วันศุกร์ ที่ 16 ตุลาคม 2569

Login
Login

รีบาวด์ในกรอบ

SET Index วานนี้ปรับตัวลดลงตามตลาดหุ้นเอเชีย เนื่องจากกลับมากังวลสงครามการค้าและธนาคารกลางสหรัฐปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยในการประชุมเดือนหน้า 

และยังมีปัจจัยลบจากราคาน้ำมันดิบปรับตัวลงต่อเนื่องจากความวิตกกังวลเกี่ยวกับภาวะน้ำมันล้นตลาด ส่งผลให้ SET Index ปิดที่ 1,670.58 จุด (-11.26 จุด) Volume 3.8 หมื่นลบ. จาก Foreign Net  +141.52 ลบ. TFEX Net +3,226 สัญญาตราสารหนี้ +611 ลบ.

แนวโน้มตลาดหุ้นไทย

+ดาวโจนส์ปิดพุ่งจากแรงหนุนของหุ้นกลุ่มการเงินและกลุ่มพลังงานที่ดีดตัวขึ้นอย่างแข็งแกร่ง

+ดัชนีภาคบริการของสหรัฐอยู่ที่ระดับ 60.3 ซึ่งสูงกว่าที่ตลาดคาด สอดคล้องกับดัชนีผู้จัดการฝ่ายจัดซื้อ (PMI) ภาคบริการขั้นสุดท้ายของสหรัฐ ปรับตัวขึ้นสู่ระดับ 54.8

+ม.หอการค้า เผยดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภค เดือน ต.ค.อยู่ที่ 81.3 ปรับตัวลงต่อเนื่องเป็นเดือนที่ 2

+FETCO ระบุดัชนีเชื่อมั่นนักลงทุน 3 เดือนข้างหน้าลดลงในเกณฑ์ทรงตัว กังวลนโยบายการค้า-การเงินของสหรัฐฯ

+จับตาสหรัฐเลือกตั้งกลางเทอม ผลสำรวจชี้พรรครีพับลิกันจะยังครองอำนาจในวุฒิสภา

-น้ำมันขยับลงหลังจากสหรัฐประกาศผ่อนผันให้ 8 ประเทศยังคงสามารถนำเข้าน้ำมันจากอิหร่านได้ต่อไป โดยรัฐบาลสหรัฐได้เริ่มบังคับใช้มาตรการคว่ำบาตรอิหร่าน

-ตุรกีเผยดัชนี CPI (บ่งชี้ภาวะเงินเฟ้อ)พุ่ง 25% ในเดือนต.ค. สูงสุดในรอบ 15 ปี

+/- Fund Flow ต่างชาติมีสถานะขาย YTD ขาย 2.75 แสนล้านบาท ค่าเงินบาท 32.94 บาท/US

*จับตา 6 พ.ย. วันเลือกตั้งกลางเทอมของสหรัฐฯ / ประชุมคณะกรรมการร่วม 3 สถาบันภาคเอกชน(กกร.) /สรท. แถลงสถานการณ์การส่งออกไทย

คาดตลาดหุ้นไทยวันนี้มีโอกาสดีดตัวตามตลาดหุ้นต่างประเทศและตลาดภูมิภาค และวานนี้นักลงทุนต่างชาติพลิกซื้อสุทธิ ส่วนปัจจัยกดดันเป็นเรื่องแนวโน้ม fund flow ไหลออกจากกระแสคาด FED ลดดอกเบี้ยในเดือนหน้า  คาดดัชนีเคลื่อนไหวในกรอบ  1,665 -1,680 จุด

กลยุทธ์การลงทุน  

- หุ้นแนะนำประจำเดือน พ.ย. AUCT XO SPALI KKP

-Low Beta High Dividend ANAN PSH QH ASK TISCO KKP SPRC TOP TKS

-เงินบาทอ่อนค่าสู่ 32.94 หนุนกลุ่มส่งออก CPF SVI XO KCE

-หุ้น Theme EEC play : AMATA, WHA, EASTW, ATP30, ORI

- หุ้นที่คาดว่า 2H61 จะเติบโตต่อเนื่อง ANAN ORI SC KCE CPF SVI

- หุ้น MAI ที่ผลประกอบการ 2H61 เติบโตต่อเนื่อง XO CHAYO TACC SSP AUCT

หุ้นแนะนำพิเศษ

BANPU (ราคาปิด 17.70 Bloomberg 25.17)

