SET Index วานนี้ตลาดผันผวนอยู่ในแดนบวกตลอดวัน
โดยปัจจัยที่มาสนับสนุน ได้แก่ ราคาน้ำมันที่ปรับตัวขึ้น และการประกาศตัวเลข GDP ไตรมาส 3 ของสหรัฐที่ระดับ 3.5% ซึ่งสูงกว่าคาดการณ์ โดยกลุ่ม Big Cap ที่หนุนตลาดได้แก่ AOT PTT และ CPALL ส่งผลให้ SET Index ปิดที่ 1,636.88 จุด (+7.92 จุด) Volume 3.8 หมื่นลบ. จาก Foreign Net -1,319.59 ลบ. TFEX Net +13,475 สัญญาตราสารหนี้ +1,236 ลบ.
แนวโน้มตลาดหุ้นไทย
+สหรัฐรายงานการใช้จ่ายของผู้บริโภคปรับตัวขึ้น 0.4% โดยได้รับแรงหนุนจากการใช้จ่ายด้านการดูแลสุขภาพ และการซื้อรถยนต์
+สหรัฐเผยดัชนี PCE พื้นฐานรายปีพุ่งแตะเป้าหมายเงินเฟ้อของเฟดที่ 2% ติดต่อกันเดือนที่ 5
+สศค.รายงานศก.ไทยเดือนก.ย.เติบโตต่อเนื่อง และคงคาดการณ์ GDP ไทยปี 61 โต 4.5% แม้ปรับลดส่งออกเหลือโต 8% จากภาวะศก.คู่ค้าชะลอตัว-สงครามการค้า
-ดาวโจนส์ปิดร่วงลงจากความวิตกกังวลเกี่ยวกับผลกระทบของข้อพิพาททางการค้า หลังจากสื่อรายงานว่าสหรัฐวางแผนเรียกเก็บภาษีสินค้านำเข้าจากจีนรอบใหม่หากการพบปะนอกรอบของปธน.ทรัมป์-ปธน.สีจิ้นผิงในการประชุม G20 ประสบความล้มเหลว
-น้ำมันดิบปิดลบจากความกังวลที่ว่า ข้อพิพาทการค้าระหว่างสหรัฐและบรรดาประเทศคู่ค้า จะส่งผลอุปสงค์พลังงานทั่วโลก
+/- Fund Flow ต่างชาติมีสถานะขาย YTD ขาย 2.71 แสนล้านบาท ค่าเงินบาท 33.27 บาท/US
คาดตลาดหุ้นไทยวันนี้มีโอกาสปรับขึ้นต่อแต่ไม่น่าบวกเพิ่มมากนัก โดยมีปัจจัยหนุนจากตัวเลขศก.เดือนก.ย.และแนวโน้มสำหรับไตรมาส 3 ขยายตัวต่อเนื่อง โดยมีปัจจัยกดดันจากตลาดหุ้นต่างประเทศและตลาดหุ้นภูมิภาคที่ปรับตัวลงจากความกังวลสงครามการค้า และ fund flow ไหลออก คาดดัชนีเคลื่อนไหวในกรอบ 1,630-1,650 จุด
กลยุทธ์การลงทุน
-Low Beta High Dividend ANAN PSH QH ASK TISCO KKP SPRC TOP TKS
-เงินบาทอ่อนค่าสู่ 33.27 หนุนกลุ่มส่งออก CPF SVI XO KCE
-หุ้น Theme EEC play : AMATA, WHA, EASTW, ATP30, ORI
- หุ้นที่คาดว่า 2H61 จะเติบโตต่อเนื่อง ANAN ORI SC KCE CPF SVI
- หุ้น MAI ที่ผลประกอบการ 2H61 เติบโตต่อเนื่อง XO CHAYO TACC SSP AUCT
หุ้นแนะนำพิเศษ
CPN (ราคาปิด 77.50 ซื้อ Bloomberg Consensus 87.12)
