทต่อดอลลาร์ ในช่วงปิดสิ้นวันทำการก่อน ในคืนที่ผ่านมา แม้ตลาดการเงินจะฟื้นตัว แต่ก็กลับถูกกดดันด้วยเรื่องใหม่อย่าง ราคาน้ำมันที่ปรับตัวลงเร็ว โดยล่าสุดน้ำมันดิบเวสต์เท็กซัส (WTI) ปรับตัวลงถึง 7% ซึ่งถือเป็นการอ่อนตัวแรงที่สุดในรอบ3 ปี ส่งผลให้บอนด์ยิลด์สหรัฐปรับตัวลงตามทันที
นอกจากนี้ เงินดอลลาร์ก็อ่อนค่าซ้ำหลังจากที่ค่าเงินยูโรและปอนด์ ปรับตัวขึ้นบนความหวังว่าการเจรจา Brexit จะสามารถหาข้อสรุปได้ในที่สุด
วันนี้ ต้องจับตาการประชุมคณะกรรมการนโยบายการเงินไทย (กนง.) ซึ่งคาดว่าจะ “คง” ดอกเบี้ยนโยบายที่ระดับ 1.50% ตามที่นักวิเคราะห์ส่วนใหญ่และเราคาดไว้ แม้จะมีบางส่วนมองว่า กนง. อาจเซอไพรซ์ตลาดด้วยการ “ขึ้น” ดอกเบี้ยทันทีในช่วงที่ตัวเลขเศรษฐกิจยังแข็งแกร่ง แต่เราคิดว่า ด้วยภาพระยะสั้นที่ราคาน้ำมันปรับตัวลดลง และการส่งออกที่ชะลอตัว จะส่งผลให้ธปท.เลือกที่จะปรับนโยบายการเงินในช่วงสิ้นปีเนื่องจากน่าจะมีความผันผวนน้อยกว่านี้
สำหรับค่าเงินบาท มองว่าวันนี้มีโอกาสแข็งค่าขึ้นจากทั้งดอลลาร์และราคาน้ำมันที่ปรับตัวลงเป็นบวกกับภาพเศรษฐกิจโลก เช่นเดียวกับกนง.ที่มีการประชุมวันนี้ ก็คาดว่าจะส่งสัญญาณขึ้นดอกเบี้ยปลายปี หนุนให้เงินบาทแข็งค่าขึ้นด้วยเช่นกัน
มองกรอบค่าเงินบาทวันนี้ 32.85-33.00 บาทต่อดอลลาร์
นักบริหารเงินธนาคารกรุงไทย เปิดเผยว่า เงินบาทปรับตัวแข็งค่าขึ้นในวันนี้ ตามเงินดอลลาร์อ่อนค่าลงเมื่อเทียบกับสกุลเงินหลักอื่นๆ โดยดัชนีดอลลาร์(DXY) ปรับตัวลดลงจากจุดสงสดของปีนี้ สู่ระดับ 97จุด หลังค่าเงินยูโรและค่าเงินปอนด์ต่างแข็งค่าขึ้น บนความหวังว่าการเจรจาBrexit จะสามารถได้ข้อตกลงภายในสิ้นปีนี้
อย่างไรก็ดี แม้ว่าทั้งฝั่งตัวแทนของEUและตัวแทนจากอังกฤษจะสามารถร่างข้อตกลงBrexit ขึ้นมา ทว่าร่างข้อตกลงดังกล่าวยังต้องผ่านความเห็นชอบจากคณะรัฐมนตรีของอังกฤษ และผ่านความเห็นชอบของHouse of Commons ซึ่งอาจจะค่อนข้างยากที่จะผ่านความเห็นชอบจากHouse of Commons ได้เนื่องจาก เสียงของฝ่ายรัฐบาลเองมีไม่ถึง51% (ฝ่ายรัฐบาลมีเสียงราว 48%) โดยหากข้อตกลงดังกล่าวไม่ผ่านความเห็นชอบจากฝั่งการเมืองของอังกฤษ อาจจะทำให้ตลาดกลับมากังวลความเสี่ยงการเจรจาBrexit มากขึ้นและกดดันค่าเงินปอนด์ได้
นอกจากนี้ ความเสี่ยงร่างงบประมาณของอิตาลียังดูไม่แน่นอน หลังรัฐบาลอิตาลียังคงยืนกรานใช้การขาดดุลงบประมาณและคงตัวเลขคาดการณ์การเติบโตของเศรษฐกิจ แม้ว่าทางคณะกรรมาธิการยุโรป(European Commission) จะประท้วงร่างงบประมาณดังกล่าวก็ตาม ทำให้รัฐบาลอิตาลีเสี่ยงที่จะถูกปรับ หากไม่ดำเนินการแก้ไขตามที่คณะกรรมาธิการยุโรปร้องขอมา
สำหรับวันนี้ มองว่าตลาดจะยังคงอาจเปิดรับความเสี่ยงได้บ้าง หลังความหวังการเจรจาการค้าจีนกับสหรัฐฯเริ่มกลับมาอีกครั้ง อย่างไรก็ดี เชื่อว่าตลาดจะไม่รีบเปิดรับความเสี่ยงมากนัก จนกว่าจะรู้ผลการเจรจาการค้าดังกล่าวก่อน
ในวันนี้นักวิเคราะห์คาดการณ์ว่าอัตราการเติบโตเศรษฐกิจญี่ปุ่นในไตรมาสที่3จะปรับตัวลดลงหนัก ซึ่งเป็นผลมาจากการเร่งขยายตัวของการลงทุนภาคเอกชนและการบริโภคเอกชนในไตรมาสก่อนหน้า อย่างไรก็ดีคาดว่าเศรษฐกิจญี่ปุ่นจะสามารถขยายตัวได้ราว 1% ในปีนี้และปีหน้า นอกจากนี้ ตลาดจะให้ความสนใจตัวเลขเศรษฐกิจของจีน อาทิ ยอดค้าปลีก ยอดการลงทุนเอกชน รวมทั้งยอดการผลิตอุตสาหกรรม ซึ่งสามารถบ่งชี้แนวโน้มเศรษฐกิจจีนได้ โดยตัวเลขที่แย่กว่าคาดอาจกดดันบรรยากาศการลงทุนโดยรวม
ฟากตลาดการเงินไทย มองว่าธนาคารแห่งประเทศไทยจะยังคงอัตราดอกเบี้ยนโยบายที่ 1.5% ต่อ นอกจากนี้ตลาดจะจับตาผลการประชุมของธนาคารกลางแห่งประเทศไทย ซึ่งถ้าหากเสียงโหวตขึ้นยังคงมีอยู่ 2เสียง อีกทั้งยังไม่มีการเปลี่ยนแปลงข้อความในผลการประชุม อาจมองได้ว่า ธนาคารแห่งประเทศไทยมีโอกาสที่จะไม่รีบขึ้นดอกเบี้ยในปีนี้ แล้วไปขึ้นดอกเบี้ยในปีหน้าแทน
มองกรอบค่าเงินบาทวันนี้อยู่ที่ 32.80-32.95 บาทต่อดอลลาร์