- Bloomberg คาดกำไร 3Q61 อาจอ่อนตัวลงสู่ 2.8 พันล้านบาท -29%QoQ (ประกาศงบ 9 พ.ย.) จากธุรกิจโรงไฟฟ้าที่อาจอ่อนตัวลงจากการหยุดซ่อมบำรุงหงสา ยูนิต 1 ใน 3Q61 และต้นทุนทรงตัวในระดับสูงตามราคาถ่านหินที่ทรงตัวในระดับสูง อย่างไรก็ตามธรุกิจถ่านหินมีแนวโน้มดีขึ้นตามปริมาณการผลิตที่เพิ่มขึ้นและราคาถ่านหินทรงตัวในระดับสูง

- ธุรกิจถ่านหินปริมาณการผลิตจะปรับตัวขึ้นทั้งอินโดนีเซียที่ผ่านฤดูฝนไปแล้ว และออสเตรเลียที่ไม่มีการย้ายอุปกรณ์ขุด (longwall) ด้านราคาขายคาดว่าจะปรับตัวขึ้นจากไตรมาสก่อนตามราคาถ่านหิน +10%QoQ สู่ระดับ 115 $/Ton ด้านต้นทุนการผลิตคาดว่าจะทรงตัวใกล้เคียงไตรมาสก่อนเนื่องจากปริมาณการผลิตที่เพิ่มขึ้นทำให้มีประสิทธิภาพการผลิตเพิ่มขึ้น อย่างไรก็ตามคาดว่ามีผลขาดทุนจากค่าเงินบาทเข้ามากดดันจากที่ค่าเงินบาทแข็งค่าขึ้นในไตรมาส 3

หุ้นมีข่าว   

·        + XO (ราคาปิด 12.00 ซื้อ ราคาเหมาะสม 13) ตั้งเป้าดันกำลังการผลิตแตะ 70% จากปัจจุบัน 50% ด้านผู้บริหารคาดยอดขายปี 62 โตต่อ 10-15% รุกขยายฐานทั้งในและต่างประเทศ จับตามาร์จิ้นวิ่งกระฉูด หลัง
ล็อกต้นทุนวัตถุดิบอยู่หมัด (ที่มา ทันหุ้น)   

·        ความเห็น ฝ่ายวิจัยคาดกำไร 3Q61 อยู่ที่ราว 45 ล้านบาท +5%QoQ และ +135%YoY โดยคาดว่ารายได้ 3Q61 จะเติบโต 15%YoY สู่ระดับ 258 ล้านบาทจากการที่บริษัทมุ่งเน้นขยายตลาดใหม่อย่างต่อเนื่องโดยเฉพาะโซนยุโรปตะวันออก และคาดว่าอัตรากำไรขั้นต้นจะปรับตัวขึ้นราว 2-3% สู่ระดับ 39-40% จาก 1) ราคาน้ำตาลในตลาดโลกปรับตัวลง 14%YTD สู่ระดับ 13.4 เซนต์/ปอนด์ โดยก่อนหน้านี้บริษัทได้ทำสัญญาซื้อน้ำตาลล่วงหน้ากับคู่ค้าไปจนถึงกลางปี 62 (คาดว่าจะเริ่มใช้น้ำตาลล็อตที่ 2 ช่วง 4Q61) 2) บริษัทได้ปรับราคาจำหน่ายผลิตภัณฑ์ขึ้นเฉลี่ย 2% ตั้งแต่ 3Q61 เป็นต้นไปจากที่ไม่มีการปรับขึ้นราคามากว่า 5 ปี