- รายได้และกำไร 2H61 มีแนวโน้มดีกว่า 1H61 เนื่องจากศูนย์การค้าเซ็นทรัล พระราม 3 และเซ็นทรัลเวิลด์ปรับปรุงแล้วเสร็จพร้อมเปิดบริการเต็มทุกพื้นที่ ส่วนศูนย์การค้าเซ็นทรัล ภูเก็ต 2 มูลค่าโครงการ 2 หมื่นลบ.เปิดบริการแล้วในเดือนก.ย. สำหรับเซ็นทรัล ไอ-ซิตี้ ประเทศมาเลเซีย (ถือหุ้น 60%) คาดว่าจะเปิดให้บริการภายใน 4Q61 Bloomberg Consensus คาดกำไรปี 61 เฉลี่ย 12,038 ลบ. เติบโต 22% จากกำไรปกติ 9.9 พันลบ.ในปี 60 และคาดกำไรงวด 3Q61 เฉลี่ย 2.8 พันลบ. -5%
- ดีลเข้าถือหุ้น GLAND สัดส่วน 50.43% และปัจจุบันอยู่ระหว่างเสนอซื้อหุ้นสามัญที่เหลือทั้งหมดอีก 49.57% (สิ้นสุดระยะเวลารับซื้อ 31 ต.ค. 2561) คาดดว่าจะช่วยต่อยอดการเติบโตในระยะยาวจากที่มีประเภทสินทรัพย์ที่ใกล้เคียงกันทั้งอาคารสำนักงาน โรงแรม คอนโดฯเพื่อขาย พื้นที่ค้าปลีกให้เช่า และที่ดินเปล่าเกือบ 200 ไร่ในทำเลดอนเมือง พหลโยธิน และย่านพระราม 9 รองรับการพัฒนาโครงการอสังหาฯเพื่อขายในอนาคต คาดจะเริ่มควบรวมงบการเงินราว 4Q61 ซึ่งเป็น upside จากประมาณการกำไรปกติในปี 61
- ฝ่ายวิจัยมีมุมมองบวกต่อศักยภาพในการเติบโตของรายได้และผลการดำเนินงานต่อเนื่องในอนาคตจากแผนการเปิดบริการศูนย์การค้าใหม่ปีละ 2-3 แห่งและการขยายขอบเขตมาพัฒนาโครงการเพื่อขายที่เริ่มรับรู้รายได้ตั้งแต่ปีนี้
หุ้นเริ่มซื้อขายวันนี้เป็นวันแรก
ตลาด SET / หมวดการแพทย์
PR9 – (ราคา IPO 11.60 บาท | ราคาเสนอขายต่อ Founders 2.65 บาท)
- โรงพยาบาลพระรามเก้าให้บริการทางการแพทย์ครบวงจร โดยมีจุดเด่นที่สถาบันโรคไตและเปลี่ยนไต และศูนย์เบาหวานและเมตาบอลิก ที่ได้รับมาตรฐานระดับสากล JCI (Joint Commission International) และตั้งอยู่ในทำเลที่มีศักยภาพใกล้ New CBD (New Central Business District) ในเขตห้วยขวาง มีความสามารถในการรองรับผู้ป่วยใน 163 เตียง และผู้ป่วยนอก 114 ห้องตรวจ โดยในปี 60 มีรายได้รวมอยู่ที่ 2,455 ลบ. อัตราการเติบโตเฉลี่ยย้อนหลัง 3 ปี อยู่ที่ 10.9% ต่อปี อัตรากำไรขั้นต้น และอัตรากำไรสุทธิเฉลี่ยย้อนหลัง 3 ปี อยู่ที่ 30% และ 10% ตามลำดับ
