จังหวะลงทุนหุ้นที่จุดต่ำสุด
นักลงทุนต่างชาติมีมุมมองเชิงบวกมากขึ้น ต่อผลกระทบเชิงลบจากการชะลอตัวลงของนักท่องเที่ยวชาวจีนในไทย (หลักจากเหตุการณ์เรือล่มเมื่อวันที่ 5 ก.ค. ที่ผ่านมา) ที่น่าจะกระทบผลประกอบการของ CENTEL น้อยกว่าที่คาด และผ่อนคลายความกลัวเรื่องการปิดปรับปรุงโรงแรม ที่มีโรงแรมเพียง 2 แห่งที่ปิดปรับปรุงในปี 2562 และมีการเลื่อนการปิดปรับปรุงโรงแรมแห่งที่ 3 ไปเป็นปี 2563 แทนทั้งนี้ CENTEL เป็นตัวแทนหุ้นกลุ่มการท่องเที่ยวไทยที่คาดจะฟื้นตัวได้ดีมาก โดยมูลค่าหุ้นยังคงถูกซื้อขายที่ PER ปี 2561 เท่ากับ 24.4 เท่า และ ปี 2562 ที่ 22.7 เท่า ต่ำกว่าค่าเฉลี่ยระหว่างปี 2549-2560 ที่ 29.3 เท่า และต่ำที่สุดในกลุ่มท่องเที่ยว เรายังคงคำแนะนำ ซื้อ ด้วยราคาเป้าหมาย ณ สิ้นปี 2561 ด้วยวิธีคิดลดกระแสเงินสดDCF ที่ 52 บาท
มาตรการกระตุ้นภาครัฐจะทำให้นักท่องเที่ยวชาวจีนฟื้นตัวเร็วกว่าคาด
ผู้บริหารมองเห็นสัญญาณที่จะปรับตัวดีขึ้นของยอดการจองโรงแรมจากชาวจีนตั้งแต่เดือนม.ค. 2562 เป็นต้นไป โดยสัญญานการจองจากนักท่องเที่ยวชาวจีนสำหรับโรงแรมเครือ CENTEL โดยเฉพาะในต่างจังหวัด ซึ่งเป็นการฟื้นตัวแบบไม่มีมาตรการกระตุ้นจากภาครัฐ ทั้งนี้หากรัฐบาลประกาศมาตรการกระตุ้นนักท่องเที่ยวโดยตรงโดยเฉพาะชาวจีน จะทำให้ฟื้นตัวนักท่องเที่ยวเร็วกว่าที่บริษัทคาดการณ์ โดยในระยะสั้นเราคาดกำไรไตรมาส3/61 ของ CENTEL จะเติบโตดีกว่ากลุ่มอย่างมีนัยสำคัญ ทำให้เรามีการปรับเพิ่มประมาณการกำไรหลักไตรมาส 3/61 มาอยู่ที่ 430 ล้านบาท (จาก 400 ล้านบาท) เพิ่มขึ้น 17% YoY และ 16% QoQ (เทียบกับค่าเฉลี่ยของกลุ่มที่ทรงตัว YoY และลดลง QoQ) โดยเรามองว่าการฟื้นตัวของธุรกิจอาหารที่ดีมากจะกลบผลกระทบจากผลการดำเนินงานในธุรกิจโรงแรมที่ชะลอตัวระยะสั้นในไตรมาส3/61 (เราคาดรายได้เฉลี่ยต่อห้องพักจะปรับตัวลดลง 2.6% YoY ในไตรมาส 3/61)
ธุรกิจอาหารฟื้นตัวแรง
ยอดขายต่อสาขาเดิมของธุรกิจอาหารพลิกฟื้นตัวแรงเติบโต 2.6% YoY ในไตรมาส3/61 (เทียบกับลดลงเล็กน้อยในช่วงครึ่งหลังปี 2561) และเราคาดยอดขายรวมทุกสาขาของธุรกิจอาหารที่ 12.5% ในไตรมาส 3/61 หนุนจากการขยายสาขาใหม่ การเปิดตัวสาขาใหม่ที่ดีกว่ากลุ่มด้วยจำนวน 82 สาขาใหม่สุทธิ ในปี 2562 (เปิด 118 สาขา และปิด 36 สาขาในปี 2561) โดยการที่บริษัทสามารถกลับมาเปิดสาขาได้อย่างมีนัยสำคัญดังกล่าวเป็นอานิสงค์สืบเนื่องจากบริษัทปิดสาขาที่ไม่ทำกำไรอย่างต่อเนื่องในช่วงสามปีที่ผ่านมา (ปิด 61 สาขาในปี 2560, 43 สาขาในปี 2559 และ 45 สาขาในปี 2558)
แผนการปรับปรุงธุรกิจโรงแรม
เราคาดกำไรปี 2562 จะยังคงสามารถขยายตัวได้ แม้ว่าจะมีการปิดปรับปรุงโรงแรมจำนวน 2 แห่ง ได้แก่ สมุยและCentral World โดยจะเริ่มปิดปรับปรุงในไตรมาส2/62 (ช่วงโลว์ซีซั่น) เป็นต้นไป ซึ่งข่าวดีก็คือการปิดปรับปรุงที่ Centara Grand Resort & Villas Hua Hin จะเลื่อนออกไปเป็นปี 2563 ทำให้เราคาดกำไรหลักของบริษัทสามารถเติบโตที่ 8% ในปี 2562 เนื่องจากเราคาดว่าผลกระทบของกำไรที่หายไปจากการปิดโรงแรมที่สมุยนั้นมีเพียง 4% เนื่องจากโรงแรมที่สมุยไม่ได้ทำกำไรมากนัก และการปิดห้องปรับปรุงของCentralWorld นั้นนับเป็นจำนวนห้องที่หายไปต่อจำนวนห้องทั้งหมดน้อยมาก (การปิดปรับปรุงจะครอบคลุมจำนวนห้องพักที่หายไปเพียง 2%)
การเข้าซื้อกิจการหรือการลงทุนใหม่
สถานะทางการเงินและงบดุลที่แข็งแกร่งจะหนุนการลงทุนและการเข้าซื้อกิจการใหม่ โดยเราคาดอัตราส่วนหนี้สินที่มีภาระดอกเบี้ยต่อทุนสุทธิระยะเวลา 10 ปี จะอยู่ในระดับต่ำที่ 0.4 เท่า ณ สิ้นปี 2561 ต่ำกว่าข้อจำกัดภายในที่ 1.3 เท่าอยู่มาก โดยเรามองว่า CENTEL จะต้องรีบเพื่อปิดดีลการเข้าซื้อกิจการใหม่ทั้งธุรกิจโรงแรมและอาหารในเร็ววันนี้ เพื่อกลบผลกระทบของกำไรที่อาจหายไปจากแผนการปิดปรับปรุงโรงแรมที่หัวหินในปี 2563 และเพื่อสร้างการเติบโของกำไรได้ในระยะยาว โดยบริษัทน่าจะกำลังศึกษาการลงทุนใหม่กับพันธมิตรต่างประเทศ โดยมีนโยบายการลงทุนที่ชัดเจนอัตราผลตอบแทนการลงทุน (IRR) ที่ 12-15% บริษัทกำลังศึกษาดีลธุรกิจอาหารในต่างประเทศและธุรกิจโรงแรมในมหาสมุทรอินเดียและประเทศญี่ปุ่น