·        IRPC (ราคาปิด 6.15 Bloomberg Consensus 7.45) รายงานกำไร 3Q61 ที่ 2.56 พันล้านบาท -37%QoQ และ -21%YoY (เท่ากับที่ตลาดคาดไว้)  โดยผลประกอบการจากธรุกิจโรงกลั่นอ่อนตัวลงตามกำลังการที่ลดลง 2%QoQ สู่ 203 KBD เนื่องจากมีการหยุดซ่อมบำรุงโรงกลั่น RDCC หลังเดินเครื่องครบ 2 ปี ขณะที่ค่าการกลั่นปรับตัวลง 11%QoQ จากส่วนต่างน้ำมันเบนซินและน้ำมันดีเซลที่ลดลง 4%QoQ  และ 1%QoQ ตามลำดับ ด้านธุรกิจโอเลฟินส์และอะโรเมติกส์ผลประกอบการลดลงตามส่วนต่างผลิตภัณฑ์ HDPE PP และ ABS ที่ปรับตัวลง 19% 14% และ 9% ตามลำดับคอยกดดันผลประกอบการโดยรวม

·        GPSC (ราคาปิด 56.50 Bloomberg Consensus 71.46)  รายงานกำไร 3Q61 ที่ 888 ล้านบนาท -15%QoQ แต่ +1%YoY (ตำกว่าที่ตลาดคาด 13%) เนื่องจากต้นทุนราคาก๊าซธรรมชาติปรับตัวขึ้นตามราคาน้ำมัน ขณะที่ค่าไฟฟ้ายังทรงตัวตามค่า Ft กดดันต่อกำไรของโรงไฟฟ้า CUP1-3 และ IRPC Clean อย่างไรก็ตามได้รับเงินปันผลจากโรงไฟฟ้าราชบุรี135 ล้านบาทเข้ามาหนุนผลประกอบการ

·        CPN (ราคาปิด 79 ราคาเหมาะสม Bloomberg Consensus 87.36) แจ้งผลการทำคำเสนอซื้อหุ้นทั้งหมดของบมจ.แกรนด์ คาแนล แลนด์ (GLAND) ระหว่าง 25 ก.ย.-31 ต.ค.61 ในราคาหุ้นละ 3.10 บาทมีผู้ที่แสดงเจตนาขายและบริษัทรับซื้อหุ้นไว้ จำนวน 17.10% จากที่เสนอซื้อทั้งหมด 49.57%  ซึ่งเมื่อรวมกับจำนวนหุ้นที่บริษัท ซีพีเอ็น พัทยา จำกัด ถืออยู่ก่อนหน้านี้จำนวน 50.43% ก็จะทำให้กลุ่มบริษัทถือหุ้นใน GLAND รวมทั้งสิ้น 67.53%

·        + NUSA  เผยขายหุ้น"วินด์ เอ็นเนอร์ยี่ฯ" 1.27 ล้านหุ้นคืนให้"ดีดี มาร์ท โฮลดิ้ง"รวมมูลค่า 886.34 ลบ. หลังไม่สามารถเข้าตลาดหุ้นได้ภายใน 3 ปี กำหนดชำระเงินไม่เกินวันที่ 15 ก.ค. 62

·        + AOT คาดเปิดประมูลดิวตี้ฟรี สุวรรณภูมิ ธ.ค.61-ม.ค.62  ลุ้นอัยการให้คำตอบกรณีข้อพิพาทงานออกแบบ Terminal 2 เสนอบอร์ด 21 พ.ย.

·        + CCET เผยยอดขาย ต.ค.61 โต 13.3% จากต.ค.60 ช่วง 10 เดือนแรกปีนี้ยอดขายโต 5.4%

·        + PTTOR รุกตลาดกาแฟตปท. เล็งเปิดร้านอเมซอน ในสิงคโปร์ ช่วง Q1/62 พร้อมเจรจาพันธมิตรเปิดสาขาในมาเลเซีย

·        - PTT “กบง.” เตรียมประกาศใช้มาตรการอุ้มราคาน้ำมันให้วินมอเตอร์ไซค์ 3 บาท/ลิตร ในวันที่ 15 ธ.ค.นี้ พร้อมเพิ่มส่วนผสมไบโอดีเซลในน้ำมันดีเซลเป็น 6.80% เริ่ม 8 พ.ย.นี้ หวังดูดซับน้ำมันปาล์มดิบเพิ่มอีก 80,000 ตัน/ปี และเล็งนำน้ำมันปาล์มดิบเป็นเชื้อเพลิงผลิตไฟฟ้าที่โรงไฟฟ้าบางปะกง-ราชบุรี 1.6 แสนตัน (ที่มา ข่าวหุ้น)