- งวด 1H61 มีรายได้รวม 1,295.3 ลบ. +14.6%YoY โดยมีกำไรสุทธิ 102.6 ลบ. +6.1%yoy คิดเป็นอัตรากำไรสุทธิที่ 8.6% ผลประกอบการสำหรับครึ่งปีแรกเติบโตจากรายได้ผู้ป่วย OPD และ IPD +22%YoY และ +7%YoY ตามลำดับ เนื่องจากจำนวนผู้ป่วย OPD และ IPD ที่เพิ่มขึ้น 14.1%YoY และ 18.3%YoY ตามลำดับ อีกทั้งอัตราค่ารักษาพยาบาลสำหรับผู้ป่วย OPD ปรับตัวเพิ่มขึ้น 6.9%YoY เนื่องจากมีการระบาดของโรคท้องร่วง อย่างไรก็ตาม รายได้จากผู้ป่วย IPD เพิ่มขึ้นในอัตราที่น้อยกว่าผู้ป่วย OPD เนื่องจากรายได้ต่อครั้งจากผู้ป่วย IPD ปรับตัวลดลง 9.6% เนื่องจากโรคท้องร่วงเป็นโรคที่ไม่ซับซ้อน อีกทั้งจำนวนเคสการผ่าตัดเปลี่ยนไต 1H61 มีจำนวน 41 เคส ลดลงจากในช่วง 1H60 ที่มีจำนวน 47 เคส
- เสนอขายหุ้นสามัญเพิ่มทุนไม่เกิน 180 ล้านหุ้น ราคาพาร์ 1 บาท และจัดสรรให้กับกรรมการและ/หรือผู้ก่อตั้ง 12.5 ล้านหุ้น ราคาเสนอขายสำหรับกลุ่ม Founders อยู่ที่หุ้นละ 2.65 บาท และจัดสรรให้กับประชาชนทั่วไป 167.5 ล้านหุ้น ราคา IPO สำหรับประชาชนอยู่ที่หุ้นละ 11.60 บาท และอาจจัดสรรอีก 20 ล้านหุ้น(Green Shoes) เพื่อรักษาเสถียรภาพของราคาหลังเข้าจดทะเบียน
- วัตถุประสงค์ในการใช้เงิน : เพื่อนำมาใช้สำหรับการสร้างอาคารใหม่และปรับปรุงอาคารปัจจุบัน โดยใช้งบกว่า 2,000 ลบ. สำหรับสร้างอาคารแห่งใหม่จำนวน 16 ชั้น รองรับได้ 151 เตียง คาดว่าจะแล้วเสร็จและพร้อมเปิดให้บริการภายในช่วง 4Q62 ตลอดจนนำเงินจากระดมทุนส่วนที่เหลือมาเป็นเงินทุนหมุนเวียนในกิจการ
หุ้นมีข่าว
KBANK Analyst Meeting (ราคาปิด 199.50 Bloomberg 235.37)
· ผู้บริหารเปิดเผยในการประชุมนักวิเคราะห์เพื่อแถลงแผนธุรกิจปี 62 ว่าตั้งเป้าสินเชื่อเติบโต 5-7% เท่ากับปี 61 แนวโน้ม NIM ปรับดีขึ้นเป็น 3.3 - 3.5% จาก 3.2 - 3.4% ในปี 61 คาดรายได้ที่ไม่ใช่ดอกเบี้ย หดตัวต่อเนื่องราว 5-7% จากผลกระทบเต็มปีของบริการฟรีธุรกรรมดิจิตัลและจากการแข่งขันสูงในธุรกิจประกันส่งผลให้รายได้เบี้ยประกันภัยยังมีแนวโน้มแผ่ว ส่วน credit cost คาดว่าจะไม่เกิน 165 bps ลดลงจากไม่เกิน 185 bps ในปี 61 ขณะที่คาด %NPL ราว 3.3 - 3.7% เทียบกับ 3.3 - 3.4% ในปี 61
· ความเห็น เป้าหมายโดยรวมอยู่ในลักษณะ maintain แต่มีประเด็นที่น่ากังวลคือ 1) %NPL กรอบบนเพิ่มเป็น 3.7%. จาก 3.4% ในปี 61 และ 2) ผบห.มองว่ารายได้ที่ไม่ใช่ดบ.ในปีหน้ายังหดตัวต่อเนื่องจากปีนี้ซึ่งกดดันให้ Consensus ปรับลดประมาณการรายได้ในส่วนนี้ และ 3) การแข่งขันทางเทคโนโลยีของธุรกิจธนาคารนำมาซึ่งคชจ.ในการลงทุนที่สูงขึ้น ถือเป็น Digital Disruption ของธุรกิจธนาคาร ทั้งนี้ ฝ่ายวิจัยยังมีมุมมองบวกต่อปัจจัยพื้นฐานในระยะยาวจากการเป็นแบงก์ขนาดใหญ่ที่ได้รับประโยชน์จากการฟื้นตัวของเศรษฐกิจรวมทั้งการบริหารความเสี่ยงที่สามารถบริหารจัดการได้ดี แนะนำทยอยซื้อสะสม
