วันศุกร์ ที่ 16 ตุลาคม 2569

Login
Login

CPALL : คาดกำไรจะกลับมาฟื้นตัวใน 4Q18 และโตดีขึ้นในปี 2019

จิตรา อมรธรรม รองกรรมการผู้จัดการฝ่ายวิเคราะห์หลักทรัพย์ บล.ฟินันเซียไซรัส

แนวโน้มกำไร 3Q18 น่าจะยังทรงตัว Q-Q

คาดกำไรสุทธิ 3Q18 อาจทรงตัวใกล้เคียง 2Q18 อยู่ที่ระดับ 4.7-4.8 พันล้านบาท ถือเป็นกำไรที่ลดลงจากปีก่อนราว 3% - 5% แม้เราคาด MAKRO จะเริ่มรับรู้ผลบวกจากราคาเนื้อสัตว์ทั้งหมูและไก่ที่ปรับตัวสูงขึ้น โดยราคาหมูเฉลี่ย 3QTD เท่ากับ 64 บาท/กก. +5.3% Q-Q และราคาไก่เฉลี่ย 3QTD เท่ากับ 34.2 บาท/กก. +8.6% Q-Q น่าจะช่วยหนุนให้ SSSG ของ MAKRO ในไตรมาสนี้เป็นบวกได้เล็กน้อย แต่ที่เรายังมองกำไรรวมของ CPALL อาจยังไม่ฟื้นสดใสนัก ส่วนหนึ่งเพราะเป็น Low Season ของธุรกิจ และมีฝนตกค่อนข้างมาก กอปรกับผลงานของ Stamp Promotion ในปีนี้ไม่สดใส สู้ปีที่แล้วที่เป็นตัวการ์ตูนไม่ได้ สาเหตุหนึ่งเรามองว่ามาจากของพรีเมี่ยมที่ไม่จูงใจนัก ในขณะที่ค่าใช้จ่ายที่สูงขึ้นใน 2Q18 ทั้งจากต้นทุนและค่าใช้จ่ายพนักงาน ยังคงมีต่อเนื่องใน 3Q18 แต่ด้วยผลของการปรับขึ้นราคาบุหรี่ยังมีอยู่ไปจนถึงกลางเดือน ก.ย. เราคาด SSSG ของ 7-11 ในไตรมาสนี้จะบวกเล็กน้อยราว 2% - 3% และคาดความสามารถทำกำไรจะใกล้เคียงไตรมาสก่อนด้วยอัตรากำไรขั้นต้น 21.9% โดยลดลงจาก 22.4% ใน 3Q17 และสัดส่วนค่าใช้จ่ายต่อรายได้ยังสูงระดับ 20% ใกล้เคียง 3Q17 แต่เพิ่มขึ้นเล็กน้อยจาก 19.7% ใน 2Q18 จากค่าใช้จ่ายทำโปรโมชั่น

 

แนวโน้มกำไรจะกลับมาฟื้นตัวใน 4Q18

หากกำไรสุทธิ 3Q18 เป็นไปตามคาด บริษัทจะมีกำไรสุทธิ 9M18 อยู่ที่ 14,972 ล้านบาท (+4.1% Y-Y) เราคาดหวังผลกำไรจะกลับมาฟื้นตัวเติบโต Q-Q อีกครั้งใน 4Q18 เบื้องต้นเราคาดเห็นกำไรไว้ราว 5.4 พันล้านบาท ซึ่งเป็นกำไรที่ลดลงจากปีก่อน จากฐานกำไรของ MAKRO ที่ค่อนข้างสูง ในขณะที่ปีนี้ MAKRO จะรับรู้ค่าใช้จ่ายเปิดสาขาใหม่ในต่างประเทศต่อเนื่องใน 4Q18 แต่ที่ยังคาดกำไรจะเติบโต Q-Q ส่วนหนึ่งมาจากปัจจัยฤดูกาล และเชื่อว่าเมื่อหมดของพรีเมี่ยมในรอบแรกของโปรโมชั่นในเดือน ก.ย. เราคาดว่า CPALL จะปรับกลยุทธ์ด้วยของพรีเมี่ยมล็อตใหม่ที่น่าจูงใจมากกว่า (ระยะเวลา Stamp Promotion 24 ก.ค. - 23 พ.ย.) และอาจช่วยหนุนให้ผลงานของ Promotion ดีขึ้นในช่วงครึ่งหลังได้ ซึ่งเหตุการณ์แบบนี้ได้เกิดขึ้นในปีก่อนที่ Stamp Promotion ได้รับการตอบรับที่ดีใน 4Q17 มากกว่า 3Q17 นอกจากนี้ด้วยหุ้นกู้ที่จะครบกำหนดในเดือน ต.ค. นี้ราว 1 หมื่นล้านบาท บริษัทมีแผนที่ชำระด้วยกระแสเงินสดในกิจการที่มาจากการขายหุ้น MAKRO ในเดือน มี.ค. ที่ผ่านมาส่วนหนึ่ง และอีกส่วนหนึ่งมาจากการดำเนินธุรกิจ ซึ่งน่าจะทำให้ภาระดอกเบี้ยจ่ายลดลงใน 4Q18

 

คาดกำไรจะกลับมาเติบโตอีกครั้งในปี 2019

อยางไรก็ตาม ด้วยการฟื้นตัวใน 3Q18 ที่ช้ากว่าคาด เราจึงปรับลดประมาณการกำไรสุทธิปี 2018 ลงเล็กน้อย 2% เป็น 20,438 ล้านบาท เป็นการเติบโต 2.7% Y-Y ต่ำสุดในรอบ 4 ปี และคาดกำไรสุทธิจะกลับมาเติบโตอีกครั้งในปี 2019 ราว 14.6% เป็น 23,426 ล้านบาท โดยยังมีแผนเปิดสาขาใหม่ไม่น้อยกว่า 700 แห่งต่อปี ซึ่งที่ผ่านมาทำได้มากกว่าเป้าหมายมาโดยตลอด และมีเป้าระยะยาวเพิ่มจำนวนสาขาให้ครบ 13,000 แห่งภายในปี 2021 และเริ่มมีการพูดถึงการประเด็นต่อสัญญากับปตท. ซึ่งเรามองในระยะเวลาอันใกล้นี้ยังไม่มีความเสี่ยงอะไร เพราะสัญญาการเปิดร้าน 7-11 ในปั้มปตท.ฉบับปัจจุบัน จะครบกำหนดในอีก 5 ปี ข้างหน้า หรือปี 2023 (ระยะเวลาสัญญา 10 ปี) ทั้งนี้เราปรับลดราคาเป้าหมายปีนี้ลงเล็กน้อยเป็น 82 บาท จากเดิม 84 บาท ยังแนะนำซื้อลงทุน นอกจากนี้ CPALL ถือเป็นหุ้นตัวหนึ่งในกลุ่มค้าปลีกที่ราคาหุ้นมักให้ผลตอบแทนที่ดีในช่วงก่อนและหลังการเลือกตั้ง โดยการเลือกตั้ง 4 ครั้งหลังสุด ดัชนี SETCOM ให้ผลตอบแทนดีสุดในช่วง 3 เดือนก่อนเลือกตั้งด้วยอัตราผลตอบแทนเฉลี่ยที่ 9.2% และรองมาคือ 5 เดือนหลังเลือกตั้งด้วยอัตราผลตอบแทนเฉลี่ยที่ 8.2%