ตลาดสัญญาซื้อขายล่วงหน้า (TFEX) ประจำวันที่ 13 กันยายน 2561 มีปริมาณการซื้อขายที่ 538,024 สัญญา
โดย SET50 Index Futures มีปริมาณการซื้อขาย 252,663 สัญญา Single Stock Futures 249,821 สัญญา Gold Futures 13,798 สัญญา โดยในจำนวนนี้เป็นการซื้อขายของ 10 Baht Gold Futures จำนวน 13,474 สัญญา ส่วน SET50 Index Options มีปริมาณการซื้อขาย 15,708 สัญญา USD Futures 5,660 สัญญา RSS3D Futures 236 สัญญา และ Gold-D Futures 138 สัญญา สำหรับสถานะคงค้างรวมของวันทำการก่อนหน้า (12 กันยายน 2561) ของทั้งตลาดรวมกันอยู่ที่ 2,606,245 สัญญา
ตลาดหุ้นไทยวานนี้ ดัชนีเคลื่อนไหวในแดนบวกตลอดทั้งวัน เนื่องจากการเลือกตั้งมีความชัดเจนมากขึ้น หลังจากที่ พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการเลือกตั้ง ส.ส. และ พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญการได้มาซึ่ง ส.ว. ได้ประกาศลงในราชกิจจานุเบกษาแล้ว นอกจากนี้ยังมีแรงหนุนจากการที่มีความเป็นไปได้ที่จะมีการเจรจาการค้ารอบใหม่ระหว่างสหรัฐและจีน โดยดัชนี SET50 ปิดที่ระดับ 1,133.44 จุด เพิ่มขึ้น 31.37 จุด (2.85%) ในส่วน SET50 Index Futures ที่มีปริมาณการซื้อขายสูงสุด คือ สัญญา S50U18 (211,406 สัญญา) มีราคาที่ใช้ชำระราคา 1,129.40 จุด เพิ่มขึ้น 31.00 จุด และมีค่าเบสิสระหว่างราคาฟิวเจอร์สกับราคาสปอต -4.04 จุด ส่วนสัญญา Stock Futures ที่มีปริมาณการซื้อขายสูงสุด คือ สัญญา BEAUTYZ18 (13,833 สัญญา) มีราคาที่ใช้ชำระราคา 11.10 บาท เพิ่มขึ้น 0.3 บาท
ในส่วนของสินค้าโภคภัณฑ์ สัญญา Gold-D Futures (GDU18) มีราคาที่ใช้ชำระราคา 1,208.00 ดอลล่าร์สหรัฐ เพิ่มขึ้น 12 ดอลลาร์สหรัฐ (1.00%) และ Gold Futures สัญญาที่ซื้อขายสูงสุดคือ GF10V18 (7,952 สัญญา) มีราคาที่ใช้ชำระราคา 18,760.00 บาท เพิ่มขึ้น 70 บาท ส่วนราคายางล่วงหน้า RSS3D Futures RSS3DH19 มีราคาที่ใช้ชำระราคา 50.00 บาทต่อกิโลกรัม ลดลง -0.60 บาท
สมาชิก TFEX ที่มีปริมาณการซื้อขายสูงสุดประจำวัน 3 อันดับแรก ได้แก่ บ.ล. เคจีไอ (ประเทศไทย), บ.ล. ภัทร และ บ.ล. ฟิลลิป (ประเทศไทย) ทั้งนี้ สัดส่วนการซื้อขายผ่านทางอินเทอร์เน็ตคิดเป็น 29.62%
ประเภทผู้ลงทุน สัดส่วนการซื้อขาย
ผู้ลงทุนสถาบัน 37.11%
ผู้ลงทุนทั่วไป 52.51%
ผู้ลงทุนต่างประเทศ 10.38%