· SSP(ราคาปิด 7.90 ซื้อ ราคาเหมาะสม 11.20) ใส่เกียร์ดันกำลังการผลิตแตะ 400 เมกะวัตต์ จากปัจจุบันมีใบอนุญาตขายไฟแล้ว 244 เมกะวัตต์ ด้านผู้บริหารแย้มไตรมาส 4 ลุ้น COD โซล่าร์มองโกเลีย 16 เมกะวัตต์ ฟากโบรกปรับกำไรเพิ่ม 20% แตะ 556 ล้านบาท ส่วนรายได้คาดทำได้ 1.19 พันล้านบาท(ที่มา : ทันหุ้น)
ความเห็น : ต้องติดตามแผนการดำเนินงาน รวมถึงการบริหารเงินทุนอย่างใกล้ชิด เนื่องจากโครงการมือของบริษัทในปัจจุบันมีสัดส่วนการใช้เงินกู้ค่อนข้างสูงแล้ว โดยปัจจุบัน ณ สิ้น 2Q61 บริษัทมี D/E Ratio อยู่ที่ราว 1.7 เท่า
· + TMB จับมือกับ เอฟดับบลิวดี นำร่องขายประกันผ่านแอปฯ บริการ “ME SURE” คาดว่าจะเสนอขายได้ในสัปดาห์แรกของเดือนพ.ย. 61
· ความเห็น เป็นความคืบหน้าหลังจับมือเป็นพันธมิตรกัน คาดว่าจะสนับสนุนการเติบโตของรายได้ที่ไม่ใช่ดอกเบี้ยเพิ่มเติม ฝ่ายวิจัยยังมีมุมมองบวกต่อปัจจัยพื้นฐานของการเป็นธนาคารที่มีความสามารถในการทำกำไรดีขึ้นต่อเนื่อง งวด 9M61 มีกำไรสุทธิ 9.9 พันล้านบาท +54% Bloomberg Consensus คาดกำไรปี 61 เฉลี่ย 10,276 ลบ. +18%
· + PORT ลุยเปิดให้บริการศูนย์ซ่อมบำรุงและจัดเก็บตู้คอนเทนเนอร์ เฟส 2 มั่นใจช่วยปั๊มรายได้เพิ่มให้บริษัทในอนาคต ย้ำเป้ารายได้ปี 61 เติบโต 15% (ที่มา ข่าวหุ้น)
· + WP มีมติให้บริษัทย่อยเข้าลงทุนใน บจก.ไทยแก๊ส ผู้ประกอบธุรกิจจำหน่ายก๊าซปิโตเลียมเหลว โดยซื้อหุ้นจากผู้ถือหุ้นเดิมของบริษัทคิดเป็นสัดส่วน 80% เป็นจำนวนเงินทั้งสิ้น 168.8 ลบ. คาดแล้วเสร็จภายใน 1Q62 (ที่มา : SET)
· + HMPRO รายงานกำไรงวด 3Q61 เท่ากับ 1,366 ลบ. งวด 9M61 มีกำไร 3,927 ลบ. +17%
· - PTTGC จีนเตรียมเก็บภาษี AD ในช่วง 10.1-97.1% ต่อสาร ethanolamines นำเข้าจากไทย เริ่มพรุ่งนี้เป็นเวลา 5 ปี
· - MINT ระบุ เกมใหญ่กวาดหุ้น NH HOTEL 94.1% ไม่กระทบฐานการเงิน เหตุเตรียมตีมูลค่าสินทรัพย์ NH เพิ่ม และรวมงบไตรมาส 4 ดันส่วนทุนพุ่ง มั่นใจกดหนี้สินต่อทุนต่ำกว่า 1.75 เท่าสิ้นปี หนักแน่นไม่เพิ่มทุน วาดภาพปีหน้า D/E เหลือ 1.3 เท่า ระบุดีลนี้สุดคุ้มค่า (ที่มา ทันหุ้น)






